ไลฟ์สไตล์
100 year

อดได้ “ประกันตัว” ส่งลุงพล นอนกรงคืนแรก แม่ชมพู่อยากถามเหตุผล (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
3 มิ.ย. 2564 05:15 น.
SHARE

ตำรวจเปิดปฏิบัติการ “ฟ้าสางกลางกกกอก” ถือหมายจับปิดล้อมบ้าน “ลุงพล” ตั้งแต่เช้าตรู่ เจ้าตัวรู้แกวล่องหนเผ่นหายจากบ้านไปโผล่เมืองกรุง ขอเข้ามอบตัวกับ ผบ.ตร.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถูกตำรวจจับกุมล็อกกุญแจมือยังฮึดฮัดขัดขืน สุดท้ายยอมจำนนแต่โดยดีถูกพาขึ้น ฮ.บินกลับไปดำเนินคดีที่มุกดาหาร ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ผบ.ตร.ยันพยานหลักฐานมัดแน่น แย้มอาจมีออกหมายจับเพิ่มอีก เผยเบื้องหลังพิชิตคดีประยุกต์ใช้ทุกศาสตร์ร่วมกับเครื่องมือพิเศษตรวจเส้นผมหลักฐานเด็ดน็อกผู้ต้องหา แม่น้องชมพู่ร่ำไห้ถามทำแบบนั้นทำไม จิตใจอำมหิตมาก ขอบคุณตำรวจช่วยคืนความเป็นธรรมให้ครอบครัว

หลังจากศาลจังหวัดมุกดาหารอนุมัติออกหมายจับกุมนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล อายุ 44 ปี ลุงเขยของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบที่หายตัวจากบ้านในหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 ก่อนจะพบเป็นศพเปลือยอยู่ในป่าบนภูเหล็กไฟ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.63 ในฐานความผิด 3 ข้อหา ประกอบด้วย พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันควร ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย และกระทำการใดๆแก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป

ข่าวแนะนำ

ปฏิบัติการฟ้าสางกลางกกกอก

ความคืบหน้าตำรวจนำกำลังบุกจับลุงพล ใช้ชื่อปฏิบัติการ “ฟ้าสางกลางกกกอก” เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.บก.ภ.7 ในฐานะคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคลี่คลายการเสียชีวิตปริศนาของน้องชมพู่ ตามคำสั่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจกว่า 30 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ถือหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านของนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล เลขที่ 79 หมู่ 2 บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร พบว่าบ้านปิดเงียบไม่มีความเคลื่อนไหวของคนในบ้าน ตำรวจประสานให้นายนิ่ม เงินนาม ผญบ.บ้านกกกอก ใช้เครื่องขยายเสียงเรียกลุงพลออกมาพบตำรวจตามหมายจับ ท่ามกลางกองทัพผู้สื่อข่าวจากทุกสำนัก รวมทั้งเหล่ายูทูบเบอร์ที่มาตามติดชีวิตลุงพลจำนวนมากพากันไลฟ์สดให้แฟนคลับทางบ้านได้รับชม

“ลุงพล” ล่องหนเผ่นจากบ้าน

หลังจากกำลังตำรวจพยายามเรียกลุงพลอยู่นานแต่ไร้เสียงตอบรับ ผ่านไปประมาณ 10 นาทีมีลูกชายของลุงพลเปิดประตูออกมาบอกว่าพ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นภายในบ้าน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ไม่พบตัวลุงพลแต่อย่างใด ทั้งนี้ มีคนเห็นลุงพลปรากฏตัวที่บ้านครั้งสุดท้ายช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. ก่อนที่ลุงพล พร้อมด้วยนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น ภรรยา และทนายความจะเดินทางไปยัง สภ.กกตูม เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับคดีที่ตัวเองเป็นผู้เสียหายแจ้งความหมิ่นประมาทคู่กรณีคนหนึ่ง หลังพูดคุยเสร็จสิ้นขับรถออกจากโรงพักไป ต่อมาปรากฏคลิปวิดีโอที่ลุงพลพูดเปิดใจครั้งสุดท้ายก่อนถูกออกหมายจับเผยแพร่ว่อนโซเชียล เป็นการถ่ายตัวเองนั่งพูดคุยต่อหน้ากล้องอยู่ภายในบ้าน แต่ไม่ทราบเวลาที่แน่ชัด และหลังจากนั้นก็ไม่มีคนพบเห็นลุงพลที่บ้านอีกเลย กระทั่งตำรวจนำหมายศาลบุกจับแต่ไม่เจอตัว คาดว่ามียูทูบเบอร์คนหนึ่งที่มีความสนิทสนมเป็นคนพาลุงพลและป้าแต๋นหลบหนีไป

