สภ.เสลภูมิ มาเก็บหลักฐานและวิถีของรถเก๋งที่ชน จยย.จอดริมถนนทำให้ตาย 3 ศพ ขณะที่คนขับคู่กรณีไม่พบแอลกอฮอล์ ด้านพ่อผู้เสียชีวิตยังเศร้า วอนคนขับรถเก๋งใช้ความระวังเมื่อเข้าเขตชุมชนลดอุบัติเหตุ


จากกรณีอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักแหกโค้งชนกลุ่มวัยรุ่น 3 คนที่จอดรถจักรยานยนต์ริมถนนคุยกัน บนถนนสายโคกกลาง-ท่าสี ภายในชุมชนบ้านโคกกลาง ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยรถจักรยานยนต์ 2 คันได้จอดคุยกันอยู่หน้าบ้าน ห่างจากถนนประมาณ 2 เมตร โดยจุดนี้มีไฟส่องสว่างเห็นชัดเจน โดยรถเก๋งที่ขับมาจากบ้านท่าสี เกิดเสียหลักแหกโค้งมาชนกลุ่มวัยรุ่น รถไถลไปชนกับต้นมะม่วงที่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร และร่างของผู้ตายทั้ง 3 รายก็กระจัดกระจาย 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ต.ค.63 เวลา 07.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่จุดเกิดเหตุ บริเวณถนนทางโค้ง (บ.ท่าสี-บ.โคกกลาง) ปากทางเข้าบ้านโคกกลาง ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด พบกับนางพวงเพชร ภูมิพะนา อายุ 52 ปี แม่นายศุภโชค ธิมา ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเวลา 18.30 น. (11 ต.ค.) ลูกชายและกลุ่มผู้ตายได้ขับรถกลับมาจากไปดูรถแห่ดนตรีสดในงานกฐิน ที่บ้านปากปลาค้าว ตำบลดอนโอง อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมาถึงหน้าบ้านของตน กลุ่มผู้ตายก็ได้เลี้ยวซ้ายเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งมีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ 2 คัน คือ ฮอนด้าเวฟ สีเหลือง ของลูกชาย และรถฮอนด้าเวฟ แดง-ดำ รถของผู้ตาย

...

แม่นายศุภโชค กล่าวต่อว่า ยืนยันได้ว่าลูกชายและกลุ่มผู้ตายยืนอยู่ห่างจากถนนประมาณ 1-2 เมตร แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาที จู่ๆ ได้มีรถเก๋งที่ขับมาจากบ้านท่าสี เกิดเสียหลักแหกโค้งมาชนเอากลุ่มลูกชายและผู้ตาย รถไถลไปชนกับต้นมะม่วงที่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร และร่างของผู้ตายทั้ง 3 รายก็กระจัดกระจาย โดย น.ส.วันวิสา นอนอยู่โคนเสาหน้าบ้าน และอีก 2 ศพนอนอยู่ข้างต้นมะม่วง ชาวบ้านได้เข้ามาช่วยกันดูคนเจ็บและประสานเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือ

นางพวงเพชร กล่าวอีกว่า จุดนี้ก็เคยเกิดอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็มีคนได้รับบาดเจ็บแต่ยังไม่ถึงกับเสียชีวิต แต่เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของหมู่บ้าน โดยก่อนก่อนหน้านี้คืนของวันที่ (10 ต.ค.) ตนได้ฝันว่าตนป่วยแล้วเข้าโรงพยาบาล มีฝนตกตัวเปียกโชกหมด ตนก็อยากจะเปลี่ยนชุดคนป่วย แต่ก็เปลี่ยนไม่ได้ จึงตัดขากางเกงออก ซึ่งก็คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้น ส่วนตัวตนก็อยากฝากเตือนไปยังคนขับรถเก๋งคันดังกล่าว ว่าอย่าขับขี่โดยใช้ความเร็วในชุมชน เพราะบางทีอาจจะมีเด็กและชาวบ้านที่เดินไปมา ไม่อยากให้เกิดเหตุร้ายๆ เช่นนี้อีก

ด้าน น.ส.เมย์ อายุ 21 ปี รุ่นพี่ของผู้บาดเจ็บ บ้านอยู่ตรงข้ามกับจุดเกิดเหตุ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ขับรถจักรยานยนต์กลับมาพร้อมกับกลุ่มผู้ตาย โดยรถจักรยานยนต์ของตนได้เลี้ยวเข้ามาจอดในบ้าน โดย น.ส.วันวิสา (ผู้ตาย) ได้เดินข้ามถนนไปยังจุดเกิดเหตุ โดยเด็กสาวทั้ง 3 คนได้ยืนหันหลังให้ถนน อยู่ห่างจากถนนประมาณ 1 เมตร ส่วนเยาวชนชายได้ยืนหันหน้าเข้าถนน หลังจากที่วันวิสาข้ามไปยังจุดเกิดเหตุได้ประมาณไม่ถึง 5 นาที จู่ๆ ก็ได้มีรถเก๋งสีขาวที่ขับขี่มาจากบ้านท่าสีมุ่งหน้าเข้าบ้านโคกกลาง เกิดเสียหลักแหกโค้งพุ่งเข้าชนกลุ่มน้องๆ ที่อยู่ริมทาง ก่อนจะหมุนไปชนต้นมะม่วงอย่างแรงเสียดังโครม ตนจึงรีบวิ่งออกไปดูก็พบน้องๆนอนแน่นิ่งอยู่ จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือ

ขณะที่ พ่อของ น.ส.วันวิสา ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนก็ทราบเพียงว่าลูกสาวไปเที่ยวงานรถแห่ในงานกฐินที่ อ.โพธิ์ชัย ซึ่งในขณะที่ตนกลับจากทุ่งนามาถึงบ้าน กำลังอาบน้ำ จู่ๆ ได้ยินเสียงคล้ายมีอะไรชนกันดังโครมอย่างแรง ก่อนหน้านั้นประมาณ 10 นาที ตนเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากลูกสาวว่ากำลังเดินทางกลับบ้าน โดยเกิดสังหรณ์ใจว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีกับลูกสาว ตนและภรรยาจึงได้รีบวิ่งมาดูก็พบว่าลูกสาวของตนประสบเหตุดังกล่าวถึงกับอยากหยุดหายใจ ณ ตรงนั้นเลย อยากฝากเตือนไปยังคนขับรถเก๋งควรจะใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เข้าชุมชน ควรจะลดความเร็วรถเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเหมือนในครั้งนี้

...

ด้านพนักงานสอบสวน สภ.เสลภูมิ ได้เดินทางมาเก็บหลักฐานและวิถีของรถเพิ่มเติมในช่วงเช้า และตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล์ก็ไม่พบในร่างกายของคนขับรถเก๋ง ซึ่งอยู่ระหว่างเรียกตัวคนขับเก๋งมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.