ครอบครัว 6 ชีวิต เร่ร่อนติดโควิดทั้งบ้าน ไม่มีที่ไป กระเตงลูกเดินเท้าจากนครพนม มาสกลนคร ระยะทางเกือบ 100 กิโลเมตร เข้าพักกระท่อมนาของชาวบ้าน กระทั่งนายอำเภอกุดบาก สั่งลูกน้องออกตามหา ล่าสุดมีข่าวดีนายก อบจ.สกลนคร รับปากจะรับอุปการะเลี้ยงดูทั้งหมด เด็กๆ จะมีอนาคต แต่ต้องเป็นคนดี อย่าสร้างปัญหาให้กับสังคม

จากกรณี นายกิติพันธ์ จันทร์สุข นายอำเภอกุดบาก จ.สกลนคร สั่งการให้ นายสิรธัญคิณทร์ ศรีทวีกูล ปลัดอำเภอกุดบาก พร้อมด้วย นายวิรวัฒน์ ดาบลาอำ กำนัน ต.กุดบาก ออกสืบหาครอบครัวคนเร่รอน ซึ่งประกอบด้วย พ่อแม่ ลูก อีก 4 คน รวม 6 ชีวิต ติดโควิด-19 ทั้งบ้าน เดินเท้าจาก อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มาพักในกระท่อมนาไม่มีเลขที่ ของชาวบ้านในเขต บ.นาขาม ต.นาม่อง อ.กุดบาก จึงได้ไปตรวจสอบพบ นายอนนท์ ชื่นอารมณ์ อายุ 26 ปี น.ส.วิลาภรณ์ ประเสริฐสังข์ อายุ 27 ปี และบุตรชายอีก 4 คน รวม 6 ชีวิต จนทราบว่าได้มาพักอยู่ที่กระท่อมนาของ นางแกน นามลี อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 112 ม.9 บ.นาขาม ต.นาม่อง เนื่องจากไม่มีที่ไป จึงเดินเท้าเปล่าพร้อมเมียกระเตงลูกเป็นระยะทางเกือบ 100 กิโลเมตร ซึ่งได้จัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสาร อาหารแห้ง และเสื้อผ้า บรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ส่วนบุตรที่เรียน 2 คน ได้นำเข้าไปเรียนที่ โรงเรียนกุดบากราษฎร์บำรุง ในระดับชั้น ป.6 และ ป.2 นอกจะนี้ยังต่อเติมกระท่อมนาและทำห้องน้ำให้ ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

ความคืบหน้าของเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565 ดร.ชูพงษ์ คำจวง นายก อบจ.สกลนคร ทราบเรื่องนี้จากสื่อมวลชน จึงพร้อมด้วย นายกิติพันธ์ จันทร์สุข นายอำเภอกุดบาก นายครรชิต วงศ์แต้ม ผอ.โรงเรียนกุดบากราษฎร์บำรุง และผู้เกี่ยวข้องนำสิ่งของและเงินสดไปมอบให้อีกครั้งหนึ่ง โดยมีผู้ใจบุญร่วมบริจาคสมทบด้วย ซึ่ง นายก อบจ.สกลนคร ได้พูดคุยกับครอบครัวเร่ร่อน 6 ชีวิต ว่าไม่ต้องพาลูกไปเร่ร่อนอีก เพราะตนจะรับอุปการะทั้งหมด โดยจ้างให้ไปเฝ้าสวนทุเรียนของตน จำนวน 80 ไร่ ที่ อ.พรรณานิคม เดือนละ 10,000 บาท โดยให้ลูกชายคนโตที่เรียนชั้น ป.6 อีกเดือนละ 3,000 บาท เป็นค่าตอบแทนให้อาหารปลา 5 บ่อ ซึ่งจะรับผิดชอบเรื่องข้าวปลาอาหาร ที่พักทั้งหมด

...

นอกจากนี้จะส่งเสียให้ลูกๆ ได้เรียนหนังสือทุกคน โดยเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นคนดี อย่าสร้างปัญหาให้กับสังคม ซึ่งได้นัดหมายกันว่าจะให้มารับเมื่อใด โดยทางโรงเรียนรับปากว่าจะทำหนังสือส่งตัวไปที่เรียนใหม่ให้ โดยโอนทะเบียนบ้านไปที่ปลายทาง ซึ่งนายอนนท์พร้อมครอบครัวรู้สึกดีใจ เพราะจะได้ไม่ต้องพาครอบครัวไปเร่ร่อน.