ล็อก “อ๋อ ยูทูบเบอร์” ขวางตำรวจ

ขณะเดียวกันตำรวจได้จับกุมตัวนายธนากร ทนันไธสง หรือ “อ๋อ ยูทูบเบอร์” อายุ 43 ปี ยูทูบเบอร์ที่มีความสนิทสนมกับลุงพล ตามหมายจับของจังหวัดธัญบุรี ในข้อหา ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายฯและขืนใจเจ้าพนักงานให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ เป็นคดีค้างเก่าที่เข้าขวางทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ลุงพลและป้าแต๋นถูกเชิญตัวเข้าเครื่องจับเท็จที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ นายอ๋อยังมีชื่อเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมเปิดบัญชีเพื่อรับบริจาคกับลุงพลอีกด้วย ควบคุมตัวนายอ๋อไปยัง สภ.กกตูม ก่อนนำส่งดำเนินคดีที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

แม่น้องชมพู่ร่ำไห้ถาม “ทำทำไม”

ขณะที่กำลังตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านลุงพลอยู่นั้น นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่มายืนดูอยู่ด้วย พร้อมเปิดเผยว่า ตามความเข้าใจของตนคือถ้าหมายจับออกมาแล้วเขาไม่อยู่ก็แสดงว่าหลบหนี เท่ากับยอมรับว่าตัวเขาเป็นคนผิด ตนขอขอบคุณพ่อแบมที่ไม่เคยทิ้งกัน แม้ไม่เคยให้อะไรและไม่ได้เป็นญาติกัน แต่ยืนหยัดสู้อยู่เคียงข้างกันมาเสมอ ตนมองว่ายูทูบเบอร์ต่างๆ ควรพอและหยุดได้แล้ว คนที่ฆ่าน้องชมพู่มีจิตใจที่อำมหิตมาก เทียบกับเห็บหมายังไม่ติดเลย ตอนนี้มองว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรมจนกว่าจะจับตัวลุงพลมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อยากจะมองตาถามว่าทำแบบนั้นจริงๆใช่มั้ยและทำแบบนั้นทำไม ตอนเข้าเครื่องจับเท็จทำไมต้องโกหก ทำให้คดีล่าช้านานกว่า 1 ปี พอพูดจบ แม่น้องชมพู่ถึงกับร่ำไห้โผกอดเพื่อนบ้านที่มาให้กำลังใจจำนวนมาก

ดีใจได้รับคืนความเป็นธรรม

ก่อนหน้านี้ นางสาวิตรีให้สัมภาษณ์หลังทราบว่าลุงพลถูกออกหมายจับว่า ส่วนตัวมองว่า คนคนนี้ควรจะมีความเมตตาสงสารน้องชมพู่มากกว่าคนอื่นที่ไม่รู้จัก คุณไม่มีจิตสำนึกต่อเด็กเลยเหรอ อยากฝากถึงสังคมในฐานะที่ตนเคยตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่าลูกตัวเองว่า ตนเลือกที่จะนิ่งและปลง ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้น แต่ตอนนี้ลุงพลต้องชดใช้กรรมในสิ่งที่ทำกับน้องชมพู่ อยากบอกกับชมพู่ว่าลูกได้รับความยุติธรรมแล้วนะ พ่อกับแม่ทำให้สังคมรู้ว่าเราไม่ทำร้ายลูก เราไม่ฆ่าลูก อยากให้สังคมมองครอบครัวตนใหม่ด้วย ขอขอบคุณ ผบ.ตร. ที่ให้โอกาสดีๆกับตนและช่วยคลี่คลายคดีนี้ ถือเป็นของขวัญวันเกิดชิ้นใหญ่ในปีนี้ที่ตำรวจมอบความยุติธรรมให้ครอบครัวตน เคยบอกผู้ต้องหาก่อนหน้านี้แล้วว่า ใครที่ทำอะไรไว้ก็ให้มอบตัว โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา แต่ตอนนี้คุณไม่มีโอกาสนั้นแล้ว ยอมรับว่ารู้สึกกังวลที่ผู้ต้องหามีทนายความส่วนตัวเป็นทนายฝีมือดี แต่ยังเชื่อว่าหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมไว้จะสามารถเอาผิดคนร้ายได้แน่นอน น้องชมพู่เป็นเด็กบริสุทธิ์อยากให้ลูกไปสู่สรวงสวรรค์

