ไลฟ์สไตล์
100 year

กรมการค้าภายใน ยันประกันรายได้ข้าว ช่วยแก้ปัญหาผลผลิตให้ชาวนาได้จริง

ไทยรัฐออนไลน์
31 มี.ค. 2564 11:34 น.
SHARE

กรมการค้าภายใน เผยสถานการณ์การผลิตข้าวของประเทศผู้ผลิตข้าวจากทั่วโลก ในปี 2564 ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปี 2563 โดยคาดว่าจะมีผลผลิตเข้าสู่ตลาด 504.41 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.70 ล้านตัน สอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 496.33 ล้านตัน เป็น 504.69 ล้านตัน 

ขณะที่ผลผลิตข้าวไทยก็มีแนวโน้มจะส่งออกมากกว่าปี 2563 ซึ่งอาจจะส่งผลให้ราคาข้าวไทยปรับตัวลดลง และสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ ซึ่งรัฐบาลคาดการณ์ว่าจะสามารถส่งออกข้าวได้ปริมาณ 6 ล้านตัน ในปี 2564 และยังรักษาปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยให้สูงคงที่ เนื่องจากข้าวหอมมะลิไทยเป็นข้าวประเภทเดียวที่ปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นจากปีก่อน

ข่าวแนะนำ

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า เพื่อให้สถานการณ์ข้าวไทยมีเสถียรภาพ และกลไกทางตลาดดำเนินได้ไปอย่างราบรื่น ป้องกันราคาข้าวเปลือกตกต่ำ รัฐบาลจึงดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้แก่ การดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 รอบที่ 1 พร้อมมาตรการคู่ขนานและโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวมาขึ้นทะเบียน ปี 2563/64 รอบที่ 1 แล้ว 4,693,643 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 106.67 ของเป้าหมาย 4,400,000 ครัวเรือน พื้นที่ 62.04 ล้านไร่ ขณะที่รอบที่ 2 มีการขึ้นทะเบียนแล้ว 402,104 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 91.39 ของเป้าหมาย 440,000 ครัวเรือน พื้นที่ 5.96 ล้านไร่



อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้โครงการประกันรายได้เกษตรกรดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 90 ซึ่งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้ออกประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว จำนวน 21 งวด และยังคงเหลือการออกประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงอีก 9 งวด โดย ธ.ก.ส.ได้โอนเงินชดเชยส่วนต่างให้เกษตรกรแล้วจำนวน 4.67 ล้านครัวเรือน จากเป้าหมายทั้งหมด 4.68 ล้านครัวเรือน ยังเหลือเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชยส่วนต่าง เนื่องจากมีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตล่าช้ากว่าภูมิภาคอื่นๆ

สำหรับมาตรการคู่ขนานที่ดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการประกันรายได้ ประกอบด้วย 1.โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โดยเกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางของตนเอง รัฐช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกรเป็นเวลา 5 เดือน และให้ค่าเก็บรักษาข้าว ตันละ 1,500 บาท เมื่อข้าวราคาดีเกษตรกรสามารถนำออกมาขายได้ 2.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโดยสถาบันเกษตรกร สนับสนุนสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อจำหน่ายและการแปรรูป โดยสถาบันเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี รัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยในร้อยละ 3 ต่อปี และ 3.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการค้าข้าวที่เข้าร่วมโครงการให้เก็บสต๊อกในรูปข้าวเปลือกและข้าวสาร โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3

นอกจากนี้ยังมีโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยรัฐบาลได้จ่ายเงินให้เกษตรกรในอัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 20,000 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในด้านต้นทุนการผลิต

ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวที่ผ่านมา กรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้และมาตรการคู่ขนาน โดยสอบถามความพึงพอใจของเกษตรกร โดยส่วนใหญ่บอกว่าโครงการดังกล่าวสามารถช่วยให้มีรายได้จากการจำหน่ายข้าวเปลือกในราคาที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงโดยรัฐช่วยให้ราคารับซื้อข้าวเปลือกสูงขึ้น รวมทั้งช่วยลดต้นทุนการผลิต สามารถบรรเทาความเดือดร้อนและยังมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรมีความพึงพอใจกับโครงการของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง

ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดได้สะท้อนเสียงสะท้อนความพึงพอใจเกษตรกรผ่านชาวนาผู้มีความสุขกับอาชีพนี้ ขณะที่ นางศิรินันท์ ศรีเวียง เกษตรกรวัย 57 ปี ชาวอำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด ยึดอาชีพชาวนาตั้งแต่วัยรุ่น ปัจจุบันทำนามาเกือบ 40 ปีแล้ว รู้สึกว่าอาชีพชาวนาเป็นอาชีพที่อิสระ จึงสนุกกับการทำนา ยิ่งสมัยก่อนที่ใช้ควายไถยิ่งสนุก ภูมิใจที่มีผลผลิตเป็นของตัวเอง ได้กินข้าวอินทรีย์ที่ตัวเองปลูก ตอนนี้ก็พัฒนามีรถไถเป็นของตัวเองแล้ว


นางศิรินันท์ ขึ้นทะเบียนเกษตรกรปลูกข้าวทั้งหมด 30 ไร่ ปลูกเป็นข้าวหอมมะลิ 105 ทั้งแบบนาดำและนาหว่าน โดยทำเป็นนาอินทรีย์ทั้งหมด ใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก น้ำหมักชีวภาพที่ทำเอง ทำให้ต้นทุนการทำนาอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทต่อไร่ ส่วนผลผลิตที่ได้จะขึ้นอยู่ตามปริมาณน้ำฝนแต่ละปี หากประสบปัญหาน้ำแล้งก็จะได้ผลผลิตประมาณ 350 กิโลกรัมต่อไร่ ในปีที่น้ำท่าอุดมสมบูรณ์เคยได้มากถึงไร่ละ 1 ตัน โดยขายได้ในราคาตันละ 12,000 บาท ให้กับโรงสีใกล้บ้าน เพื่อลดค่าขนส่ง

"เราเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ของรัฐบาล วิธีการขายข้าวของเราก็ต้องเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย จากทยอยขายก่อนทำนารอบใหม่ ก็ต้องแจ้งการเก็บเกี่ยวก่อนจะได้รับเงินส่วนต่างชดเชยประมาณ 30,000 บาท รวมถึงได้รับเงินสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตแล้วทั้ง 2 รอบ ซึ่งเงินส่วนนี้ก็นำไปใช้หนี้ดอกเบี้ยเงินที่กู้ยืมมา และนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ก็เข้าร่วมโครงการชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โดยนำข้าวเข้าร่วมโครงการอยู่ประมาณ 7 ตัน ได้รับเงินมาแล้วกว่า 70,000 บาท จะนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนกับรถไถคันใหม่หลังจากคันเก่าใช้มาแล้ว 10 กว่าปี ต้องขอบคุณรัฐบาลที่มองเห็นความลำบากของเกษตรกร และมีโครงการต่างๆ มาช่วยเหลือ" เกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในขอความร่วมมือเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ ช่วยติดตามกำกับดูแลการรับซื้อข้าวเปลือกของโรงสี ทั้งในเรื่องการชั่งน้ำหนักและการหักลดความชื้นและสิ่งเจือปน เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ หากเกษตรกรพบว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ มาตรการคู่ขนาน หรือมาตรการอื่นๆ สามารถร้องเรียนหรือสอบถามได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ทุกแห่ง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมการค้าภายในประกันรายได้ประกันข้าวแก้ปัญหาผลผลิตข้าวชาวนาเกษตรกรการผลิตข้าวเกษตร

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 22 เมษายน 2564 เวลา 10:10 น.