ผู้ว่าฯ สกลนคร สั่งหน่วยงานเข้าช่วยเหลือครอบครัวน้องแพรว สาวตกตึกดับปริศนาที่โอมาน ขณะที่ลูกชายทราบข่าว แม่บอกจะขอบวชตลอดชีวิต ส่วน ส.ส.นิยม เผย รมว.แรงงาน ประสาน กต.รับจะช่วยนำศพกลับ
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าว จ.สกลนคร เดินทางไปที่บ้านในพื้นที่ ม.6 ต.เต่างอย อ.เต่างอย จ.สกลนคร ซึ่งเป็นบ้านของน้องแพรว หรือ น.ส.ศุภรัตน์ งันลาโสม อายุ 30 ปี ที่เสียชีวิตจากการตกตึก 4 ชั้น ที่เมืองเบลล่า ประเทศโอมาน พบว่า นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ ผวจ.สกลนคร ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, แรงงานจังหวัด, แรงงานและสวัสดิการสังคม, อบต.เต่างอย, นายอำเภอเต่างอย เข้าติดต่อพูดคุยเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาในเบื้องต้น นอกจากนี้บรรดาญาติพี่น้องเพื่อนฝูงต่างพากันแวะเวียนมาถามข่าวคราวจำนวนมาก ซึ่งต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา แต่ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าจะโดดลงมาเอง
นางจันทรพรรณ สัมฤทธิ์จินตนา ปลัดอำเภอเต่างอย กล่าวว่า การดำเนินการเรื่องนำร่างของน้องแพรวกลับประเทศ ทางส่วนราชการได้ติดตามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ แต่เนื่องจากกรณีนี้เป็นกรณีพิเศษ จึงอาจต้องใช้เวลามากกว่าเดิม
...
ด้านนายชัยชนะ วิดีสา รองนายก อบต.เต่างอย กล่าวว่า เบื้องต้น นายเพชร สหรัตน์ นักร้องชื่อดังได้เป็นคนประสานงานทั้งหมด อย่างไรก็ดีหาก นายเพชร สหรัตน์ ต้องการรถในการขนส่งจากสนามบินกลับ จ.สกลนคร ทาง อบต.เต่างอย พร้อมให้ความร่วมมือช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ขณะที่ นางฮง มุงคุณ อายุ 54 ปี ชาวบ้าน ม.7 บ.อ่างคำ ต.นาตาล ย่าของ ด.ช.ภูมิ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี บุตรชายของน้องแพรว ที่เกิดกับสามีเก่า เดินทางมาที่บ้านน้องแพรว หลังทราบข่าวการเสียชีวิต กล่าวว่า จู่ๆ เฟซบุ๊กของแม่เด้งขึ้นมาระบุว่าตกตึกเสียชีวิต จึงรบเร้าให้ย่าพามาบ้านของแม่ เพื่อต้องการมาดูศพแม่ตนจึงพามา แต่ก็ต่องผิดหวังเพราะศพยังมาไม่ถึง อย่างไรก็ตามน้องภูมิเคยพูดให้ย่าฟังว่า แม่เคยบอกว่าเมื่อแม่สร้างบ้านเสร็จจะมารับไปอยู่ด้วย แต่คงไม่มีโอกาสแล้ว เพราะแม่ตายแล้ว น้องภูมิบอกว่าจะขอบวชโดยไม่สึก
รายงานข่าวแจ้งว่า นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย ได้โทรศัพท์มาถึงผู้สื่อข่าว โดยแจ้งว่า ขณะนี้ได้พูดคุยกับ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่รัฐสภาแล้ว และท่าน รมว.แรงงาน ก็รับปากว่าจะติดต่อกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการนำศพกลับไทยให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เบื้องต้นกระทรวงแรงงานหาดูชื่อของแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศแล้วปรากฏว่าไม่มี อาจจะใช้พาสปอร์ตของนักท่องเที่ยว ถึงอย่างไรก็จะนำศพกลับมาก่อน ส่วนคดีก็ว่ากันไป ต้องเอาคนของเรากลับมาให้ได้.