ลุงพลโผล่ขอมอบตัว ผบ.ตร.

ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ทนายความของลุงพล ได้โพสต์ข้อความลงในกลุ่มไลน์ชื่อกลุ่มข่าวทนายประชาชนว่า จะพาลุงพลเข้ามอบตัวกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในเวลา 10.00 น. ทำให้มีกลุ่มผู้สื่อข่าวมาดักรอจำนวนมากบริเวณที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทั่งเวลา 10.55 น. นายษิทรานั่งรถกระบะเดินทางมาถึง แต่ภายในรถไม่พบตัวลุงพล ทราบว่า ลุงพลผู้ต้องหาตามหมายจับพร้อมป้าแต๋น ภรรยา ได้เดินทางมาถึงก่อนหน้านี้แล้ว หลบมาทางลานจอดรถหลังอาคาร 1 ก่อนจะเดินเข้าไปภายในอาคาร

ตำรวจจับล็อกกุญแจมือทันที

ต่อมา พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 หนึ่งในชุดทำงานคดีน้องชมพู่ พร้อมกำลังตำรวจจำนวนหนึ่งได้อ่านหมายจับให้ลุงพล รับทราบ ก่อนจะให้ตำรวจสวมใส่กุญแจมือลุงพล ขณะนั้นลุงพลมีท่าทีฮึดฮัดพยายามขัดขืนเล็กน้อย แต่ไม่มีอะไรรุนแรง สุดท้ายก็ยอมให้ตำรวจควบคุมตัวแต่โดยดี จากนั้นนำตัวไปลงบันทึกจับกุมที่ สน.ปทุมวัน ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามลุงพล แต่เจ้าตัวก้มหน้าเงียบไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด

ไม่เจรจาต่อรองประกันตัว

นายษิทรากล่าวว่า หลังลุงพลถูกออกหมายจับพยายามจะพาเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน เลือกจะมอบตัวกับ ผบ.ตร.เพราะถือว่าเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดี แม้เหตุการณ์จะเกิดที่ จ.มุกดาหาร ก็ตาม ยืนยันว่าไม่มีการเจรจาหรือต่อรองเรื่องการขอประกันตัวตามที่มีกระแสข่าว ลุงพลพยายามจะเข้ามอบตัวแต่ตำรวจไม่รับมอบตัว ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถตอบได้ต้องดูรายละเอียดหลังพบพนักงานสอบสวนก่อน อย่างไรก็ตามก่อนจะเดินทางมายังไม่ได้พบกับลุงพล เนื่องจากได้นัดให้มาเจอกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร.ยันพยานหลักฐานชัด

