โผล่อีกแล้ว ผอ.รพ.เฉลิมพระเกียรติ และหัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรม สวมสิทธิ์ยัดชื่อภรรยาและสามีฉีดวัคซีนไฟเซอร์ พร้อมอ้างนึกว่าเป็นบุคลากรด่านหน้า ขณะที่ รองสสจ.ตั้งกรรมการสอบเอาผิดวินัย อาญา


เมื่อวันที่ 18 ส.ค.64 กรณีภรรยาของผู้อำนวยการ และสามีของหัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรม รพ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ซึ่งทำงานคลินิกเอกชนและร้านขายยา ได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ทั้งที่ไม่ใช่บุคลากรด่านหน้า ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบว่าทำผิดเงื่อนไขของสาธารณสุขจังหวัดชัดเจน

ล่าสุด นพ.วิชาญ คิดเห็น รองสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เปิดเผยความคืบหน้าว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลักฐานและสอบปากคำผู้อำนวยการและฝ่ายบริหารผู้เกี่ยวข้องในโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติแล้ว ได้ข้อเท็จจริงที่ว่า โรงพยาบาลได้รับวัคซีนไฟเซอร์ 144 โดส ฉีดให้บุคลากรด่านหน้าตามเงื่อนไขถูกต้อง 141 โดส ส่วนอีก 3 โดส ฉีดให้กับภรรยา ผอ.โรงพยาบาล ทำงานคลินิกเอกชน รวมทั้งฉีดให้กับสามีของหัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรมของโรงพยาบาล ทำงานเป็นเภสัชกรร้านขายยา และฉีดให้กับพนักงานร้านขายยาเดียวกัน ซึ่งการฉีด 3 โดสหลังนี้ ยังไม่เข้าเกณฑ์เป็นบุคลากรด่านหน้าที่จะต้องได้รับสิทธิ์ เป็นการทำผิดเงื่อนไขชัดเจน

...

โดยฝ่ายผู้ถูกสอบสวนชี้แจงว่า กระทำการโดยเข้าใจว่า เป็นบุคลากรด่านหน้าเช่นกัน เพราะลักษณะงานใกล้ชิดเสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อ จึงได้รับสิทธิ์ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ แต่สาธารณสุขจังหวัดได้กำหนดเงื่อนไขไว้ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ละโรงพยาบาลมีคณะกรรมการรับรู้รับทราบและเข้าใจตรงกันอยู่แล้ว ข้อชี้แจงจึงฟังไม่ขึ้น

หลังจากนี้จะให้นิติกรทำรายงานเสนอต่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เพื่อตั้งคณะกรรมการพิจารณาบทลงโทษทางวินัยภายใน 1-2 วันนี้ ส่วนจะมีบทลงโทษทางอาญา ที่อาจเข้าข่ายยักยอกทรัพย์สินของทางราชการหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพิจารณา

อย่างไรก็ตาม การจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ลอตแรก 15,000 โดส ฉีดให้บุคลากรด่านหน้าของ จ.นครราชสีมา ที่มีอยู่ทั้งหมด 17,000 คน กว่า 90% แล้ว และลอตที่ 2 พึ่งส่งมาถึงอีก 5,000 โดส วางแผนจัดสรรฉีดให้กับบุคลากรด่านหน้าที่ยังไม่ได้รับอีก 2,000-3,000 คน ส่วนที่เหลืออีก 2,000 โดส จะฉีดให้กับกลุ่มบุคลากรในคลินิกเอกชนและร้านขายยา แต่กำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพเท่านั้น.