โควิดบึงกาฬเริ่มเบาบาง ยอดติดเชื้อลดลง สสจ.เตรียมดันเข้าสู่โรคประจำถิ่น

ข่าว

โควิดบึงกาฬเริ่มเบาบาง ยอดติดเชื้อลดลง สสจ.เตรียมดันเข้าสู่โรคประจำถิ่น

ไทยรัฐออนไลน์

15 มิ.ย. 2565 01:29 น.

บันทึก

สถานการณ์โควิด-19 ของ จ.บึงกาฬ ภาพรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง สสจ.เผยกำลังเตรียมตัวเข้าสู่โรคประจำถิ่นเดือนหน้านี้ ขณะที่เร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้เกิน 60% คาดการผ่อนปรนต่างๆ จะเริ่มตามมา

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ศรีสำราญ เร่งให้บริการฉีดวัคซีนกับกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 กลุ่ม หรือกลุ่ม 608 และประชาชนทั่วไปในพื้นที่บ้านนาซาว ตำบลศรีสำราญ อ.พรเจริญ หลังมียอดฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นน้อยมาก

นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ แถลงว่า สถานการณ์โควิด-19 ของประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้น รวมถึงของ จ.บึงกาฬ ด้วย ที่มียอดผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อยๆ ผู้ป่วยรายวันถ้านับรวมทั้ง ATK และ RT-PCR รวมกันประมาณวันละ 50-200 คน แล้วแต่ช่วง บางวันก็ 100 กว่าคน บางวันก็ไม่ถึง 100 คน สำหรับผู้ป่วยในแทบจะไม่มีแล้ว เพราะส่วนใหญ่จะรักษาตัวที่บ้าน ปัจจุบันข้อมูลผู้ป่วยที่รักษาตัวทั้งหมดมีประมาณ 350 คน ซึ่งรักษาตัวที่บ้านเกือบทั้งหมดประมาณ 310 คน และรักษาอยู่ในโรงพยาบาลแค่ประมาณ 40 คน และผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยสีเขียวที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยอาการหนักก็แทบไม่มีแล้ว ใกล้จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

นายแพทย์ สสจ.บึงกาฬ กล่าวถึงการได้รับวัคซีนของจังหวัดบึงกาฬว่า ขณะนี้ถ้านับตามประชากรที่อาศัยอยู่จริง เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ฉีดไปได้เกือบ 80% แล้ว สิ่งที่ต้องเร่งให้เร็วขึ้นคือการได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น จากข้อมูลล่าสุดจังหวัดบึงกาฬ ฉีดไปได้กว่า 20% เท่านั้น ถือว่าค่อนข้างน้อย เราต้องการให้ได้ 60% ขึ้นไป จึงจะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ เพื่อความปลอดภัยในการเป็นโรคประจำถิ่นต่อไป

สสจ.บึงกาฬ กล่าวต่อว่า สำหรับการเกิดโรคประจำการที่เป็นโรคประจำถิ่นของในแต่ละพื้นที่ มีเกณฑ์ที่สำคัญประมาณ 3 ข้อ คือ 1) จำนวนผู้ป่วย ซึ่งของเราก็มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ จำนวนผู้ป่วยที่ครองเตียงคือที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลก็ไม่เกินเกณฑ์ 2) ส่วนยอดผู้เสียชีวิตก็ถือว่าน้อยมากคือ 42 คน จากยอดผู้ป่วยสะสมทั้งหมดหลายหมื่นคน 3) วัคซีนเข็มกระตุ้น ที่ต้องเร่งฉีดให้ได้ 60% ขึ้นไป เพราะตอนนี้ฉีดไปได้เพียง 20% ตอนนี้ก็รณรงค์ฉีดวัคซีนในทุกพื้นที่ อีกส่วนหนึ่งคือผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ไปแล้วครบ 3 เดือน สามารถมาฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นได้ ตอนนี้ก็เริ่มมีกลุ่มนี้ทยอยมาฉีดวัคซีนกันแล้ว และกลุ่มผู้สูงอายุ หรือกลุ่ม 608 ก็ฉีดเข็มกระตุ้นไปได้เพียงประมาณ 20% เช่นกัน ก็ยังคงมีการเร่งฉีดให้กลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน

"ขอย้ำว่าวัคซีนไม่มีความขาดแคลน มีวัคซีน 3 ยี่ห้อหลักคือ ซิโนแวค แอสตราเซเนกา และไฟเซอร์ ซึ่งมีจำนวนมากเพียงพอสำหรับประชากร ซึ่งต่อไปที่โรคโควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นนั้นคือ โรคโควิด จะคล้ายกับโรคไข้หวัดชนิดหนึ่ง คือพี่น้องประชาชนก็ยังคงต้องดูแลตัวเองตามมาตรการด้านสาธารณสุขเช่นเดิม เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ การดูแลสุขอนามัยของตนเอง การเว้นระยะห่างก็ยังคงต้องมีอยู่แต่อาจจะไม่ต้องเคร่งครัดมากเท่าเดิม" นพ.ภมร กล่าว

สสจ.บึงกาฬ กล่าวถึงการสวมหน้ากากอนามัยว่า ถ้าอยู่ในพื้นที่โล่งหรือไม่ได้อยู่ในที่แออัด ก็สามารถถอดหน้ากากอนามัยได้ แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่แออัด มีคนรวมตัวกันอยู่มากๆ ก็รณรงค์ให้ยังคงสวมหน้ากากอนามัยอยู่ต่อไป การล้างมือก็เป็นการดูแลสุขอนามัยที่ดีอยู่แล้ว ควรทำบ่อยๆ เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว ส่วนการเว้นระยะห่างก็เราต้องพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่แออัดอยู่แล้วเพราะจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย สรุปก็คือให้เราดูแลตัวเองเหมือนๆ กับการป้องกันโรคไข้หวัด โรคทางเดินหายใจทั่วๆ ไป ก็ให้ทำแบบเดียวกัน แต่ว่ากิจกรรมกิจการต่างๆ นี้ก็สามารถทำได้ตามปกติ เช่น การประชุม การจัดอบรม การทำโครงการต่างๆ การทำกิจกรรมแข่งขันกีฬา แม้กระทั่งสถานบันเทิงต่างๆ ก็คาดว่าเดือน ก.ค. น่าจะทยอยเปิดกันได้ แต่ว่าต้องใช้มาตรการไม่ให้แออัดมากเกินไป ซึ่งก็น่าจะมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ มากขึ้น.

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

รักแล้ว ไม่อยากรอนาน สาว 38 หอบสินสอดนับล้าน สู่ขอหนุ่ม 19 เป็นสามี
01:18

รักแล้ว ไม่อยากรอนาน สาว 38 หอบสินสอดนับล้าน สู่ขอหนุ่ม 19 เป็นสามี

ApplicationMy Thairath

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2565 เวลา 01:52 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์