อธิบดีกรมอุทยานฯระบุช้างป่ามีกว่า 3,000 ตัว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ 69 แห่ง ขัดแย้งกับคน 40 พื้นที่ และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นเพราะประชากรช้างเพิ่มมากขึ้น ทางแก้ปัญหาต้องรักษาถิ่นที่อยู่ของช้าง สร้างแนวเชื่อมต่อพื้นที่ป่าเป็นผืนใหญ่ สร้างแหล่งอาหาร ขณะที่หัวหน้าอุทยานฯ เขาใหญ่ ชงเรื่องปิดลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ถาวร ชี้เป็นแหล่งอาศัยและหากินของช้างป่า ห่วงความปลอดภัยนักท่องเที่ยว แจงปม “เจ้าดื้อ” เหยียบนักท่องเที่ยวมี 3 สาเหตุ ช้างตกมันในฤดูผสมพันธุ์ติดปลอกคอ และในรถและเต็นท์ของนักท่องเที่ยวมีส้มโอล่อช้างมาที่เต็นท์

ปัญหาช้างป่าที่ออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมจนเกิดกระทบกระทั่งกับประชาชน ทั้งช้างป่าถูกคนยิงหรือถูกไฟฟ้าช็อตตาย และช้างป่าทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งปัญหายิ่งทวีความรุนแรง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 18 ม.ค. นายอดิศักดิ์ ภูสิทธิ์วงศานุยุต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่มีเหตุช้างป่าออกมาทำร้ายนักท่องเที่ยวจนเสียชีวิต บริเวณลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ ริมถนนเส้นทางไปน้ำตกเหวสุวัต เมื่อคืนวันที่ 15 ม.ค. หลังเกิดเหตุได้ปิดลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้และลานกางเต็นท์ลำตะคอง เป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ มีป่าไม้หนาทึบยากต่อการมองเห็นสัตว์ป่าออกมาในช่วงเวลากลางคืน และยังพบว่าที่ผ่านมามีเหตุช้างป่าออกมาเดินฝ่าลานกางเต็นท์และรื้อเต็นท์นักท่องเที่ยวในแต่ละปี เป็นพื้นที่ที่มีช้างป่าอาศัยและออกหากินชุกชุม ตนจะทำเรื่องเสนอกรมอุทยานฯ ให้ปิดลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้เป็นการถาวร

หัวหน้าอุทยานฯ เขาใหญ่ กล่าวต่อว่า สำหรับช้างในอุทยานฯเขาใหญ่ มีมากกว่า 300 ตัว ขณะที่พื้นป่าเขาใหญ่มีจำนวน 1.3 ล้านไร่ มากพอที่จะรองรับช้างป่าได้ถึง 1,000 ตัว แต่เพราะขาดสัตว์ผู้ล่า เช่นเสือ ทำให้โขลงช้างป่าเกิดการกระจุกตัว และโดยธรรมชาติของช้างเพศผู้หรือช้างพลายจะถูกขับออกจากฝูงเมื่อโตเต็มวัย ทำให้ไม่สามารถอยู่ในโขลงได้ ต้องกระจัดกระจายออกมาพื้นที่โดยรอบ จนไปหากินทำลายพืชผลอาสิน ตามไร่สวนของชาวบ้าน สถานการณ์ช้างป่าออกนอกพื้นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีหลัง แนวทางการแก้ปัญหา คือสร้างรั้วไฟฟ้า และปลูกไผ่หนาม รวมทั้งสร้างแหล่งน้ำและแหล่งอาหารให้เพิ่มมากขึ้น

นายอดิศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการมองว่าการติดปลอกคอจีพีเอส “เจ้าดื้อ” ทำให้ช้างหงุดหงิดนั้น มีการติดปลอกคอจริง แต่ยังไม่ได้เปิดสัญญาณจีพีเอส ส่วนสาเหตุที่เลือกติดปลอกคอให้กับเจ้าดื้อ เพราะเป็นช้างที่มาหากินและวนเวียนอยู่แถวพื้นที่ผากล้วยไม้เป็นประจำ หลังเกิดเหตุทำร้ายนักท่องเที่ยวก็ยังคงมาป้วนเปี้ยนอยู่ในพื้นที่ ส่วนจะเป็นสาเหตุให้ทำร้ายนักท่องเที่ยวหรือไม่ หัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่ ระบุว่าเบื้องต้นสันนิษฐาน 3 สาเหตุ คือ ช้างอยู่ในช่วงตกมันในฤดูผสมพันธุ์ ส่วนการติดปลอกคอเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจทำให้ช้างเกิดความหงุดหงิด สาเหตุสุดท้ายพบว่าบนรถของผู้เสียชีวิตที่ห่างกัน
5 เมตร รวมถึงในเต็นท์ มีส้มโอหลงเหลืออยู่ อาจดึงให้ช้างเข้ามาที่เต็นท์

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัจจุบันช้างป่าอาศัยอยู่ตามธรรมชาติประมาณ 3,168-3,440 ตัว อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติจำนวน 69 แห่ง มีผืนป่าที่เป็นแหล่งอาศัยของช้างป่าราว 52,000 ตร.กม. พบช้างป่าได้ ตั้งแต่น้อยกว่า 10 ตัว ไปจนถึง 200-300 ตัว โดยกลุ่มป่าที่มีประชากรช้างป่ามาก ได้แก่ กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว กลุ่มป่าตะวันออก และกลุ่มป่าแก่งกระจาน ประชากรช้างป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หลายแห่งในประเทศไทย พบว่าส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นต้น

อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างเกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ประมาณ 40 แห่งทั่วประเทศ เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลา อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น เป็นต้น มีแนวโน้มว่าจะขยายตัวและมีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต กรมอุทยานฯ ได้กำหนดให้มีการบริหารจัดการช้างป่าทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า ตลอดจนลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า สิ่งสำคัญคือเราต้องป้องกันไม่ให้ถิ่นที่อยู่อาศัยของช้างถูกทำลาย ซึ่งกรมอุทยานฯได้ดำเนินมาตรการอย่างเต็มที่เพื่อจะรักษาป่าซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของช้างป่า เช่น สร้างแนวเชื่อมต่อพื้นที่ให้เป็นป่าผืนใหญ่เชื่อมต่อหากันได้ ทำแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งหากิน เป็นต้น