เครื่องซินโครตรอน หนึ่งในเทคโนโลยีสุดล้ำในไทย ที่ใช้ไขคดี "น้องชมพู" (คลิป)

ข่าว

เครื่องซินโครตรอน หนึ่งในเทคโนโลยีสุดล้ำในไทย ที่ใช้ไขคดี "น้องชมพู" (คลิป)

ไทยรัฐออนไลน์

6 มิ.ย. 2564 10:18 น.

สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน โชว์เทคโนโลยีสุดล้ำ หนึ่งในตัวไขปริศนาสำคัญ วิเคราะห์ "เส้นขนและเส้นผมในที่เกิดเหตุ" หลักฐานคดีน้องชมพู่ กับเครื่องมือไฮเทคที่มีหนึ่งเดียวในไทย และใหญ่สุดของอาเซียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ที่ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ที่เป็นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตรวจวิเคราะห์ผลของเส้นขนและเส้นผมที่ในเกิดเหตุใช้เป็นหลักฐานในการปิดคดีน้องชมพู่ด้วยเทคโนโลยีซินโครตรอน

ผศ.ดร.ศุภกร รักใหม่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า เครื่องซินโครตรอนเครื่องนี้มีที่เดียวในประเทศไทย และเป็นเครื่องที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นเทคโนโลยีนี้ปัจจุบันในอาเซียนมีอยู่เพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ ไทยและสิงคโปร์ โดยเครื่องของศูนย์ซินโครตรอนภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ถือว่าเป็นเครื่องศูนย์กลางของอาเซียน โดยมีผู้ใช้บริการจากหลายประเทศในอาเซียน

ผช.ผอ.ฝ่ายวิชาการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวต่อว่า สำหรับแสงซินโครตรอนสามารถฉายแสงรังสีเอ็กซ์และมีรังสีเข้มสูงกว่ารังสีปกติจากในห้องแล็บปกติ ทำให้วิเคราะห์ได้ละเอียดกว่าในการดูองค์ประกอบธาตุในวัตถุ อย่างที่ในห้องบางอย่างไม่สามารถมองเห็น โดยแสงซินโครตรอนสามารถดูโครงสร้างวัตถุได้หลายระดับ ตั้งแต่ไมโคร นาโน โมเลกุล จนไปถึงอะตอม อย่างการตรวจเส้นผม อย่างแรกเป็นการตรวจเอกซเรย์โครงสร้าง 3 มิติ จะสามารถแบ่งแยกว่าเป็นขนสัตว์ หรือผมมนุษย์และขนบริเวณอื่นได้ พร้อมกับจะแบ่งแยกองค์ประกอบของเส้นขนที่แตกต่างกันไปได้อย่างชัดเจน สามารถบอกได้ว่าองค์ประกอบของเส้นผมมาจากที่เดียวกันหรือไม่ แต่หากจะระบุตัวบุคคลต้องใช้ข้อมูลจากกายภาพหลายๆ อย่างมาประกอบกัน

ผศ.ดร.ศุภกร กล่าวอีกว่า สำหรับในกรณีคดีน้องชมพู่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเส้นผมมาให้ทางสถาบันซินโครตรอนวิเคราะห์ข้อมูล ตรวจสอบว่าหลักฐานเส้นผมที่ส่งมามีความคล้ายคลึงกันอย่างไร เพื่อไปประกอบสำนวนคดี โดย ผศ.ดร.ศุภกร ยืนยันว่า ทางสถาบันได้ให้เพียงข้อมูลเพียงบางส่วน โดยหากต้องการระบุเป็นตัวบุคคลเจ้าหน้าที่ต้องใช้ข้อมูลทางกายภาพหลายส่วนมาประกอบกัน

ผช.ผอ.ฝ่ายวิชาการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาสถาบันซินโครตรอนเคยทำงานแก้ไขคดีร่วมกับตำรวจและ DSI ในคดีเครื่องประดับโบราณ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้นำมาให้สถาบันวิจัยได้ตรวจสอบ และใช้แสงซินโครตรอนในการตรวจพบว่าในเครื่องประดับดังกล่าวมีสารที่ผลิตขึ้นใหม่ ซึ่งในสมัยโบราณยังไม่มีการผลิตสารชนิดนี้จึงทำให้ทราบว่าเครื่องประดับที่อ้างว่าเป็นของโบราณดังกล่าวเป็นของที่ผลิตในสมัยปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ทางสถาบันวิจัยซินโครตรอนได้ส่งตัวอย่างหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาให้ตรวจไปเมื่อหลายเดือนที่แล้ว และหากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการจะให้พิสูจน์หลักฐานใดเพิ่ม ทางสถาบันก็ยินดีที่จะวิเคราะห์ข้อมูลให้.

อ่านเพิ่มเติม...

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    วิดีโอแนะนำ

    โฆษกหลวงปู่แสง แจงดราม่าสร้างเหรียญ ขอรอมติประชุมญาติและลูกศิษย์ก่อน
    02:59

    โฆษกหลวงปู่แสง แจงดราม่าสร้างเหรียญ ขอรอมติประชุมญาติและลูกศิษย์ก่อน

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม 2565 เวลา 20:13 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์