ผู้ว่าฯ โคราช ชี้ พลุตกใส่เด็กหญิงชั้น ป.3 เป็นบทเรียนราคาแพง เล็งหา ก.ม.เพื่อยกเลิกประเพณีการจุดพลุในงานต่างๆ ด้าน นายกกาชาดฯ รุดเยี่ยม ส่วนหมอยอมรับอาการโคม่า อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ

จากกรณีเหตุการณ์ที่พลุตะไลที่ใช้จุดในงานเผาศพพุ่งตกลงมาใส่ศีรษะ เด็กหญิงณัฐชา สวัสดี หรือ น้องมิ้นท์ อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนอาจวิทยาคาร ตำบลตะคุ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ขณะน้องพร้อมเพื่อนรวม 3 คน เลิกเรียน และกำลังเดินออกโรงเรียนจะกลับบ้าน ทำให้น้องมิ้นท์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพราะอาการโคม่า ไม่รู้สึกตัว ขณะที่ตำรวจ สภ.ปักธงชัย ได้แจ้งดำเนินคดีกับชาย 2 คนที่เป็นผู้จุดพลุตะไลในงานศพแล้วในข้อหา กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงกรณีการจุดพลุ จุดตะไล จนเป็นเหตุให้ เด็กหญิง ที่ อ.ปักธงชัย ได้รับบาดเจ็บนั้น เรื่องนี้ ผวจ.กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ และไม่น่าเกิดขึ้น ปกติการจุดพลุ จุดตะไล จะต้องขออนุญาตจากทางส่วนราชการ แต่เหตุการณ์ครั้งอาจจะเป็นเพราะประเพณีงานศพ เป็นวิถีขอชาวบ้าน จึงมีการจุดพลุ ตะไล ตามความเชื่อ ส่วนตัวไม่อยากให้มีการจุดพลุ จุดตะไล ในงานพิธีต่างๆ เนื่องจากปัจจุบัน ความเจริญของบ้านเมืองมีมากขึ้น จะส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนและประชาชน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพง ทั้งนี้ การจุดพลุ จุดตะไล ไม่มีประโยชน์ อันตราย สิ้นเปลือง อยากให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบในการปฏิบัติตามความเชื่อจะดีกว่า ที่ผ่านมาได้กำชับมาโดยตลอดเรื่องการจุดพลุ จุดตะไล ให้ทุกอำเภอสอดส่องดูแล แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้จะต้องกำชับเข้มงวดมากขึ้น พร้อมทั้งจะไปศึกษา ดูข้อกฎหมาย ถ้าห้ามหรือยกเลิกการจุดพลุ จุดตะไล ได้ก็จะห้ามทันที เนื่องจากอันตรายมาก ทั้งไฟไหม้บ้านเรือน ทุ่งนา รวมทั้งอันตรายต่อชีวิตประชาชนด้วย

ด้าน นางณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ กล่าวภายหลังเยี่ยมน้องมิ้นท์ที่โรงพยาบาลว่า หลังทราบข่าวที่เกิดขึ้นก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหล่ากาชาดฯ เราจึงเดินทางมาเยี่ยมพ่อแม่ ให้กำลังใจและปลอบใจให้เข้มแข็ง โดยเฉพาะน้องมิ้นท์ เป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว รวมทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ก็ได้ฝากให้มาเยี่ยมด้วย ส่วนเรื่องอาการคงต้องถามทางคณะแพทย์ ก็ไม่ทราบว่าอาการน้องจะดีขึ้นเมื่อไหร่ หรือทรงตัว หรือจะมีอะไรอย่างไร ก็ได้แต่ภาวนาให้น้องหายเร็วๆ หายวันหายคืน ดีขึ้นเร็ววัน ส่วนเรื่องการจุดพลุตะไลนั้นควรจะต้องมีการเข้มงวด หรือไม่จำเป็นก็อาจจะลดหรือยกเลิกการใช้ไปเลย อันตรายก็จะไม่มีหรือลดน้อยลง

ขณะที่ นายแพทย์บวร เกียรติมงคล ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ดูแลด้านอุบัติเหตุฉุกเฉิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ น้องมิ้นท์ สมองได้รับความกระทบกระเทือนมาก และก้านสมองไม่ทำงาน อาการค่อนข้างหนักอยู่ในขั้นโคม่า อาการขณะนี้อยู่ได้ด้วยยาและเครื่องช่วยหายใจ แนวโน้มค่อนข้างหนัก อาการยังไม่คงที่ และไม่ทรงตัว โดยแพทย์ต้องดูแลใกล้ชิด เรียกว่านาทีต่อนาที คณะแพทย์เรารักษาเต็มที่มาตั้งแต่วันแรกแล้ว ทั้งเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และผ่าตัด เพราะอาการบาดเจ็บถือว่ารุนแรงมาก อยากฝากว่าพลุตะไลถือเป็นวัตถุอันตรายอยู่แล้ว ฉะนั้นมันต้องควบคุมให้ดี และอันนี้ก็ไม่มีใครอยากให้เป็นและเป็นอุบัติเหตุ

ส่วน นางพัชรี ช่วงจะโป๊ะ อายุ 33 ปี แม่ของน้องมิ้นท์ กล่าวว่า ลูกสาวเป็นหัวแก้วหันแหวนคนเดียวของครอบครัว ต้องขอขอบคุณนายกเหล่ากาชาดและผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ที่เข้ามาช่วยเหลือดูแลด้วย รู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์นี้มาก อย่างไรก็ตามพ่อกับแม่ก็ต้องสู้ต่อไป และขอฝากให้เป็นอุทาหรณ์ อย่าได้เกิดขึ้นกับลูกหลานคนไหนอีกเลย อยากให้เคสน้องมิ้นท์เป็นเคสสุดท้ายก็แล้วกันสำหรับเรื่องนี้ ที่ไม่น่าเอามาใช้ เพราะเป็นอันตราย ทางพ่อแม่และญาติได้เข้าไปเยี่ยม อาการยังทรงที่อยู่ได้เพราะใช้เครื่องช่วยหายใจ ครอบครัวเราอยากได้กำลังใจ ขอให้น้องหายไวๆ ทั้งนี้ แพทย์ก็บอกว่าอาการน้องให้ทำใจ เพราะอาการหนัก.

...