ปิดบัญชีบริจาค ช่วยยายทวดเลี้ยงเหลน รอดถูกยึดบ้าน คนโอนช่วยเฉียดล้าน

ข่าว

    ปิดบัญชีบริจาค ช่วยยายทวดเลี้ยงเหลน รอดถูกยึดบ้าน คนโอนช่วยเฉียดล้าน

    ไทยรัฐออนไลน์

    24 ก.ย. 2564 14:48 น.

    ปิดบัญชีบริจาค ช่วยยายทวดเลี้ยงเหลน ที่ จ.นครราชสีมา รอดจากการถูกยึดบ้าน หลังหลานนำโฉนดไปจำนอง และขาดส่ง พบยอดสุดท้าย อยู่ที่ 937,765.40 บาท

    จากกรณี ยายมิตร์ เกรียมมะเริง อายุ 84 ปี ย่าทวดที่เลี้ยงเหลนสาววัย 3 ขวบเพียงลำพัง อยู่บ้านเลขที่ 301 ซ.เดชอุดม 22 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เคราะห์ซ้ำกรรมซัดถูกหลานนำโฉนดที่ดินบ้านที่อาศัยอยู่ไปจำนอง และขาดส่ง กำลังจะถูกยึดบ้าน หลังจากที่ได้นำเสนอข่าวไป มีผู้ใจบุญร่วมบริจาคช่วยเหลือย่าทวด และเหลน จนยอดเงินพุ่งมีจำนวนมากพอที่จะสามารถไถ่ถอนบ้าน และที่ดินคืนได้แล้วนั้น

    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 ก.ย. ผู้สื่อข่าว พร้อมด้วยทีมกู้ภัยฮุก31 ที่ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือ และเปิดบัญชีรับบริจาค พายายมิตร์ และเหลนเดินทางไปที่ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา สาขาตลาดเซฟวัน เพื่อเช็กยอดเงินและปิดบัญชี โดยพบว่า มีผู้ใจบุญโอนเงินมาให้ความช่วยเหลือรวมจำนวนเงินทั้งสิ้น 937,765.40 บาท ซึ่งหลังจากนี้จะปิดบัญชีหยุดรับบริจาค ไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้อีก และนำเงินทั้งหมดเก็บไว้ที่ธนาคารในบัญชีใหม่ในชื่อของ น.ส.มิตร์ เกรียมมะเริง เพียงผู้เดียว รอการตั้งกรรมการในการดูแลบัญชีก่อน จึงจะสามารถเบิกถอนนำเงินไปใช้จ่ายต่อไป

    นางสาคร ลาภวิบูลย์สุข อายุ 54 ปี กู้ภัยฮุก 31 หัวหน้าจุดย่อยข้าง สภ.โพธิ์กลาง หนึ่งในทีมงานที่เข้าช่วยเหลือและพาคุณยายไปเปิดบัญชีขอรับบริจาค เปิดเผยว่า หลังจากที่ตั้งกรรมการในการดูแลบัญชีของย่าทวด เงินส่วนแรก 370,000 บาท จะนำไปซื้อบ้านที่หลานสาวแอบนำไปจำนองคืน แบ่งเป็นเงินซื้อบ้านคืน 350,000 บาท ค่าโอน 20,000 บาท จากนั้นจะแบ่งบางส่วนไว้ซ่อมแซมบ้านให้ย่าทวดและเหลน ส่วนจำนวนเงินที่เหลือทั้งหมดจะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้เหลนต่อไป โดยยืนยันว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะมีการจัดการอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และจะไม่เบิกถอนโดยไม่มีเหตุผลอันควร ในการใช้จ่ายของย่าทวดและหลานจากนี้จะมีกรรมการในการดูแลบัญชี พร้อมทั้งผู้นำชุมชนและเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจะสอดส่องดูแลไม่ให้หลานหรือญาติเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเงินจำนวนนี้

    ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพของย่าทวดและหลาน มีสวัสดิการจากภาครัฐช่วยเหลือ โดยบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนักพัฒนาชุมชน กองสวัสดิการสังคมเทศบาลนครนครราชสีมา ได้เข้ามาช่วยเหลือ ค่าครองชีพของย่าทวด และค่าเล่าเรียนของเหลน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาตรวจสอบ

    ด้าน ดร.ปาณิสรา จันทรัตน์ นักพัฒนาชุมชน กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยเข้ามาดูแลครอบครัวนี้จากการประสานจากผู้นำชุมชนเกี่ยวกับเด็กด้อยโอกาส จะได้ช่วยเหลือของผู้ชายจนได้เข้าเรียนที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชลประทานสงเคราะห์สังกัดเทศบาลนครนครราชสีมา ทั้งช่วยดูแลในส่วนของชุดนักเรียนอุปกรณ์การเรียน ค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่เปิดเทอมน้องไปเรียนได้เพียง 3 วัน ก็เกิดสถานการณ์โควิด-19 ถึงต้องหยุดเรียน จากการประเมินของคุณครูในชั้นเรียนพบว่า น้องมีพัฒนาการที่ดี เป็นเด็กดี สุขภาพแข็งแรง ได้รับคำชมเชยว่าเป็นเด็กฉลาด ร่าเริงและเข้ากับเพื่อนๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งย่าทวดมีความกังวลว่า หากตนเองไม่อยู่แล้ว เหลนจะอยู่อย่างไร ตนเองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางบ้านพักเด็กและพมจ.นครราชสีมา จะต้องร่วมเตรียมวางแผนรอรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป

    อย่างไรก็ตาม คุณย่าทวดมิตร์และเหลน ได้กล่าวแสดงความขอบคุณผู้ใจบุญทุกท่านที่ช่วยบริจาคให้คุณยายรอดพ้นจากการถูกยึดบ้านในครั้งนี้ พร้อมเผยว่า ตนเองก็แก่ชราลงทุกวัน ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานสักเท่าไร แต่อยากให้เหลนมีอนาคตที่ดี ได้เรียนหนังสือสูงๆ เป็นกำลังของชาติบ้านเมืองต่อไป แม้ที่ผ่านมาคุณย่าทวดจะทำงานส่งเสียทั้งลูกและหลานให้ได้เรียนหนังสือ แต่ก็ไม่มีใครเรียนจบ จึงหวังแต่เพียงว่าเหลนสาว จะได้เรียนจนสำเร็จการศึกษา จนมีงานทำเลี้ยงตนเองได้ก็พอ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ธารใจไทยรัฐบริจาคย่าทวดถูกยึดที่จำนองบ้านเงินบริจาคปิดบัญชีข่าวนครราชสีมาข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 21:38 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์