งานศพหนุ่ม 40 ปีถูกสายสื่อสารเกี่ยวคอล้มกะโหลกร้าวดับ เป็นไปด้วยความเศร้าสลด ลูก 3 คนกำพร้าพ่อไร้ที่พึ่ง ด้าน เมียยังทำใจไม่ได้ลั่นเอาผิดให้ถึงที่สุด ขณะที่ กสทช.รุดดูของกลางเพื่อหาเจ้าของ
กรณีนายบุญเกิด พรมวัฒน์ อายุ 40 ปี ชาวบ้าน บ.โคกครุฑ ต.ลำดวน อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ หลังขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda Super Cub หมายเลขทะเบียน 1 กฒ 609 สุรินทร์ ไปซื้อของก่อนถูกสายสื่อสารที่ห้อยลงมากลางถนนหลังลมพัดเกี่ยวคอ ทำให้รถเสียหลักล้ม หัวฟาดพื้นถนน จนกะโหลกร้าว เลือดคั่งในสมอง อาการสาหัส ไม่รู้สึกตัว เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของคืนวันที่ 28 เม.ย.65 ที่ผ่านมา บนถนนสายสุรินทร์-ลำดวน บริเวณหน้า รพ.ลำดวน และถูกนำตัวส่งรักษาที่ รพ.สุรินทร์อย่างเร่งด่วน
ก่อนที่เวลาประมาณ 20.04 น.ของวานนี้ (29 เม.ย.65) นายบุญเกิด ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ นำความโศกเศร้าเสียใจมายังครอบครัวพรมวัฒน์ ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงเป็นอย่างมาก ขณะที่นางสาวพรธิรา พรมวัฒน์ อายุ 42 ปี ภรรยายังคงทำใจและยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วเมื่อวานนี้นั้น.
เมื่อวันที่ 30 เม.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศ การตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายบุญเกิด หนุ่มเคราะห์ร้ายเพิ่งนำศพมาถึงบ้านเกิดเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ที่ผ่านมา บรรยากาศภายในงานศพ เป็นไปอย่างเศร้าสลด มีญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านและเพื่อนฝูงต่างทยอยเดินทางมากราบศพและแสดงความอาลัยต่อการจากไปของนายบุญเกิด พรมวัฒน์ ตั้งแต่เช้าและตลอดทั้งวัน พร้อมช่วยกันจัดสถานที่ภายในงานศพเพื่อเตรียมรับแขก ซึ่งครอบครัวจะมีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพนายบุญเกิด ในวันพุธที่ 4 พ.ค.65 ที่วัดสุวรรณรัตน์โพธิยาราม ต.ลำดวน อ.ลำดวน
สำหรับนายบุญเกิด พรมวัฒน์ มีบุตรกับนางสาวพรธิรา พรมวัฒน์ ภรรยา รวม 3 คน คนโตเป็นผู้ชาย อายุ 16 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.4 คนที่ 2.เป็นผู้ชาย อายุ 14 ปี อยู่ชั้น ม.2 และคนที่ 3 เป็นเด็กผู้หญิงอายุ 10 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.4 โดยผู้ตายเป็นหัวหน้าครอบครัว มีอาชีพขับรถตู้รับเหมานำเที่ยวและรับจ้างทั่วไป มีรายได้หลักจากอาชีพดังกล่าว เพื่อนำรายได้มาส่งเสียลูกๆได้เรียนหนังสือ และเลี้ยงครอบครัว และยังต้องดูแลแม่ที่มีอายุมากแล้วอีก 1 คน เพราะครอบครัวพรมวัฒน์ มีผู้ตายเพียงคนเดียวที่เป็นลูกชายเท่านั้น ที่เป็นผู้นำครอบครัว เมื่อสิ้นเสาหลักไปแล้ว ทำให้อนาคตข้างหน้าของครอบครัวพรมวัฒน์ ต้องมืดมน โดยเฉพาะลูกๆ ของผู้ตายที่ต้องขาดที่พึ่งและอยู่ในวัยเล่าเรียน
ขณะที่วันเดียวกันนี้ นายจิรพงษ์ วรรณสุทธิ์ จนท.สนง.กสทช.เขต 22 อุบลราชธานี ได้เดินทางมาพบกับ ร.ต.อ.กฤติพงษ์ หงส์สูง รอง สารวัตรสอบสวน สภ.ลำดวน ร้อยเวรเจ้าของคดี เพื่อทำหนังสือขอสายสื่อสารของกลางจากตำรวจไปเพื่อพิสูจน์ทราบและยืนยันร่วมกันต่อไป ว่าสายดังกล่าวเป็นสายสื่อสารของบริษัทใด ซึ่งจะได้เรียกบริษัทดังกล่าวเข้ามารับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นและเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาในช่วงบ่าย จนท.จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุรินทร์ ได้ลงพื้นที่มาพบครอบครัวผู้ตายเพื่อแนะนำขั้นตอนหลักเกณฑ์และวิธีการรวบรวมเอกสารเพื่อยื่นขอรับเงินเยียวยาตามกฎหมาย ขณะที่ จนท.สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอลำดวน ได้ปีนขึ้นตรวจสอบจุดที่สายสื่อสารขาด เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม และตรวจสอบว่าสายดังกล่าวพาดผ่านมายังจุดใดไปยังจุดใด จึงเกิดอุบัติเหตุ
...
