รมว.ยุติธรรม เป็นประธานสักขีพยานมอบที่ดินจากกรมราชทัณฑ์ ใช้ก่อสร้างสำนักงานเทศบาลคลองไผ่ จ.นครราชสีมา พร้อมมอบที่ดินให้ ปชช.ที่เดือดร้อน จากกรณีเวนคืนที่ดินสร้างรถไฟความเร็วสูง ยืนยัน ยธ.ยึดประโยชน์ประชาชน-เอื้ออาทรเป็นที่ตั้ง มั่นใจช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน
เมื่อวันที่ 21 ม.ค.65 ที่ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก จ.นครราชสีมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างสำนักงานเทศบาล ต.คลองไผ่ และพิธีลงนาม MOU ว่าด้วยการพัฒนาความร่วมมือและสนับสนุนภารกิจของหน่วยงาน (ราชทัณฑ์วิถีใหม่ ร่วมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง เป็นเครือข่ายสร้างคนดีคืนสู่สังคม) โดยมี นายชรินทร์ ทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายสมยศ เอียการนา นายกเทศมนตรีตำบลคลองไผ่ นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และข้าราชการในส่วนของกรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมงาน
จากนั้นได้มีพิธีลงนาม MOU ทั้ง 2 ฝ่าย 4 หน่วยงาน เทศบาลตำบลคลองไผ่ เรือนจำกลางคลองไผ่ ทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา และทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน
โดย นายอายุตม์ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้นั้น เกิดขึ้นจากกรมราชทัณฑ์ได้มุ่งส่งเสริมและประสานความร่วมมือ ในการบริหารจัดการที่ดินราชพัสดุ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยกรณีเทศบาลตำบลคลองไผ่ขอใช้พื้นที่ราชพัสดุ เพื่อก่อสร้างสำนักงานเทศบาลจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการ บริการสาธารณะและการดูแลแก้ไขปัญหา และเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะแก้ไขปัญหาบุกรุกที่ดินอีกด้วย
...
ด้าน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นสักขีพยาน ในพิธีมอบที่ดินในการก่อสร้างสำนักงานเทศบาลตำบลคลองไผ่ และมอบที่ดินให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริกได้แบ่งที่ดินส่วนนี้ ตามคำร้องขอเพื่อให้สังคมและหน่วยงานท้องถิ่นนำไปใช้ประโยชน์ โดยการจัดสรรที่ดินแบ่งออกเป็น 2 ส่วนตามคำร้องขอ คือ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 มีประชาชน 18 ครัวเรือน กว่า 100 คน ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินในการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยตลอดระยะเวลากว่า 300 วัน ที่กรมราชทัณฑ์หาแนวทางในการช่วยเหลือประชาชน จนล่าสุดเราได้ดำเนินการเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริกได้จัดสรรแบ่งที่ดินราชพัสดุที่ถือครอง จำนวน 5 ไร่ เพื่อนำไปสร้างที่อยู่อาศัยให้ประชาชนใช้ดำรงชีวิตต่อไป
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนที่ 2 ช่วงเดือนสิงหาคม 2564 เทศบาลตำบลคลองไผ่ได้มาพบตน เพื่อขอให้กรมราชทัณฑ์จัดสรรที่ดินในการก่อสร้าง สำนักงานเทศบาลแห่งใหม่ เพราะได้รับผลกระทบจากการหมดสัญญาจากการรถไฟในปี 2564 ซึ่งสำนักงานเทศบาลเดิมจะต้องนำไปก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าเส้นทางกรุงเทพ-นครราชสีมา และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ จึงจำเป็นต้องย้ายออกจากสำนักงานเทศบาล ซึ่งกรมราชทัณฑ์เข้าใจความเดือดร้อน จึงให้ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริกมอบที่ดิน เพื่อสร้างเทศบาลแห่งใหม่อีก 15 ไร่ โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะให้สำนักงานกรมธนารักษ์จังหวัดนครราชสีมา เข้ามารางวัดพื้นที่ราชพัสดุ ซึ่งตนเชื่อว่าจากนี้อีกไม่นานทางเทศบาลและประชาชนกว่า 100 คน จะได้เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่แห่งนี้อย่างแน่นอน
"ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอยืนยันว่าผมมองเห็นความเดือดร้อนของประชาชน และหน่วยงานของรัฐมาโดยตลอด อะไรที่เราช่วยได้ผมยินดีที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ และหวังว่าการมอบที่ดินในครั้งนี้ จะช่วยให้การบุกรุกพื้นที่ทำลายป่าไม้หมดไปด้วย ผมคิดว่าที่ดินเหล่านี้ทั่วประเทศของกระทรวงยุติธรรม จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชนไม่มากก็น้อย และหวังว่าจะเกิดเป็นประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและพี่น้องประชาชน" นายสมศักดิ์ กล่าว
จากนั้น นายสมศักดิ์ พร้อมด้วย นายชรินทร์ นายอายุตม์ และนายสมยศ ได้เดินทางไปพบปะชาวบ้านตำบลคลองไผ่ 18 ครอบครัว กว่า 100 คน ที่เดินทางมารอต้อนรับ โดย นางพิสมัย จันคำใจ ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า พวกเราชาวบ้านคลองไผ่ได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่มีที่อยู่อาศัย ซึ่งจุดเดิมที่เราเช่าอาศัยอยู่นั้นเป็นที่ดินของราชพัสดุ แต่เมื่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ให้ความกรุณามอบที่ดินส่วนนี้ให้ทำให้พวกเรารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ต้องทำใจแล้วว่าอาจจะไม่มีที่สุกหัวนอนก็เป็นได้ พวกตนจึงขอขอบพระคุณทุกหน่วยงานที่ให้ความเมตตาในครั้งนี้
...
ด้าน นายสมศักดิ์ ยืนยันว่า เข้าใจความรู้สึกของพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงจึงถูกเวนคืนที่ดิน ทั้งนี้ ตนขอแสดงความยินดีกับประชาชนที่กรมราชทัณฑ์เข้าใจปัญหาของประชาชน โดยจะให้กรมราชทัณฑ์ช่วยดูข้อเท็จจริงว่า ความเป็นอยู่ยังแออัดมากน้อยเพียงใด เพื่อจะได้จัดสรรที่ดินให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์มากขึ้นด้วย แต่ต้องอยู่ในความเหมาะสมอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามกระทรวงยุติธรรมจะยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง