ชาวนาสะอื้น วอนนายกฯ ลุงตู่ช่วยพยุงราคาข้าว ขยับราคาข้าวเปลือกสัก 10 บาทต่อกก.ก็ยังดี บอกต้องตรากตรำอาบเหงื่อต่างน้ำ แต่ราคาข้าวมีแต่ดิ่งลง สวนทางกับราคาน้ำมัน ค่าจ้าง ค่าแรง ชาวนาแทบจะกอดคอกันตายแล้ว
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านหนองตะไก้ ม.5 ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรธานี พบนางจันทร์ศรี ทำวงศ์ศรี หรือยายขอด อายุ 60 ปี ชาวนา กำลังก้มหน้าก้มตาเกี่ยวข้าวดอ หรือข้าวที่เก็บเกี่ยวก่อนฤดู ร่วมกับญาติ หลังจากช่วงเช้าได้ช่วยพากันเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว 2 ไร่เศษ เหลือเพียงเล็กน้อย จึงพากันมาเก็บเกี่ยวให้แล้วเสร็จในช่วงเย็น เพราะช่วงกลางวันแดดร้อน จำเป็นต้องหยุดพักผ่อน เนื่องจากมีแต่ผู้สูงวัย ส่วนคนหนุ่มสาวต้องไปทำงาน และจะมาเก็บเกี่ยวในช่วงวันหยุด
ยายขอด เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า หลังทราบข่าวว่าราคาข้าวเปลือก 5 บาท/กก. รู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะกว่าจะปลูกข้าวมาเป็นรวง เป็นเมล็ดข้าวสาร ต้องลำบากตรากตรำ อาบเหงื่อต่างน้ำ โชคดีที่อุดรธานีปีนี้ฝนไม่แล้ง และน้ำไม่ท่วมเหมือนจังหวัดอื่น ซึ่งการทำนาปัจจุบันต้องมีต้นทุนที่สูง ผลพวงมาจากราคาน้ำมันที่ราคาพุ่งไม่หยุด ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ตนยังเป็นสาว ราคาน้ำมัน 5-7 บาท/ลิตร และสมดุลกับราคาข้าวเปลือกในขณะนั้นราคา 4-5 บาท/กก. แต่ตอนนี้มันต่างกันมาก น้ำมันแพงส่งผลให้ปุ๋ยแพง ค่าแรงเกี่ยวข้าวแพง อะไรก็แพงไปหมด หากปีไหนหน้าแล้งก็ต้องซื้อน้ำมันมาสูบน้ำเข้านาเลี้ยงต้นข้าว และปีไหนถ้าฝนดีน้ำท่วมนา ก็ต้องซื้อน้ำมันมาใส่เครื่องสูบน้ำออก เพื่อไม่ให้ข้าวเน่าเสียหาย อย่างเช่นวันนี้ต้องจ้างแรงงานมาช่วยเกี่ยวข้าว และจ้างรถสีข้าวเปลือก ตนไม่มีเงินจ้างก็ให้ข้าวเปลือก 1 ถุงปุ๋ย แลกกับค่าจ้าง
...
"อยากฝากถึงท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี (ยกมือพนมพร้อมกับสะอื้น) ว่าให้ช่วยชาวนา โดยการพยุงราคาข้าวเปลือกให้ชาวนา อย่ามัวแต่ไปพยุงราคาข้าวสารให้โรงสีและนายทุน สงสารชาวนาตาดำๆ บ้าง และไม่ได้ว่าท่านนายกฯ ไม่ดี ที่ผ่านมาท่านก็ทำดีที่สุดแล้ว ทราบข่าวว่าวันนี้มีการประชุมในรัฐสภา ก็ขอให้ท่านนายกฯ ช่วยชาวนาตาดำๆ ด้วย หลังทราบข่าวราคาข้าวเปลือก ชาวนาในหมู่บ้านแทบจะกอดคอกันตายแล้ว เพราะตั้งแต่เกิดมาเป็นลูกชาวนา 60 ปี ไม่เคยเห็นราคาข้าวเปลือกตกต่ำสวนทางกับราคาน้ำมันหรือต้นทุนขนาดนี้ หากยังไม่มีอะไรดีขึ้น ก็อยากจะเดินทางไปถามท่านนายกฯ ถึงที่หน้ารัฐสภา หากมีแกนนำพาไป แต่ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อน
ต่อมา นางจันทร์ศรี ทำวงศ์ศรี ได้พาผู้สื่อข่าวไปที่บ้าน พร้อมกับกล่าวว่า หากราคาข้าวเปลือกไม่ขยับขึ้นอย่างน้อย 10 บาท/กก. ตนก็จะไม่นำไปขายให้กับโรงสี หรือนายทุน แต่จะใช้เครื่องสีข้าวขนาดเล็กที่ซื้อผ่อนส่งในราคา 14,000 บาท สีข้าวเปลือกเป็นเมล็ดข้าวสารไว้กิน และแบ่งบรรจุถุงขายให้พ่อค้าแม่ค้าไปขายในตลาดนัดตามหมู่บ้านในราคาถูกกว่าท้องตลาด เพราะข้าวที่ปลูกเป็นข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียวสันปาตอง ที่คนไทยนิยมรับประทาน.