ขณะที่ นางสาวพริรา พรมวัฒน์ ภรรยาของผู้ตาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันและเร็วเกินที่จะทำใจได้ ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าสายสื่อสารดังกล่าวเป็นของบริษัทใด แต่หลักฐานเราเก็บไว้หมดแล้ว ฝากถึงบริษัทสายเหล่านี้ ให้เก็บให้เรียบร้อยให้ดีกว่านี้ เพราะอันตรายมาก ทุกเส้นทางทุกถนนมีแต่สายแบบนี้ห้อยอยู่เต็มไปหมด ไม่รู้จะแก้ไขปัญหาแบบนี้ได้ยังไง เราต้องสูญเสียที่พึ่ง ผู้นำครอบครัวคนสำคัญในชีวิตครอบครัวของเราไป กับสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นจากความมักง่ายของบริษัทสายสื่อสาร สามีทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว แม่เขาก็มีสามีเป็นลูกชายคนเดียวที่ช่วยดูแลทั้งบ้าน สามียังต้องดูแลลูกอีก 3 คน ที่อยู่ในวัยเรียน มันเร็วเกินไปทำอะไรไม่ถูกเลย
ภรรยาของผู้ตาย กล่าวต่อว่า ตอนแรกคิดว่าขับรถล้มธรรมดา พอมาเห็นสภาพตนก็รับไม่ได้ ที่คอมีรอยสายสื่อสารรัดอย่างชัดเจน น่าจะทรมานมาก กะโหลกร้าวเลือดคั่งในสมอง ไม่มีโอกาสได้ร่ำลา ได้บอกลากันแม้สักคำเดียว อยากให้บริษัทสายสื่อสารออกมารับผิดชอบให้ถึงที่สุด เพราะเรามีกันอยู่แค่นี้ ไหนค่าใช้จ่ายลูกเรียนหนังสือ ไหนจะค่าบ้านที่ผ่อนอยู่อีกหลัง ไม่มีใครหารายได้มาดูแลครอบครัว เขามีรายได้มาจากการขับรถตู้ทางเดียว ลูกค้ากำลังเยอะ วิ่งแทบไม่มีวันว่าง วันเกิดเหตุช่วงตี 3 เขาก็เพิ่งกลับมาจากเกาะช้าง จ.ตราด หลังจากนี้ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง ลูกกำลังเรียน หนี้สินก็มี แม่สามีก็ต้องดูแล อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใครอีก ขอให้เป็นเคสสุดท้ายเกี่ยวกับสายสื่อสาร
...
ส่วน นายจิรพงษ์ วรรณสุทธิ์ จนท.สนง.กสทช.เขต 22 อุบลราชธานี กล่าวว่า ตนมาจาก สนง.กสทช.เขต 22 จ.อุบลราชธานี เพื่อมาพิสูจน์ทราบสายสื่อสารที่เกิดเหตุ เพื่อเป็นข้อมูลให้พนักงานสอบสวน ใช้ในการเรียกเจ้าของสายมารับผิดชอบเยียวยาต่อไป ซึ่งยังไม่ทราบชื่อบริษัทเจ้าของสายสื่อสาร ต้องนำไปตรวจสอบก่อน ซึ่งทาง สนง.กสทช.เขต 22 อุบลราชธานีก็มีงานเก็บสายสื่อสารต่างๆ ให้เรียบร้อยร่วมกับไฟฟ้าและผู้ประกอบการ แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมได้ทั่วถึง.