ไลฟ์สไตล์
100 year

พลิกสูตร...ปุ๋ยยางปลูกข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาเพิ่มเท่าตัว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์30 ต.ค. 2563 07:10 น.
SHARE

ทุ่งกุลาร้องไห้ หนึ่งในพื้นที่แห้งแล้งของภาคอีสาน ฤดูฝนจะแปรสภาพเป็นทุ่งสีทอง กลายเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ว่ากันว่าอร่อยอันดับต้นๆ ของโลก

แต่ด้วยข้อจำกัดในเรื่องน้ำ ปลูกได้ปีละครั้ง ความเข้าใจผิดในการใช้ปุ๋ย เผาตอซัง การปลูกแบบเดิมๆ ทำให้อย่างเก่งก็ปลูกได้แค่ไร่ละ 350 กก. เท่านั้น

ข่าวแนะนำ

ความร่วมมือระหว่าง 3 ประสาน ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำจึงเกิดขึ้น...บมจ.ไทยเซ็นทรัลเคมี ผู้ผลิตปัจจัยการผลิตที่สำคัญอย่างปุ๋ย บริษัท โรงสีศรีแสงดาว อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ผู้ส่งเสริมพันธุ์ข้าว รับซื้อผลผลิต และช่วยเหลือด้านนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร และ ศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำองค์ความรู้ที่วิจัยร่วมกันทั้งหมดมาถ่ายทอดสู่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตให้เกษตรกร

“ตอนแรกก็ทำเหมือนที่เคยทำมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ปลูกตามๆกัน ให้ปุ๋ยเหมือนเดิมทุกครั้ง ปลูกกันแบบบ้านๆ พึ่งแต่ฟ้าฝน ไม่มีเทคโนโลยีใดมาช่วย เพราะเห็นทำแบบเดิมได้ผลผลิตขายราคาค่อนข้างดี ได้ไร่ละ 300 กว่ากิโล พออยู่ได้แล้ว จนปีที่แล้วมีโครงการอบรมเกษตรกร การจัดการธาตุอาหาร และการใช้ปุ๋ยในนาข้าว จึงลองเข้าร่วมอบรม ตอนแรกไม่เชื่อนัก ถ้าพลาดเสี่ยงมาก เพราะทำได้แค่ปีละครั้ง แต่พอลงมือทำลดได้ทั้งต้นทุน แถมผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว”

สังวร พลอาสา ประธานกลุ่มจีไอกู่กาสิงห์ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา บ้านกู่กาสิงห์ ต.กู่กาสิงห์ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด อธิบายถึงสิ่งที่เปลี่ยนไป...ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนความเชื่อเดิมๆทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมดิน บริหารจัดการ ไปถึงการเก็บเกี่ยว

เริ่มตั้งแต่ฤดูปลูก เดิมเริ่มปลูก เม.ย.–พ.ค. เปลี่ยนมาเป็นกลาง มิ.ย.–ต้น ก.ค. เพราะแบบเดิมมักเจอฝนทิ้งช่วง ข้าวมักตาย เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

การเตรียมดิน...ต้องเปลี่ยนความคิด อย่าเผาตอซัง ให้ไถกลบแล้วทิ้งไว้ 2 เดือน (ปลูกปอเทืองแล้วไถกลบอีกรอบจะดีมาก) จากนั้นให้ใส่ปุ๋ย ฟอสเฟต หรือสูตร 0-3-0 ไร่ละ 10 กก. และปูนโดโลไมท์ ไร่ละ 25 กก. เพื่อช่วยปรับสภาพดิน

ขั้นตอนนี้ หากเชี่ยวชาญมากขึ้น หลังไถกลบตอซังให้ปรับพื้นดินให้เสมอกันให้มากที่สุด เพื่อให้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าทั้งผืน และน้ำไหลได้เสมอกันไม่ขังที่ใดที่หนึ่งมากเกินไป ที่นี่ใช้ระบบเลเซอร์เพราะทางโรงสีศรีแสงดาวออกค่าใช้จ่ายให้ (ปกติค่าใช้จ่ายตรงนี้อยู่ไร่ละ 4,000 บาท) จากนั้นค่อยใส่ปุ๋ยฟอสเฟต และปูนโดโลไมท์อัตราเดียวกัน

ก่อนปลูกใส่ปุ๋ยรองพื้น สูตร 20–8–20 เป็นปุ๋ยสูตรนิยมใส่ในสวนยางพารา ไร่ละ 10 กก. เพื่อเพิ่มโปแตสเซียมในดิน...ที่ชาวนาส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดใส่แต่ปุ๋ยสูตรเสมอ

ไม่รู้ว่า ดินแถวนี้ขาดโปแตสเซียมมาก โดยเฉพาะกับดินร่วนปนทรายในภาคอีสาน

การปลูก...เดิมปลูกแบบนาหว่านใช้ข้าวไร่ละ 35 กก. เปลี่ยนมาเป็นนาหยอดใช้ข้าวเหลือแค่ไร่ละ 4 กก. ปลูกระยะห่าง 30×15 ซม. เกษตรกรอาจไม่ชินในระยะแรก แต่ข้าวจะเป็นระเบียบ ดูแลรักษาง่าย ได้รับธาตุอาหารเท่ากันทุกต้น ไม่ต้องเบียดแย่งอาหารกัน ทำให้โตเร็ว ต้นเสมอกันทั้งแปลง รวงเยอะ แข็งแรง โรคน้อย

การใส่ปุ๋ยบำรุงต้นข้าว ทั้งฤดูจะใส่สูตรปุ๋ยยาง (20–8–20) ไร่ละ 60–70 กก. แต่ไม่ใส่ทีเดียวทั้งหมด...ให้ทยอยใส่ไปเรื่อยๆทีละน้อยให้ทั่วแปลง ในช่วงที่มีฝนตก หรือดินมีความชื้น จะได้ผลผลิตไร่ละ 700 กก.

แต่ถ้าอยากได้ข้าวเพิ่มมาอีก 100 กก. ให้ทยอยใส่ปุ๋ยเพิ่มไปอีก 10 กก.

ที่สำคัญอีกอย่าง อย่าตัดใบข้าว เพราะใบข้าวมีหน้าที่สังเคราะห์แสงเลี้ยงบำรุงต้น ใบข้าวถูกตัดการสังเคราะห์จะทำได้น้อย การแตกกอจะต่ำ และทำให้ได้รวงน้อยลงไปด้วย

วิธีการนี้นอกจากจะช่วยประหยัดค่าเมล็ดพันธุ์ข้าวไปได้ถึง 90% ยังจะช่วยประหยัดค่าปุ๋ยค่ายาไปได้ครึ่งหนึ่ง แต่ได้ผลผลิตเพิ่มอีกเท่าตัว สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08-9899-8289.

กรวัฒน์ วีนิล

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรวัฒน์ วีนิลทุ่งกุลาร้องไห้ทุ่งกุลาร้องไห้ จ.ร้อยเอ็ดทุ่งกุลาข้าวหอมมะลิปลูกข้าวร้อยเอ็ด

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม 2563 เวลา 15:37 น.