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้มีการรวบรวมพยานหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับ ต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม จริงๆแล้วเรื่องพยานหลักฐานพูดกันไปเยอะมาก แต่ในรายละเอียดคงจะมาแฉกันไม่ได้ ถ้าไม่มีพยานหลักฐานตำรวจขอหมายไม่ได้ จะตั้งข้อหาใครก็ตามพยานหลักฐานเท่านั้น ข้อหานี้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่มี ปัจจุบันที่ได้ข้อยุติในส่วนของทีมสืบสวนสอบสวนสรุปหลักฐานตามนี้ ไปขอหมายศาล ข้อหาหลักๆมีอยู่ 3 ข้อหา คือ 1.พรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี 2.ทอดทิ้งเด็กที่อายุไม่เกิน 9 ขวบ เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย และ 3.เข้าไปกระทำการกับศพหรือสภาพแวดล้อมบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพทำให้ผลการชันสูตรพลิกศพเปลี่ยนแปลง ศาลจังหวัดมุกดาหารออกหมายจับเลขที่ จ.53/2564 ลงวันที่ 1 มิ.ย. ส่วนผู้ต้องหาจะดำเนินการอะไรก็เรื่องของเขา ตำรวจมีหน้าที่ของเรา เจอผู้ต้องหาก็จับ หลังจับกุมตัวต้องส่งตัวผู้ต้องหาไปให้พนักงานสอบสวนที่ สภ.กกตูม จ.มุกดาหาร มีเวลาควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจ 48 ชม. หากจำเป็นต้องสอบสวนต่อต้องนำตัวไปฝากขังที่ศาล ส่วนจะให้ประกันตัวต้องดูว่ามีใครมาขอยื่นหรือไม่และจะมีการพิจารณาอย่างไร ตอบก่อนไม่ได้ว่าจะให้หรือไม่ให้ ทุกขั้นตอนดำเนินการไปตามกฎหมาย ตามพยานหลักฐาน ไม่ได้ทำตามใจใคร ใครจะพอใจไม่พอใจก็เอาที่สบายใจ

แย้มอาจมีหมายจับเพิ่มอีก

ผบ.ตร.กล่าวต่อไปว่า ถึงวันนี้ออกหมายจับได้ 1 คน ตอนนี้บอกได้แค่นี้ ถ้ามีมากกว่านี้ก็ต้องทำอยู่แล้ว ที่ผ่านมาตำรวจทำงานมาโดยตลอดไม่ได้ทิ้งไปไหน ส่วนข้อกล่าวหาทั้งหมดจะมีอัตราโทษอย่างไร ตนไม่แน่ใจ จริงๆรายละเอียดหลายอย่างไม่น่าจะออกมาสู่สาธารณะ มันออกมาเยอะมากผิดบ้างถูกบ้าง คดีนี้หากเทียบกับการแข่งขันฟุตบอล ขณะนี้เพิ่งเข้ารอบสุดท้าย บางครั้งตกรอบก็มี แต่บางทีดันได้แชมป์ก็ได้ ยังต้องต่อสู้กันอีกหลายศาล ตราบใดที่ยังไม่มีการตัดสินผู้ที่ถูกกล่าวหายังต้องถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ อยากฝากถึงครอบครัวน้องชมพู่ว่า ทีมตำรวจเคยรับปากไว้ว่าจะทำคดีนี้ให้ดีที่สุด เราก็ทำตามสัญญา แต่ว่ามันยังไม่จบก็จะยังทำต่อไป

บทเรียนเสพข่าวโซเชียล

พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวถึงข้อกฎหมายในคดีนี้ว่า ในชั้นพนักงานสอบสวนพิจารณาหมดแล้ว เมื่อถึงชั้นอัยการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากพนักงานอัยการอาจจะมีความเห็นแตกต่างออกไปเรื่องข้อกฎหมาย เรื่องการเล็งเห็นผล ความประสงค์ต่อผล เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาเป็นเดือนๆ แต่เมื่อถึงชั้นอัยการจะสั่งออกมาอย่างไรก็ต้องรอดู หากอัยการฟ้องตามที่เห็นตรงกับเราแล้วไปถึงศาล ก็ยังไม่รู้ว่าศาลจะพิจารณาออกมาอย่างไร คดีนี้ใช้ทุกอย่างที่เรามี มองไปนอกองค์กรว่ามีเครื่องไม้เครื่องมืออะไรที่สามารถพอที่จะเอามาใช้ได้บ้าง อยากฝากสังคมไว้เป็นบทเรียนเป็นอุทาหรณ์ว่า คดีก็คือคดีฆาตกรรม ความซับซ้อนหรือไม่ซับซ้อนเป็นเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องที่แตกต่างจากเรื่องอื่นคือการไต่สวนบนโลกโซเชียล อาจเคยเจอปรากฏการณ์อย่างนี้กับคดีที่เกาะเต่า ครั้งนี้หนักกว่า ไม่อยากเชื่อว่าจะมีประชาชนหลายคนติดตามเสพติดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เป็นบทเรียนของตนด้วยว่ามันเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ อยากฝากว่าจะเสพเรื่องเหล่านี้ให้ใช้วิจารญาณหน่อย ถ้าให้ดีหยุดตามเรื่องนี้สัก 2 สัปดาห์ สุขภาพจิตท่านจะดีขึ้น

