พิษโควิดทำธุรกิจกุ้งก้ามกราม ของขึ้นชื่อกาฬสินธุ์ ซบเซาสุดในรอบ 30 ปี

ข่าว

    พิษโควิดทำธุรกิจกุ้งก้ามกราม ของขึ้นชื่อกาฬสินธุ์ ซบเซาสุดในรอบ 30 ปี

    ไทยรัฐออนไลน์

    1 ส.ค. 2564 21:48 น.

    เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามริมเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ประสบปัญหาธุรกิจซื้อขายกุ้งซบเซาที่สุดในรอบ 30 ปี จากพิษโควิด-19 ระบาด ตลาดและร้านอาหารหลายพื้นที่ปิดตัว ไม่สามารถส่งกุ้งขายได้

    เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ปัจจุบันส่งผลกระทบกับประชาชนหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งและเป็นอาหารขึ้นชื่อของ จ.กาฬสินธุ์ โดยเกษตรกรเลี้ยงเป็นอาชีพกันมาประมาณ 30 ปี และปัจจุบันได้รับน้ำจากคลองชลประทานเขื่อนลำปาว ทำให้สามารถเลี้ยงกุ้งได้ตลอดปี สร้างรายได้เข้าสู่จังหวัดมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี


    แต่สถานการณ์ในปีนี้กลับซบเซาหนักสุดในรอบ 30 ปี เนื่องจากตลาดต่างๆ ในหลายพื้นที่ และร้านอาหารที่รับซื้อปิดตัวลงจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้กุ้งก้ามกรามไม่สามารถส่งไปขายได้ตามปริมาณปกติ และต้องเลี้ยงไว้นานขึ้นทำให้สิ้นเปลืองและแบกรับค่าใช้จ่ายในเรื่องอาหารกุ้ง

    นายวีรชาติ ภูโปร่ง เลขานุการสมาพันธ์ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ บ้านโปร่งแค ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามใน จ.กาฬสินธุ์ ทั้งที่เข้ามารวมกลุ่มเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ และรายย่อยทั่วไปมีอยู่ประมาณ 1,200 ราย พื้นที่ไม่ต่ำกว่า 3,000 ไร่ หรือประมาณ 2,000 บ่อ โดยจะจำหน่ายที่ปากบ่อราคา กก.ละ 250 บาท ที่ผ่านมามีเงินสะพัดกับเกษตรกร และสร้างรายได้เข้าสู่จังหวัดปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท แต่มาระยะหลังตั้งแต่ปี 2563 ช่วงที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยอดขายเริ่มลดลงมาเรื่อยๆ ตามลำดับ

    เลขานุการสมาพันธ์ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ กล่าวต่อว่า จนมาถึงปี 2564 และ ขณะนี้เป็นช่วงที่โรคโควิด-19 กำลังระบาดหนักทั่วประเทศ ยอดขายลดลงอย่างมาก เพราะไม่สามารถส่งขายได้ตามปกติ ทั้งนี้สำหรับกลุ่มสมาชิกแปลงใหญ่จากเดิมเคยส่งกุ้งให้กับลูกค้าตามร้านอาหารและตลาดสดทั่วไปในภาคอีสานและ สปป.ลาว เฉลี่ยวันละ 500 กก. และหากรวมกับเกษตรกรรายย่อยอื่นๆ จะสามารถส่งขายได้ไม่น้อยว่าวันละ 1 ตัน แต่ปัจจุบันลดเหลือเพียงวันละ 200 กก.เท่านั้น บางวันไม่มีออเดอร์เข้ามาและไม่มีลูกค้าสั่งซื้อแม้แต่กิโลกรัมเดียว เนื่องจากตลาดและร้านอาหารปิดเพราะการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19

    นายวีรชาติ กล่าวอีกว่า จากผลกระทบด้านตลาดดังกล่าวแล้วสถานการณ์ปัจจุบันยังทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งแบกรับภาระค่าอาหารเลี้ยงกุ้งมากขึ้น เพราะกุ้งที่เลี้ยงไว้ตัวโตเต็มไวได้อายุจับขาย แต่ไม่มีตลาดรับซื้อ จึงต้องเลี้ยงนานขึ้น จำนวนกุ้งในบ่อจึงเกิดการแออัด บางวันอากาศวิปริตทำให้กุ้งน็อกตาย สร้างความเสียหายซ้ำอีก ล่าสุดเกษตรกรบางรายแก้ไขปัญหาโดยการนำกุ้งสดขึ้นรถเร่ขายไปตามหมู่บ้าน บางรายทำเพิงพักขายตามไหล่ทางถนน


    เลขานุการสมาพันธ์ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ กล่าวด้วยว่า หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งคงได้รับความเดือดร้อนหนักกว่านี้แน่ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาล หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หามาตรการเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของต้นทุนการผลิต ค่าพันธุ์ลูกกุ้ง ค่าอาหารกุ้ง และหาตลาดรับซื้อกุ้งด้วย ขณะที่ในส่วนของกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งเองก็กำลังมองหาทางออก โดยอาจจะเป็นในเรื่องของแปรรูปกุ้งจำหน่าย เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค ในยุคที่กำลังประสบกับความเดือดร้อน จากระบาดของโรคโควิด-19 นี้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าสถานการณ์โควิดพิษโควิดผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ขายกุ้งไม่ได้ไม่มีตลาดรับซื้อกาฬสินธุ์วีรชาติ ภูโปร่งข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 21 กันยายน 2564 เวลา 10:20 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์