ไลฟ์สไตล์
100 year

บุกพิสูจน์ "พระเพี้ยน" เทศน์บิดคำสอน หนุนเสพกาม อ้างดำน้ำรักษาโรคได้

ไทยรัฐออนไลน์
29 มี.ค. 2564 04:10 น.
SHARE

"หมอปลา-พระมหาไพรวัลย์" บุกสำนักสงฆ์ "วัดป่าเนื้อนาบุญ" จ.ศรีสะเกษ หลังชาวบ้านสุดทนพฤติกรรมพระเพี้ยน-มโนบรรลุ "อรหันต์" เทศน์บิดคำสอนศาสนา หนุนเสพเมถุน เปิดเพลงเสียงดัง แถมข่มขู่ชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่วัดศิลาจาร บ้านกอกหวาน ต.โพธิ์ศรี อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่พักสงฆ์ วัดป่าเนื้อนาบุญ และเป็นที่พักของ พระกรันยา วรธัมโม อายุ 59 ปี ประธานที่พักสงฆ์ วัดป่าเนื้อนาบุญ ที่เผยแผ่คำสอนแตกต่างจากไปหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา ทั้งการเปิดเพลงเสียงดัง ร้องรำทำเพลง การสอนให้ดำนำฝึกจิต และการมีเพศสัมพันธ์ขณะปฏิบัติธรรม จนทำให้ชาวบ้านรับไม่ได้กับพฤติกรรม จนต้องร้องขอความช่วยเหลือกับ นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หรือปลา "มือปราบสัมภเวสี" และพระมหาไพรวัลย์ วรวัณโณ พระนักเทศน์ชื่อดัง ร่วมตรวจสอบ

ข่าวแนะนำ

โดย นางอรนุช แสงเทียน อายุ 81 ปี ชาวบ้านกอกหวาน เล่าว่า ที่ผ่านมาได้รับความเดือดร้อน จากการเปิดเพลงเสียงดังร้องรำทำเพลงของวัด ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่พระกรันยาซึ่งครองสมณเพศเป็นพระสงฆ์ไม่สมควรทำ อยากให้หมอปลากับพระมหาไพรวัลย์มาช่วยเหลือ 

ด้าน นางมะลิ ยามใส อายุ 86 ปี ชาวบ้านอีกคน เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยศรัทธาเพราะพระกรันยาเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แต่แล้วจู่ๆพระกรันยาก็เปลี่ยนไปทั้งเปิดเพลงเสียงดังในวัด เทศนาแสดงธรรมด้วยคำลามกอนาจาร ทำให้หมดศรัทธา เพราะไม่คิดว่าพระกรันยาซึ่งเป็นพระจะเทศนาแบบนี้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าที่จะไปบอกหรือเตือนว่า เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย และอยากให้พระกรันยาหยุดพฤติกรรมแบบนี้ แต่ใจจริงอยากให้พระกรันยาสึก หรือออกไปจากพื้นที่ เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีเรื่องลักษณะนี้ในหมู่บ้าน วันนี้หมอปลากับพระมหาไพรวัลย์ลงพื้นที่มา ก็หวังว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในหมู่บ้านเกิดขึ้น 

จากนั้น หมอปลา ได้เดินทางไปที่วัดป่าเนื้อนาบุญ ทดลองดำน้ำอยู่หลายครั้ง ครั้งแรกได้ประมาณ 6 วินาที แต่ครั้งต่อๆ มาได้ประมาณ 20 กว่าวินาที หลังทดลองดำน้ำ หมอปลาบอกว่าส่วนตัวไม่มีอาการอะไร นอกจากหนาวและหากดำน้ำต่อไป ก็อาจจะขาดอากาศหายใจตายได้ นอกจากนี้ยังรู้สึกประหลาดใจกับคำสอนของพระกรันยา ที่บรรดาลูกศิษย์บอกว่าการดำน้ำจะรักษาโรคได้ด้วยตัวเอง แต่จากการสังเกตกลับพบว่าลูกศิษย์บางคนที่มีอาการป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ก็ยังมีสภาพร่างกายไม่ปกติ ยังไม่เห็นหายจากโรค ส่วนที่บอกว่าดำน้ำแล้วตัวจะหอมก็ไม่เป็นความจริง ส่วนตัวจึงมองว่าหลักคำสอนของพระกรันยา เข้าข่ายหลอกลวงประชาชนให้งมงาย ทั้งยังผิดเพี้ยนไปจากหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน เพราะนอกจากจะเป็นการหลอกลวงประชาชนแล้ว วันนี้ยังมีชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาร้องเรียนกับตัวเองเป็นจำนวนมากว่า ได้รับความเดือดร้อนในการทำมาหากิน เพราะก่อนหน้านี้จะถูกพระกรันยาข่มขู่คุกคามเป็นประจำ ทำให้ทำนาไม่สะดวก หาหนู หาปลา เป็นอาหารตามวิถีชาวบ้านก็ไม่ได้ แต่เมื่อลูกศิษย์พระกรันยา ได้ยินหมอปลาพูดเช่นนี้ ก็ตะโกนโต้เเย้งทันทีว่าไม่เป็นความจริง จากนั้นชาวบ้านที่เดือดร้อนและเดินทางมากับหมอปลา จึงแสดงตัวว่า เคยถูกพระกรันยาตีระฆังไล่ขณะมาหาหนู หาแมลง แต่กลุ่มลูกศิษย์ก็ยังโต้แย้งอ้างว่า เป็นสถานที่ของวัดที่ห้ามฆ่าสัตว์ ซึ่งชาวบ้านก็ยืนยันว่า ขณะที่ถูกตีระฆังไล่นั้น กำลังหาหนูอยู่ในที่นาของตัวเอง ซึ่งไม่ใช่ที่ของวัด