ประยุกต์ใช้ทุกศาสตร์ปิดคดี

“นิติวิทยาศาสตร์ก็ดี วิชาการต่างๆก็ดี ผมใช้ประกอบกับหลายๆอย่าง ไม่มีศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง ที่จะสามารถพิสูจน์ความผิดได้ แต่ที่บางคนถามว่าทำไมถึงนาน ทำไมถึงช้า เพราะมันมีศาสตร์ใหม่ๆ ที่เอามาใช้ในเรื่องนี้ ศาสตร์ใหม่ๆที่จะนำมาประยุกต์กับการสืบสวนสอบสวนก็ต้องอธิบายหลักความคิดทางวิชาการของศาสตร์นั้นๆ ว่า ตัดสินแบบนี้ ติดแบบนี้ บนพื้นฐานของหลักวิชาการเรื่องอะไร ต้องหานักวิชาการมารองรับแนวความคิด มีใครยอมรับบ้าง ความถูกต้องกี่เปอร์เซ็นต์ ทฤษฎีโต้แย้งมีหรือไม่ จะให้ผมพูดมากก็ไม่ดี เอาเท่านี้คิดว่าน่าจะพอเข้าใจกันได้ ผมรวบรวมทุกอย่างทั้งพฤติกรรมมนุษย์ พยานแวดล้อม ประจักษ์พยาน วัตถุพยานต่างๆในที่เกิดเหตุที่ค้นได้นอกเหนือจากที่เกิดเหตุ หลักวิชาการทางวิทยาศาสตร์ กระทั่งไสยศาสตร์ความเชื่อต่างๆรวบรวมหมด” ผบ.ตร.กล่าว

เครื่องมือพิเศษพิชิตคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนกระทั่งสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับลุงพล คณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้ได้ลงพื้นที่เก็บวัตถุพยานสำคัญ เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์กว่าร้อยชิ้น เป็นพยานหลักฐาน ทั้งในที่เกิดเหตุและตัวอย่างดีเอ็นเอของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องมากกว่า 100 ตัวอย่าง พร้อมกันนี้ในการเข้าตรวจที่เกิดเหตุยังมีการตรวจสอบโดยการใช้เครื่องมือพิเศษที่ในภูมิภาคอาเซียน มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้นที่มีใช้ ซึ่ง 1 ในนั้นคือประเทศไทย อีกทั้งหลักฐานชิ้นสำคัญที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุคือเส้นผม ถูกตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษ สามารถแยกโปรตอนจนรู้ถึงที่มาของตัวบุคคล จนเป็นที่มาของการออกหมายจับในครั้งนี้

พาลุงพลไปลงบันทึกจับกุม

เวลา 11.20 น. กำลังตำรวจชุดเฉพาะกิจคดีน้องชมพู่ ควบคุมตัวลุงพลไปยัง สน.ปทุมวัน เพื่อลงบันทึกการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา มีนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น และทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เข้าร่วมฟังการสอบปากคำในห้องทำงานของ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน บนชั้น 2 ของโรงพัก ลุงพลเดินทางมาด้วยรถกระบะสีดำ นั่งอยู่ในแค็บหลังมีตำรวจนั่งประกบข้าง เจ้าตัวมีสีหน้าแววตาเรียบเฉย แต่งกายด้วยเสื้อคอกลมสีขาว กางเกงขายาวสีเข้ม ถูกสวมใส่กุญแจมือและมีผ้าสีน้ำเงินพันปกปิดไว้ จากนั้นลุงพลถูกตำรวจนำตัวขึ้นไปห้องสอบสวนทันที ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวขึ้นไปร่วมสังเกตการณ์ ส่วนป้าแต๋นที่หอบเอกสารสำคัญตามขึ้นไปที่ห้องสอบสวน ไม่ขอแสดงความคิดเห็น เช่นเดียวกับทนายษิทราก็ยังไม่ขอให้รายละเอียดใดๆ

