ศาลจังหวัดอุดรธานี รับฝากขัง “ครูใหญ่ อรรถพล” ผู้ต้องหามาตรา 116 ยุยงประชาชนฯ ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว กำหนดหลักทรัพย์ 1 แสนบาท แต่ไม่ต้องวางเงินประกัน และห้ามไปกระทำความผิดอีก..


เวลา 09.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ได้เตรียมรถตู้ และวางกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัย ในการนำตัว นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ “ครูใหญ่” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ข้อหา “ยุยงประชาชนก่อความไม่สงบ” ตามมาตรา 116 จากการชุมนุม วันที่ 22 ต.ค. 63 ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดอุดรธานี หลังจากที่ทางคณะพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ไม่ให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน นายอรรถพลถูกควบคุมตัวที่ สภ.เมืองอุดรธานี ตั้งแต่เวลา 01.30-09.00 น.

จากนั้น ได้มีนายพัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความ ของนายอรรถพล พร้อมด้วยญาติ ได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมที่ห้องทำงาน พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ประมาณ 10 นาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวนายอรรถพล หรือ ครูใหญ่ เดินออกมาขึ้นรถตู้ที่ตำรวจเตรียมไว้ ซึ่งนายอรรถพล ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้ม

ต่อมา เวลา 13.00 น. ภายหลังศาลพิจารณารับฝากขัง ได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างสอบสวน "ครูใหญ่ อรรถพล" ในวงเงินประกัน 1 แสนบาท แต่ยังไม่ต้องวางเงินประกัน หากผิดสัญญาจึงจะปรับ โดยมี ส.ส.พรรคก้าวไกล เป็นนายประกัน และกำหนดเงื่อนไข ห้ามผู้ต้องหากระทำการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย 

นายอรรคพล บัวพัฒน์ หรือ “ครูใหญ่” เปิดเผยว่า ไม่ได้หวั่นไหวต่อการควบคุมตัว เรายังยืนยันว่าแนวทางการต่อสู้ของเราวิถีประชาธิปไตยจะเดินทางกลับกรุงเทพฯภารกิจเดิมเรายังไม่เสร็จ กรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่หน้า อาคารเอสซีบี เบื้องต้นยังไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัด แต่ทราบว่ามีเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้น ส่วนตัวมองว่าไม่ควรมีอันตรายใดๆ เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนไม่ว่าฝ่ายใด และขอตำหนิว่าเจ้าหน้าที่จำนวนหลายพันคนที่ไม่แต่งเครื่องแบบในขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ทุกคนควรแต่งเครื่องแบบในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่แต่งเครื่องแบบ สังคมนี้ก็ควรหมดเวลาบอกให้นักเรียนแต่งเครื่องแบบนักเรียน

...

ส่วนกรณีหมายจับอื่นๆนั้นตนไม่ทราบว่ามีหมายจับของที่ใดบ้าง หมายจับที่จับตนเมื่อวานนี้ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นหมายจับออกในวันที่ 24 พฤศจิกายน เป็นการจับอย่างเร่งด่วนซึ่งการจับคงเป็นการสกัดกั้นเพื่อไม่ให้เข้าร่วมการชุมนุม แต่ก็สกัดได้ไม่กี่ครั้ง การชุมนุมเรามีตลอด การชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่อยู่ที่แกนนำ ผมก็ไม่ใช่แกนนำ “แกนนำคือประเด็นและข้อเรียกร้อง” หากมีการจับผมจับโตโต้ จับอานนท์ จับรุ้ง จับเพนกวิน จับไมค์ จับไผ่ จับใครก็ดี แต่หากจับ 3 ข้อเรียกร้องนี้ไม่ได้ ช่วงนี้การชุมนุมนี้ก็ไม่สามารถยุติลงได้

เมื่อถูกถามว่า ถ้าหากลงไปกรุงเทพฯ จะโดนจับอีกหมายหรือไม่ ครูใหญ่ กล่าวว่า หากจะจับผมก็แจ้งผมมาก่อน ผมจะได้กินข้าว เมื่อวานนี้ผมไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้ายันเย็น ก็มาได้กินข้าวเช้าตอนสามทุ่ม หากจะมาจับกุมแจ้งผมมาก่อน ผมจะได้กินข้าวรอและส่งโลเคชั่นไปให้ตำรวจผมจะได้กินอร่อยๆ รอ

ครูใหญ่ กล่าวอีกว่า ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนผู้ชุมนุมว่า ให้สู้กันต่อไป ศึกครั้งนี้จะยืดยาวและยืดเยื้อ แต่เราจะไม่ได้ชนะเพื่อเอาพื้นที่ทางอำนาจ แต่เราจะชนะเพื่อเอาพื้นที่ทางความคิดและอุดมการณ์ทางสังคม หากเราชนะทางอุดมการณ์ของสังคมได้ ประเทศนี้จะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม เราจะไม่กลับไปสู่วังวนรัฐประหารและเผด็จการต่อไป

ส่วน นายพัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความ กล่าวเสริมว่า ศาลให้ประกันตัวโดยมีเงื่อนไขว่า หากผู้ต้องหาไม่มาตามนัดของศาลท่านจะปรับ 100,000 บาทโดยเป็นการปรับนายประกัน คือ ส.ส.และมีข้อกำหนดเพิ่มเติมใช้คำสั่งว่าห้ามผู้ต้องหากระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย เป็นกว้างๆ ไว้.