รมว.ยุติธรรม ลุยโคราชคิกออฟไกล่เกลี่ยหนี้ 4 ภาค พร้อมนำหน่วยงานในสังกัดพบประชาชน ชี้มาที่นี่ไม่เกี่ยวการเมือง แต่มาหาทางออกแก้หนี้ที่ต้นเหตุ ช่วยเหลือชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.65 ที่ตลาดเทิดไท จ.นครราชสีมา มีการจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 2 และยุติธรรมพบประชาชน โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นางทัศนีย์ เปาอินทร์ อธิบดีกรมบังคับคดี นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีตประธานวิปรัฐบาล ผู้บริหารและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงาน

โดย ผู้ว่าฯนครราชสีมา กล่าวว่า จ.นครราชสีมา เป็นจังหวัดที่สำคัญของประเทศไทย พวกเราถือเป็นเกียรติที่ได้จัดงานในระดับภูมิภาคเป็นจังหวัดแรก ซึ่งเราเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว การเกษตร และเศรษฐกิจของภาค โดยการจัดงานครั้งนี้สอดคล้องกับโครงการ โคราชไม่จน ที่เน้นการแก้ไขความยากจนให้ประชาชน

ด้าน นายเรืองศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานวันนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาร่วมจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินฯ ครั้งนี้ ประกอบด้วย  1.กองทุนเงินให้กูยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 2.บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ท จำกัด (มหาชน) 3. ริษัท บริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด 4.บริษัท เคบี เจ แคปปิตอล จำกัด  5.ธนาคารออมสิน 6.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 7.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ 8.ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) โดยเชิญประชาชนใน จ.นครราชสีมา จ.ชัยภูมิ และ จ.บุรีรัมย์ มาร่วมงานด้วย มีกลุ่มเป้าหมายของการไกล่เกลี้ยหนี้สิน 13,050 ราย มูลค่าหนี้รวม 1,155 ล้านบาท แบ่งเป็นผู้เป็นลูกหนี้ก่อนฟ้อง 9,580 ราย มูลค่าหนี้ 677 ล้านบาท และผู้เป็นลูกหนี้หลังฟ้อง 3,157 ราย มูลค่าหนี้ 478 ล้านบาท

...

 

ขณะที่ นายสมศักดิ์ กล่าวเปิดงานว่า ในปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้หนี้ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ได้รับนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศว่า 2565 เป็นปีแห่งการแก้หนี้ จึงได้เดินหน้าจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินภาคครัวเรือน ครั้งที่ 1 ขึ้น เมื่อวันที่ 25-26 ก.พ.65 ณ ที่ไบเทคบางนา ซึ่งท่านนายกฯมีความห่วงใย เราจึงเดินหน้าจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนขึ้นใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่ จ.นครราชสีมา โดยประโยชน์ที่ประชาชนที่มาร่วมงานนี้จะได้รับในกรณีก่อนฟ้อง คือ การขยายเวลาการชำระหนี้ ลดเบี้ยปรับ ลดดอกเบี้ย ลดค่างวดรายเดือน งดฟ้องดำเนินคดี และรับเงื่อนไขปลดผู้ค้ำประกัน สำหรับในส่วนของชั้นบังคับคดี หรือหลังฟ้อง ประโยชน์ที่จะได้รับ คือ ขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ ลดเบี้ยปรับ ลดจำนวนเงินผ่อนชำระหนี้ งดยึดทรัพย์ งดขายทอดตลาด ลูกหนี้จะไม่ถูกบังคับคดีและยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย แต่หากบางคนที่ไม่ได้มา เราก็ยังติดตามให้ต่อ ยังตามมาแก้ปัญหาได้ภายหลังแต่จะไม่ได้สิทธิพิเศษเท่าในงาน

"ผมเข้าใจในเวลานี้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิดฯ บางคนตกงานบางคนถูกลดเงินเดือน ซ้ำร้ายไปกว่านั้นสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาแพงขึ้น ราคาน้ำมันก็พุ่งสูง ซึ่งเกิดจากสภาวะของโลก ผมในฐานะรัฐมนตรีจะไม่นิ่งเฉย จะเดินทางไปช่วยคลายหนี้ให้กับทุกคนเท่าที่จะทำได้ การที่ผมมาในวันนี้ไม่ใช่เรื่องของการเมือง ผมต้องการมาช่วยเหลือประชาชน ผมเป็นนักการเมืองมา 40 ปี ใกล้ชิดกับประชาชนมาโดยตลอด ได้ศึกษาปัญหาความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนต้องพบเจอ ผมถูกสอนมาตลอดว่า การเป็นรัฐมนตรีต้องลงพื้นที่มารับฟังแล้วนำสิ่งต่างๆไปหารือกับผู้บริหาร และทำออกมาเป็นนโยบาย การแก้หนี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ผมยืนยันเช่นเดิมว่าจะทำงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และขอให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์จากงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินในครั้งนี้อย่างสูงสุด" นายสมศักดิ์ กล่าว

จากนั้นเป็นการมอบเงินเยียวยาผู้เสียหาย และจำเลยในคดีอาญาตามกฎหมาย 13 ราย รวมเป็นเงิน 426,000 บาท และมอบป้ายศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนในพื้นที่นครราชสีมา 40 แห่ง และมอบต้นกระท่อมให้กับเครือข่ายต้นแบบของ จ.นครราชสีมา และร่วมงานการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ของกองทุนป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นทรัพย์สินจากผู้ค้ายาเสพติดที่ถูกจับกุมและยึดมาได้ มีทั้งทองรูปพรรณและที่ดิน โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าภายในอีก 2 ปี ปัญหายาเสพติดจะลดน้อยถอยลง เพราะเรามีประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ ที่จะเน้นการยึดทรัพย์ตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติด ต่อมานายสมศักดิ์ ได้เดินชมบูธต่างๆของแต่ละหน่วยงานที่นำมาจัดแสดง

...

สำหรับบรรยากาศภายในงาน นอกจากมีการไกล่เกลี่ยหนี้จากสถาบันการเงินต่างๆแล้ว ยังมีหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรมที่เข้าร่วมงาน เช่น กองทุนยุติธรรม ที่มาให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและให้ความรู้แก่ประชาชน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะมีการบริการรับเรื่องร้องเรียน กรมคุมประพฤติจะมีบริการตัดผมให้กับประชาชน การจำหน่ายผลผลิตของอาสาสมัครคุมประพฤติและผู้ถูกคุมประพฤติ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ที่จัดกิจกรรมค้นหาตัวตนคนนิรนาม และสำนักงาน ป.ป.ส ที่มีการประมูลทรัพย์สินของผู้ค้ายาเสพติด และยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

...

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ยังได้ช่วยไกล่เกลี่ยหนี้ด้วยตัวเอง โดยรายแรกเป็นหนี้ก่อนฟ้อง บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ท จำกัด รวมเงินต้นและค่าปรับเป็นเงิน 15,000 บาท โดยผลการเจรจราเจ้าหนี้ให้จ่ายแค่เงินต้นที่ค้าง 5,000 บาท เท่านั้น ส่วนอีกรายเป็นหนี้ธนาคารออมสิน จนศาลมีคำพิพากษายึดทรัพย์ 2 คดี และฟ้องล้มละลาย ซึ่งหากจะให้เรื่องจบต้องจ่ายเงินค่าปรับ 3 ล้านบาท ซึ่งจากการเจรจาเหลือเพียงให้จ่าย 1.6 ล้านบาทเท่านั้น สร้างความดีใจให้กับบรรดาลูกหนี้เป็นอย่างมาก