ขึ้น ฮ.บินส่งกลับมุกดาหาร

กระทั่งเวลา 13.15 น. ตำรวจนำตัวลุงพล ลงจากชั้น 2 ไปขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาของ สน.ปทุมวัน มีป้าแต๋นและทนายษิทราตามขึ้นรถไปคันเดียวกัน มีรถ จยย.สายตรวจ 1 คัน และรถยนต์สายตรวจของ บก.สปพ. นำขบวนและปิดท้าย พาลุงพลไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ที่กองบินตำรวจ ถนนรามอินทรา เพื่อเดินทางกลับไปดำเนินคดีที่ จ.มุกดาหาร ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ตั้งแต่ ช่วงเช้าตำรวจชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. ได้ดำเนินการบันทึกจับกุมและแจ้งสิทธิกับผู้ต้องหาตามกฎหมายตามลำดับ จะส่งเอกสารไปยังพนักงานสอบสวน สภ.กกตูม ท้องที่เกิดเหตุ ส่วนขั้นตอนการสอบสวนที่ สน.ปทุมวัน ลุงพลยังไม่ได้ให้การอะไร

ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ต่อมาเวลา 16.10 น. เฮลิคอปเตอร์พาลุงพลจากกรุงเทพฯมาลงจอดที่สนามจอดเฮลิคอปเตอร์ กองร้อย ตชด.234 มุกดาหาร มีป้าแต๋น และทนายตั้ม ร่วมเดินทางมาด้วย จากนั้นตำรวจคุมตัวลุงพลขึ้นรถตู้ตำรวจ มีหน่วยปฏิบัติการพิเศษพร้อมอาวุธครบมือนั่งควบคุมตัวมาในรถ เดินทางไปยัง บก.ภ.จ.มุกดาหาร มี พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.สรรธาน อินทรจักร์ ผบก.ภ.จ.มุกดาหาร รอสอบปากคำ พร้อมกับพนักงานสอบสวน สภ.กกตูม ภายในห้องประชุมแสงสิงแก้ว บนชั้น 5 บก.ภ.จ.มุกดาหาร ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ยรรยงเผยว่า หลังสอบปากคำเบื้องต้นลุงพลให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จะต้องนำตัวส่งดำเนินคดีที่ สภ.กกตูม และพนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาไปส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดมุกดาหารในวันที่ 4 มิ.ย.นี้

งงทำไมถูกออกหมายจับ

จากนั้นเวลา 18.30 น. ตำรวจคุมตัวลุงพลออกจากห้องประชุมแสงสิงแก้ว พาขึ้นรถตู้เดินทางไปส่งยัง สภ.กกตูม อ.ดงหลวง มีบรรดาแฟนคลับมาให้กำลังใจจำนวนมาก ลุงพลมีสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความวิตกกังวลแต่อย่างใด ที่ข้อมือทั้งสองข้าง ยังถูกสวมใส่กุญแจมือตลอดเวลา เมื่อขึ้นไปนั่งบนรถตู้ ลุงพลชู 2 นิ้ว สัญลักษณ์ชัยชนะ ให้แฟนคลับ มีป้าแต๋น และทนายตั้มร่วมเดินทางไปด้วย ทนายตั้มให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า หลังถูกตำรวจควบคุมตัว ลุงพลไม่ได้ให้การอะไรมาก ยืนยันให้การตามเดิมที่เคยให้ไปแล้ว ลุงพลให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จากการสอบถามลุงพลยังงงว่าตัวเองถูกออกหมายจับได้อย่างไร ได้เตรียมหลักทรัพย์เพื่อขอยื่นประกันตัว แล้ว แต่ทราบมาว่าตำรวจคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีได้เตรียมพยานหลักฐานไว้หมดแล้ว อยากเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของลุงพล ท้ายที่สุดของคดีก็ให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน

