เสียงสะท้อนคนงานก่อสร้างที่โคราช ของแพงค่าแรงต่ำ ชีวิตไม่สมดุล ต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้ วอนรัฐปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 492 บาท หรือถ้าทำไม่ได้ ขอ 400-450 บาทก็ยังดี


วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่ไซต์คนงานก่อสร้าง ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้แรงงาน เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. พบว่าคนงานก่อสร้างส่วนใหญ่ ต่างเรียกร้องอยากให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็น 492 บาท ตามที่หลายฝ่ายเรียกร้องมา เนื่องจากปัจจุบันนี้ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับค่าแรงที่ต่ำ

นายสุริยา ศักดาเดช อายุ 42 ปี หนึ่งในผู้ใช้แรงงาน ชาว อ.เมืองนครราชสีมา กล่าวว่า ทุกวันนี้รายได้ของตนเองและเพื่อนร่วมงานที่มีอาชีพคนงานก่อสร้าง ค่อนข้างที่ต่ำมาก สวนทางกับสิ่งของอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกอย่าง ทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างรายได้กับรายจ่าย การใช้ชีวิตจึงมีความยากลำบากมากยิ่งขึ้นด้วย เพราะเงินที่ได้มายังเท่าเดิม แต่การกิน การใช้ ต้องใช้เงินซื้อมาด้วยราคาที่แพงขึ้น ขณะที่สินค้าบางอย่างที่ไม่เคยขึ้นราคา ก็ขึ้น เช่น มาม่า ปลากระป๋อง ซึ่งเป็นอาหารแสนประหยัด ที่คนงานมักจะนิยมซื้อมาทำอาหารกินกันในแคมป์คนงาน ตอนนี้ก็ราคาสูงขึ้นทุกอย่าง ประกอบกับค่าน้ำมัน ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าวัสดุก่อสร้าง ก็พากันขึ้นราคากันหมด ตอนนี้ค่าจ้างรายวันแทบจะไม่เหลือเก็บ แค่ใช้ประทังชีวิตไปวันๆ ได้ก็เก่งมากแล้ว หลายคนที่สมาชิกในครอบครัวก็ตกงาน ขาดรายได้ ต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากธนาคารบ้าง จากเพื่อนบ้านบ้าง เพื่อมาใช้จ่ายในครอบครัวให้อยู่รอดในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้

"ได้ข่าวว่าผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ อยากให้รัฐบาลปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็น 492 บาท ซึ่งก็อยากให้เป็นเช่นนั้น แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลน่าจะทำไม่ได้ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ถ้าปรับค่าแรงขึ้นไม่ได้ถึง 492 บาท ก็ขอให้ปรับขึ้นมาสัก 400-450 บาทก็ยังดี แล้วไปปรับลดราคาสินค้า ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานก็ได้ ทั้งนี้ ขอให้มองแรงงานว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศ เพราะถ้าไม่มีแรงงานเช่นพวกเราประเทศจะพัฒนาไปได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีการก่อสร้างถนนหนทาง หรือระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ที่จำเป็นต่อภาพรวมของประเทศ จึงขอใช้โอกาสเนื่องในวันแรงงานแห่งชาตินี้ ให้ผู้บริหารประเทศได้รับรู้ถึงความเดือดร้อนของแรงงานด้วย".