กรมชลฯ เผยหลังปรับปรุงอ่างฯ ห้วยทรายขมิ้น จ.สกลนคร ปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่สุดฮิต ช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 65 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร ได้เปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบมาแล้ว 2 ปี หลังจากที่เสียหายจากพายุโซนร้อนเซินกา เมื่อ 24-27 ก.ค. 2560 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมชลประทาน ได้สนองพระราชดำริในการปรับปรุงเพิ่มความจุอ่างฯ จากความจุเดิม 2.40 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็น 3.18 ล้าน ลบ.ม. ตามข้อจำกัดของสภาพภูมิประเทศ สามารถส่งน้ำสนับสนุนกิจกรรมเพาะปลูกพืชฤดูฝนได้ 3,000 ไร่ และฤดูแล้งได้ 1,000 ไร่ นอกจากนี้ ในพื้นที่โครงการได้มีการออกแบบภูมิทัศน์ให้สวยงาม ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจ.สกลนคร สามารถสร้างได้รายเสริมให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ได้อีกด้วย

ด้านนายโรจน์วัฒน์ อินทร์ทุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า หลังจากที่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ได้ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ ได้ตั้งคณะกรรมการจัดการชลประทานโครงการชลประทานสกลนคร (ลุ่มน้ำย่อยห้วยทรายขมิ้น) "JMC" โดยบริหารในลักษณะอ่างฯ พวงที่มีด้วยกัน 5 อ่างฯ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยบ่อ อ่างเก็บน้ำห้วยทรายตอนบน 1-3 และอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ซึ่งกรรมการฯ จะประชุมวางแผนการบริหารจัดการน้ำทั้ง 5 แห่ง และแบ่งสรรปันส่วนกันสำหรับใช้ในการปลูกพืชทั้งปี ในการประชุมจะมีการนำเสนอปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้การใช้น้ำเกิดประโยชน์สูงสุด ผลจากการมี JMC สามารถลดปัญหาการจัดสรรน้ำได้อย่างน่าพอใจ จากเดิมที่มักมีปัญหาในช่วงฤดูแล้ง

ด้านนายทรงธรรม ไผ่แก้วตา กำนันต.ขมิ้น อ.เมือง จ.สกลนคร กล่าวว่า หลังจากปรับปรุงเขื่อนและเพิ่มความจุอ่างฯ ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ต.ขมิ้น และ ต.พังขว้าง มีชีวิตที่ดีขึ้น แม้จะเป็นอ่างฯ ขนาดเล็ก เพราะได้มีการตั้งคณะ JMC ทำให้แบ่งน้ำกันใช้ได้เหมาะสมทั้งการเกษตรและกิจกรรมอื่นในพื้นที่ และบริเวณรอบอ่างฯ 6 กม. มีการปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม ทุกวันจะมีประชาชนใกล้เคียงและจากตัวเมืองสกลนคร ซึ่งห่างออกไปราว 10 กม. มาออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน และวันหยุดกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เกษตรกรและชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ และล่าสุดได้เข้าไปอยู่ในการดูแลของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีการส่งเสริมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่และโครงการเกษตรกรต้นแบบ การให้ความรู้ การทำเกษตรที่ถูกต้อง รวมถึงปัจจัยการผลิตที่ขาดแคลน.