ไม่ให้ประกันตัว-นอนห้องขัง

รถตู้ตำรวจพาตัวลุงพลมาถึง สภ.กกตูม ในเวลา 20.10 น. มีป้าแต๋นและทนายตั้มร่วมเดินทางมาด้วย ทันทีที่รถจอด ตำรวจคุมตัวลุงพลลงจากรถตู้พาขึ้นไปควบคุมตัวไว้ในห้องขังทันที ท่ามกลางกลุ่มยูทูบเบอร์และสื่อมวลชนหลายสำนักที่ตามเกาะติดคดีตลอดทั้งวันที่ผ่านมา จากการสังเกตสีหน้าลุงพลยังคงเรียบเฉยและไม่ตอบคำถามใดๆต่อสื่อมวลชน ขณะเดียวกัน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้นำหลักทรัพย์มายื่นทำเรื่องขอประกันตัวในชั้นสอบสวน แต่พนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ประกันตัว ลุงพลต้องนอนในห้องขังเพื่อรอดำเนินการส่งตัวฝากขังต่อศาลตามขั้นตอนต่อไป

แม่น้องชมพู่คัดค้านประกันตัว

ก่อนหน้านี้ในช่วงเที่ยงวันเดียวกัน หลังทราบว่าลุงพลไปมอบตัวที่กรุงเทพฯและถูกตำรวจจับกุมตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ เดินทางไปยังศาลจังหวัดมุกดาหาร เพื่อยื่นคัดค้านการประกันตัวลุงพล เนื่องจากเห็นว่า พฤติกรรมเหมือนมีท่าทีขัดขืนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และคดีนี้เป็นคดีที่มีความรุนแรงจึงมีความรู้สึกไม่ปลอดภัย และหวาดกลัวว่าถ้าหากลุงพลถูกปล่อยตัวออกมา กลัวว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานอื่นจึงมายื่นขอคัดค้านการประกันตัว

หมอปลาดีใจกับครอบครัวชมพู่

ด้านความเคลื่อนไหวของบรรดาอดีตคนเคยใกล้ชิดลุงพล หนึ่งในนั้นคือนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา มือปราบสัมภเวสี กล่าวถึงการจับกุมลุงพลว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความดีใจกับครอบครัวของแม่น้องชมพู่ ที่เราลุ้นกันมานานแล้วว่าแท้ที่จริงแล้วใครเป็นคนทำให้น้องเสียชีวิต ตนเชื่อว่าพ่อแม่น้องชมพู่ก็พอรู้อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าคนที่ทำให้น้องชมพู่ตายจะเป็นคนใกล้ตัว เข้าใจความรู้สึกของแม่กับพ่อต้องผ่านจุดนั้นไปได้ การที่ออกหมายจับต้องขอชื่นชมตำรวจถึงแม้ว่าคดีนี้จะใช้เวลานาน แต่ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ก่อนหน้านี้หลายคนบอกว่าตนไปยืนอยู่ข้างเขา แต่ขออธิบายว่าตนเดินออกจากจุดนั้นมาตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. สาเหตุที่ต้องออกมาเพราะช่วงนั้นมีการประกาศให้รางวัลนำจับกับคนที่ให้เบาะแสว่าใครฆ่าน้องชมพู่ แล้วเรานัดบุคคล 2 คนที่เป็นพยานมาให้เจอเขา แต่กลับไม่ยอมเจอ แล้วก็เป็นประเด็นดราม่าที่ภรรยาตนร้องไห้ ทำให้พอรู้แล้วว่าอะไรมันคืออะไร ไม่ใช่ว่าผมถอยหลังตอนที่เขากระแสไม่ดี ช่วงเดือน ธ.ค.กระแสเขาดีอยู่ พอเดือน ม.ค. มีการเข้าเครื่องจับเท็จก็เกิดอาการเริ่มตบะแตกควบคุมตัวเองไม่ได้ มีการทำร้ายนักข่าวอย่างที่เห็น