ด้าน พระมหาไพรวัลย์ ได้เข้าไปพบกับหลวงตากรันยา ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนกลับออกมาอธิบายถึงหลักคำสอนของพระกรันยา ยืนยันว่าไม่เป็นไปตามหลักของพระพุทธศาสนา แต่เป็นการกำหนดหลักคำสอนขึ้นมาเอง ทั้งเรื่องฌานที่ต้องดับร้อนด้วยการดำน้ำ การเปิดเพลงเต้นที่พระกรันยาอ้างว่า เป็นการยืดเส้นยืดสายก่อนปฏิบัติธรรม และการกำหนดขั้นอริยะบุคคลของบรรดาลูกศิษย์ ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในขณะนี้คือ พอชาวบ้านเข้าไปอยู่ภายในวัดนั้นแล้ว พระกรันยาจะสอนให้ทำบุญปฏิบัติธรรมกันแค่ภายในวัดเท่านั้น ซึ่งจะทำให้เกิดอุปาทานหมู่ และคิดว่าตัวเองเป็นคนชั้นสูง ทำให้เกิดความเกลียดชังคนรอบข้างที่ไม่ได้เข้าไปปฏิบัติธรรม 

พระมหาไพรวัลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้แนวทางปฏิบัติของพระกรันยา ที่คิดว่าตัวเองเป็นพระอรหันต์นั้น สามารถกำหนดได้ว่าลูกศิษย์แต่ละคนใครบรรลุธรรมขั้นไหนบ้างและเป็นคนพยากรณ์ว่า ใครจะไปพบพระพุทธเจ้าได้ ซึ่งหากพิจารณาให้ดี แนวทางการปฏิบัติเช่นนี้ อาจเข้าข่ายผิดพระธรรมวินัยในเรื่องอวดอุตริที่จะต้องปาราชิก 

"จากการสอบถามพระกรันยา บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้มีฝ่ายปกครองคณะสงฆ์เดินทางเข้ามาพูดคุยแล้ว โดยให้ปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติและหลักคำสอน แต่เท่าที่พูดคุยพระกรันยามั่นใจว่า หลักคำสอนของตัวเองถูกต้อง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหาโดยเร็ว" พระมหาไพรวัลย์ กล่าว 

นอกจากนี้ พระมหาไพรวัลย์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่า วัดป่าเนื้อนาบุญ มีลักษณะเป็นลัทธิ โดยมีพระกรันยาเป็นผู้กำหนดหลักคำสอน ซึ่งระหว่างเข้าพบ พระกรันยายังได้ให้ลูกศิษย์ตัดผมให้ดู เพราะคนที่เป็นอริยะผมจะม้วน แต่ปรากฏว่าการตัดผมในวันนี้ ผมไม่ได้ม้วนจับเป็นก้อน ซึ่งพระกรันยาอ้างว่าเกิดจากพลังงานบางอย่างจากกล้องที่พระมหาไพรวัลย์ถือเข้าไป จึงทำให้พระมหาไพรวัลย์และสื่อมวลชนไม่เชื่อ 

ด้าน น.ส.แจ๋ว (นามสมมติ) เล่าว่า แม่ตนก็ได้มาปฏิบัติธรรมอยู่ที่พักสงฆ์วัดป่าเนื้อนาบุญแห่งนี้ด้วย โดยเข้าร่วม 8 ปีแล้ว ไม่เคยกลับบ้านเลย แม่ได้นำที่ดินไปจำนองนำเงินมาบริจาคช่วยทางวัดป่าเนื้อนาบุญ จนพ่อทนไม่ไหวต้องหนีกลับไปอยู่บ้านเกิดของพ่อ ตนต้องอยู่กับตายาย และต้องหาเงินใช้หนี้ธนาคารที่แม่นำที่ดินไปจำนองปีละกว่า 30,000 บาท ทำให้ตนลำบากมาก ตนเห็นว่าแม่ถูกมอมเมาเหมือนกับถูกล้างสมอง เชื่อในคำสอนที่ไม่ถูกต้อง ตนอยากให้แม่กลับบ้าน กลับไปอยู่บ้านกับลูกกับหลาน แม่มาอยู่อย่างนี้ต่างคนก็ต่างอยู่ลูกหลานไม่มีความสุข และขาดความอบอุ่น

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พระสงฆ์พระเพี้ยนพระบิดคำสอนเสพเมถุนบิดคำสอนพระวัดป่าเนื้อนาบุญศรีสะเกษข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 17:33 น.