ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก 7 รุ่นพี่รับน้องโหด ซ้อม "น้องเปรม" ดับ ขณะที่ มทร. เรียกกลุ่ม นศ.รุ่นพี่ รุ่นน้อง 60 คน เข้าสอบสวนเพื่อเตรียมสรุปบทลงโทษภายใน 7 วัน ตั้งแต่พ้นสภาพ ไล่ออก ภาคทัณฑ์ ตัดคะแนน จนถึงพักการเรียน


จากกรณี นายพัสยศ ชลภักดี หรือน้องเปรม อายุ 19 ปี เป็นนักศึกษา ปวส.ชั้นปีที่ 1 สาขาช่างกลโรงงาน วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เสียชีวิตจากการถูกกลุ่มรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายในกิจกรรมรับน้องใหม่ที่แอบจัดนอกสถานที่ เมื่อกลางดึกของวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดเวลา 15.00 น. วันนี้ (22 มี.ค.) ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผศ.สุรพจน์ วัชโรภากุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในกิจกรรมรับน้องที่เกิดขึ้น ได้เรียกกลุ่มนักศึกษารุ่นพี่ ปวส.ชั้นปีที่ 2 และกลุ่มนักศึกษารุ่นน้อง ปวส.ชั้นปีที่ 1 สาขาช่างกลโรงงาน วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ ประมาณ 60 คน ที่เข้าร่วมในกิจกรรมรับน้อง ทยอยเดินเข้าห้องประชุมรอบละประมาณ 10 คน เพื่อให้คณะกรรมการฯ สอบข้อเท็จจริง โดยเป็นการดำเนินการคนละส่วนกับการสอบสวนทางคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ส่งไปให้คณะกรรมการทางปกครองของทางมหาวิทยาลัยพิจารณาบทลงโทษกลุ่มนักศึกษารุ่นพี่ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมรับน้อง

โดยในเบื้องต้นกลุ่มนักศึกษารุ่นพี่ 7 คน ที่ถูกตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการก่อเหตุชกท้องนักศึกษารุ่นน้อง จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ถือว่ามีความผิดร้ายแรงมีโทษถึงขั้นให้พ้นสภาพนักศึกษา หรือไล่ออก ส่วนกลุ่มนักศึกษารุ่นพี่คนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมรับน้อง ก็จะมีความผิดทางวินัยโทษตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตัดคะแนนความประพฤติ และพักการเรียน ซึ่งคาดว่าจะสรุปผลทั้งหมดได้ภายใน 7 วัน โดยทางคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่มีการช่วยเหลือผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน

ส่วนด้านคดี พ.ต.อ.คณัสนันท์ สุวรรณทรัพย์ ผกก.สภ.มะเริง เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มรุ่นพี่ 7 คน ในฐานความผิดร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และฐานความผิดร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น ส่วนกลุ่มรุ่นพี่ทั้งหมดรวม 25 คน ถูกแจ้งข้อหาฐานความผิดร่วมกันทำให้ผู้อื่นขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล และความผิดฐานฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งรัดสรุปสำนวนคดีภายใน 30 วัน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.