“อุ๊บ” ซัด-แล้วแต่เวรกรรม

อุ๊บ-วิริยะ พงษ์อาจหาญ นักปั้นมือทองอีกหนึ่งอดีตคนสนิทลุงพลเผยว่า เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด เหมือนที่ผ่านมาตนถูกหลอกมาโดยตลอดยอมรับว่าตอนแรกสงสารลุงพล เรื่องคิดจะโหนกระแส ก็จริง แต่ใจอยากช่วย พอช่วยจนมีเงินมีทองในบัญชีเป็น 10 ล้านแล้วกลับโดนเขี่ยทิ้ง ซ้ำร้ายยังถูกบูลลี่ ถูกเอาไปด่าลับหลังสารพัด รวมถึงข่าวลือที่ว่าตนอยากได้ลุงพลเป็นสามี ทั้งหมดมีแชตลับที่เป็นหลักฐานด้วย หลังจากนี้แล้วแต่เวรแต่กรรมที่ใครทำไว้ ส่วนเรื่องคดีที่ลุงพลแอบอ้างเอาชื่อและภาพไปเปิดรับบริจาค หากมีเวลาจะเดินทางไปฟ้องร้องที่ จ.มุกดาหาร ต่อไป นอกจากนี้ “อุ๊บ วิริยะ” ยังโพสต์รูปคู่ที่เคยถ่ายกับลุงพลลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมข้อความ “Rip...ไว้อาลัยแป๊บ...อวสานดารากกกอก ...1 ปีที่รอคอย” และแฮชแท็กว่า “#กฎแห่งกรรม...# ยุติธรรมเสมอ” ตามด้วยภาพที่ถ่ายกับพ่อแม่ของน้องชมพู่และข้อความว่า “เป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่น้องชมพู่ตลอดไปครับ...#คนร้ายต้องชดใช้กรรม” มีชาวเน็ตแห่เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ลบเพลงออกช่องยูทูบ

อีกหนึ่งคนที่เคยให้โอกาสลุงพลในช่วงที่โด่งดังคือนักร้องลูกทุ่งสาวคนดัง “จินตหรา พูนลาภ” ที่ชวนลุงพลมาฟีเจอริงในเพลง “เต่างอย” เมื่อ 9 เดือนที่ผ่านมา จนโด่งดังพลุแตก มียอดวิวบนช่องยูทูบ “JINTARA CHANNEL OFFICIAL” สูงถึง 22 ล้านวิว หลังจากลุงพลถูกจับกุมในคดีน้องชมพู่ มีคนเข้าไปคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์ในคลิปเพลงดังกล่าวอย่างหนักว่าไม่ควรสนับสนุนผู้ต้องหา ทางทีมงานช่องตัดสินใจลบเพลงดังกล่าวออกจากยูทูบแล้ว นอกจากนี้ยังลบเพลงเวอร์ชัน “เต่างอย-โชว์เดี่ยว ลุงพล x จินตหรา พูนลาภ” ที่มียอดวิวกว่า 4 ล้านวิว ออกไปจากช่องยูทูบอีกด้วย ขณะที่โซเชียลมีเดียอื่นของจินตหรา พูนลาภ ยังไม่ได้มีการออกมาชี้แจงในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

คดีรุกป่ายังไม่ได้ข้อสรุป

ที่ห้องประชุมไอยรา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เวลา 10.30 น. พ.ต.อ. ธณัชชนม์ เก่งกสิกิจ ผกก.3 บก.ปทส. พร้อมคณะทำงาน ร่วมกันประชุมเพื่อพิจารณาดำเนินคดีกับลุงพล และยูทูบเบอร์ 3 คน ในความผิดฐานตัดไม้บุกรุกป่าสงวนและก่อสร้างวังพญานาคในพื้นที่ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร หลังการประชุม พ.ต.อ.ธณัชชนม์เผยว่า การประชุมวันนี้ยังไม่สามารถสรุปสำนวนคดีส่งอัยการได้ เนื่องจากข้อมูลบางประเด็นยังไม่ชัดเจน ต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก หลังจากนี้ตำรวจ บก.ปทส.จะลงพื้นที่ไปสอบปากคำพยานด้วยตนเอง เนื่องจากพนักงานสอบสวนในพื้นที่อาจไม่เข้าใจในบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ ต้องสอบปากคำพยานอย่างละเอียดอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลุงพลไชย์พล วิภาคดีฆ่าน้องชมพู่จับลุงพลน้องชมพู่แม่น้องชมพู่พ่อน้องชมพู่แถลงคดีน้องชมพู่สรุปคดีน้องชมพู่หมายจับลุงพลข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 05:35 น.