ไลฟ์สไตล์
100 year

จนท.เทศบาลเมืองเมืองปัก รื้อแล้วบ้านอดีต ส.ส.โคราช รุกที่ราชพัสดุ

ไทยรัฐออนไลน์
16 พ.ย. 2563 17:54 น.
SHARE

จนท.เทศบาลเมืองเมืองปัก ตร. ฝ่ายปกครองท้องถิ่นเข้ารื้อบ้านเกือบ 2 ไร่ของอดีต ส.ส.โคราช ตามคำสั่งศาลหลังมีการฟ้องร้องว่ารุกที่ราชพัสดุ ด้านลูกชายร้องขอความเป็นธรรม อ้างคดียังไม่สิ้นสุด

หลังจากเป็นคดีความยาวนานเกือบ 20 ปี ระหว่างเทศบาลเมืองเมืองปัก ที่ยื่นฟ้องกรณี นายสำรวย หรือนายยิ่งรวย เจตนาดี อดีตสส.นครราชสีมา บุกรุกที่ราชพัสดุพื้นที่เกือบ 2 ไร่ ใจกลางเทศบาลเมืองเมืองปักมาสร้างที่อยู่อาศัย ร้านค้า และคิวรถตู้ สำนักงานบังคับคดีนครราชสีมา พร้อมด้วย จนท.ปกครองอำเภอปักธงชัย ตำรวจ สภ.ปักธงชัย จนท.เทศบาลเมืองเมืองปัก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าทำการรื้อถอนบ้านตามคำสั่งศาลคดีหมายเลขดำที่ 1947 /2550 คดีหมายเลขแดงที่ 5917/2550 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2553

ข่าวแนะนำ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พ.ย.63 เจ้าหน้าที่จากสำนักงานบังคับคดีนครราชสีมา พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอปักธงชัย ตำรวจ สภ.ปักธงชัย จนท.เทศบาลเมืองปัก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า 50 คน ได้เข้าทำการรื้อถอนบ้านนายสำรวย หรือนายยิ่งรวย เจตนาดี อดีต ส.ส.นครราชสีมา สังกัดพรรคชาติไทย เมื่อปี พ.ศ.2526 ซึ่งทางเทศบาลเมืองเมืองปักได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องว่านายสำรวยหรือนายยิ่งรวยฯ ได้ทำการบุกรุกที่ดินราชพัสดุติดถนนสาย 304(เดิม) จำนวน 1 ไร่ 3 งาน 15 ตร.ว. ในพื้นที่ ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 และนำมาสร้างที่อยู่อาศัย ร้านค้า และทำคิวรถตู้โดยสาร และศาลแขวงนครราชสีมา มีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2553ให้นายสำรวย หรือนายยิ่งรวย ทำการรื้อถอนอาคาร และสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทแปลงนี้

ทั้งนี้ นายชาญชัย เจตนาดี บุตรชายของนายสำรวย กล่าวว่า พ่อและตนเองได้ทำหนังสือยื่นคัดค้านคำสั่งศาลมาโดยตลอด ว่าพื้นที่แปลงดังกล่าวเป็นที่มีเอกสารสิทธิ คือ สค.1 ซึ่งในอดีตผู้ครอบครองคือราชการท่านหนึ่งของอำเภอปักธงชัย และพ่อของตนเองได้ทำการขอเช่าที่ดินผืนนี้มาเพื่อทำที่อยู่อาศัย พื้นที่แปลงนี้ไม่ได้เป็นคลองน้ำ หรือที่ราชพัสดุ ตามที่เทศบาลกล่าวอ้าง และขณะนี้เรื่องที่ตนยื่นคัดค้านการรื้อถอนก็ยังอยู่ในชั้นศาล แต่ จนท.จากภาคส่วนต่างๆ ก็ยังเข้ามาทำการรื้อถอนบ้านของตน โดยอ้างถึงคำสั่งเมื่อ ปี 2553

"ตนจึงอยากร้องขอความเป็นธรรม โดยขอเวลาให้ตนเองได้นำหลักฐานที่มีอยู่เข้าแสดงต่อศาลเพื่อให้ศาลพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งถ้าหากว่าเอกสารที่ตนเองยื่นในภายหลังเป็นเอกสารที่ยืนยันได้ว่าที่ดินแปลงดังกล่าวมีการครอบครองอย่างถูกต้องตั้งแต่ในอดีต และศาลกลับคำพิพากษา ใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากบ้านของตนที่ถูกรื้อถอนออกไป" บุตรชายของนายสำรวย กล่าว

ด้าน ทีมช่างของ จนท.เทศบาลเมืองเมืองปัก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนตุลาคม 2563 ได้มี นิติกรจากสำนักงานบังคับคดีนครราชสีมา ฝ่ายปกครองอำเภอปักธงชัย จนท.ตำรวจ สภ.ปักธงชัย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้เข้ามาทำการชี้แจงถึงความจำเป็นที่จะต้องทำการรื้อถอนอาคาร และสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกจากพื้นที่พิพาทนี้ พร้อมทั้งได้ติดประกาศคำสั่งศาลไว้ที่บริเวณหน้าอาคารเพื่อให้รับทราบ แต่ทางนายสำรวย หรือนายยิ่งรวย ได้ขอเวลา อีก 30 วัน แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีการรื้อถอนหรือขนย้ายสิ่งของภายในอาคารออกไป เมื่อครบกำหนด 30 วันตามที่ร้องขอจึงได้นำกำลัง จนท.ของเทศบาลเมืองเมืองปัก เข้ารื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว

ทีมช่างของ จนท.เทศบาลเมืองเมืองปัก กล่าวด้วยว่า ทรัพย์สินทั้งหมดจะเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาไว้ที่อาคารภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ ต.เมืองปัก ทั้งนี้ศาลมีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่พิพาทนี้ ตั้งแต่ ปี 2553 แต่ทางนายสำรวย หรือยิ่งรวย ได้พยายามขัดขวางมาโดยตลอด พร้อมทั้งยื่นหนังสือต่อศาล เพื่อให้พิจารณาคดีใหม่ ถึงวันนี้ศาลไม่ได้รับคำร้องของนายสำรวย หรือนายยิ่งรวย จึงได้เข้ารื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งศาลฯ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เทศบาลเมืองเมืองปักรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกที่ราชพัสดุบ้านอดีต ส.ส.โคราชสำรวย เจตนาดีอ.ปักธงชัยนครราชสีมาข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 02:21 น.