ไลฟ์สไตล์
100 year

เวชสำอางข้าวทับทิมชุมแพ งานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
27 ม.ค. 2564 07:15 น.
SHARE

ข้าว กข 69 หรือรู้จักกันอย่างแพร่ หลายในนาม “ทับทิมชุมแพ” ได้รับการรับรองพันธุ์จากกรมการข้าว เมื่อปี 2559 เป็นข้าวลูกผสมระหว่างข้าวเจ้าหอมมะลิ 105 สายพันธุ์กลายกับข้าวสังข์หยดพัทลุง แต่ถูกนำไปทดลองปลูกครั้งแรกที่ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ จ.ขอนแก่น ข้อดีปลูกได้ทั้งปี ต้นเตี้ยไม่หักล้มง่าย ระยะปลูกถึงเก็บเกี่ยวแค่ 130 วัน สั้นกว่าสังข์หยด แถมให้ผลผลิตถึงไร่ละ 797 ตัน สูงกว่าสังข์หยดเท่าตัว...มีลักษณะพิเศษตามชื่อ เมื่อหุงสุกจะมีสีแดงคล้ายทับทิม

ที่สำคัญโภชนาการสูงมาก มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงเป็นอันดับต้นๆของข้าวสี โดยมีฟลาโวนอยด์สูงกว่าสังข์หยดพัทลุงเป็นเท่าตัว มีโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 และโอเมก้า 9 สูง มีวิตามินอีที่อยู่ในรูปแอลฟาโทโคฟีรอล และแกมมาออไรซานอล ...ล่าสุดจึงเกิดงานวิจัยในการนำมาทำเป็นเครื่องสำอาง

ข่าวแนะนำ

“เป็นคนพื้นเพ จ.ขอนแก่น จึงได้คุยกับนักวิจัยอยากได้งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับขอนแก่นมาทำผลิตภัณฑ์ แต่ส่วนใหญ่นำข้าวมาทำผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารกันเยอะแล้ว เลยอยากทำอะไรที่แปลกใหม่กว่าอาหาร ทำให้เกิดไอเดียที่จะทำเครื่องสำอาง เพราะยังมีนวัตกรรมต่างๆที่จะใส่เข้าไปในผลิตภัณฑ์ได้อีก จึงนำมาสู่การหากระบวนการสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากข้าวที่เหมาะสม แล้วนำสารดังกล่าวมาพัฒนาต่อเป็นมาส์กพอกหน้าชนิดไม่ต้องล้างออก พร้อมเตรียมวางจำหน่ายในชื่อทางการตลาดว่า Facial Perfection Soothing Mask”

นายวีระวัฒน์ บุดดาบุญ ผู้บริหารบริษัท ออไรซ์ เนเชอรัล สกินแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกถึงนวัตกรรมความงามล่าสุด ภายใต้การสนับสนุนของ Innovative house สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จากโครงการวิจัย “การประยุกต์ใช้สารสกัดรำข้าวทับทิมชุมแพในผลิตภัณฑ์เครื่อง สำอางบำรุงผิว” ที่มี อ.ฤทธิพันธ์ รุ่งเรือง คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นหัวหน้าโครงการ

จุดเด่นของมาส์กที่พัฒนาขึ้นจากงานวิจัย คือ ช่วยให้ผิวหน้ามีความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอย และแลดูกระจ่างใส โดยสารสกัดอันทรงคุณค่าจากข้าวทับทิมชุมแพ มีคุณสมบัติยับยั้งอนุมูลอิสระ ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อีลาสเทส และคอลลาจิเนสที่ทำให้เกิดริ้วรอย

นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินได้ เมื่อผสมลงในผลิตภัณฑ์พบว่าผลิตภัณฑ์มีความคงตัวดี ไม่มีการแยกชั้น มีค่าพีเอชใกล้เคียงกับผิวหนัง และเพื่อป้องกันการเสื่อมสลายของสารสกัดได้ง่าย จึงเลือกใช้เทคโนโลยีไมโครเอนแคปซูเลชันโดยใช้แป้งข้าว นับเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับทุกส่วนของข้าว

เทคโนโลยีไมโครเอนแคปซูเลชัน คือ กระบวนการที่ของเหลวหรืออนุภาคถูกห่อหุ้มให้อยู่ในรูปของแคปซูลด้วยพอลิเมอร์เป็นชั้นบางๆ เกิดเป็นแคปซูลขนาดเล็ก มีขนาดตั้งแต่ 1 ไมครอนจนถึง 1,000 ไมครอน เพื่อป้องกันและเก็บรักษาคุณสมบัติสารสกัดจากข้าว ไม่ให้สูญเสียจากปฏิกิริยาต่างๆ เช่น การระเหย และง่ายต่อการใช้งานหรือนำไปผสมกับสารอื่น เพราะถูกทำให้อยู่ในรูปของแข็งในแคปซูล รวมถึงสามารถควบคุมการทำงานของสาร ให้มีการปลดปล่อยสารในบริเวณที่เหมาะสม และลดความสิ้นเปลืองในการใช้สาร

เทคโนโลยีนี้จะช่วยกักเก็บสารสำคัญไว้ให้มีความคงตัวอยู่ได้นานขึ้น เพื่อการบำรุงและปรับสภาพผิวเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน และน้ำหอม จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอจดอนุสิทธิบัตรงานวิจัยเทคโนโลยีนี้

ถือเป็นเทคโนโลยีการสกัดที่ไม่ใช้สารเคมี และยังคงคุณค่าสารสำคัญจากข้าวทับทิมชุมแพ ที่ช่วยในการบำรุงผิวนอกจากนี้บริษัทยังได้คิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆเกี่ยวกับข้าว อาทิ เซรั่มบำรุงผิว มอยส์-เจอไรเซอร์ และโลชั่นน้ำหอม พร้อมกับเตรียมยื่นขอเครื่องหมายฮาลาล และผลิตภายใต้โรงงานที่ได้รับมาตรฐาน GMP เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าไปยังกลุ่มมุสลิมต่อไป.

กรวัฒน์ วีนิล

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข้าวทับทิมชุมแพเวชสำอางกรมการข้าวศูนย์วิจัยข้าวชุมแพขอนแก่นข้าวสังข์หยดกรวัฒน์ วีนิลเกษตร

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 9 มีนาคม 2564 เวลา 08:10 น.