ผู้ว่าฯ ขอนแก่น สั่งระบายน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์วันละ 500,000 ลบ.ม. ตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนา 11 เครื่อง เพื่อระบายน้ำ-เติมออกซิเจน แก้ไขปัญหากลิ่นเน่าเหม็น ชี้ เกิดจากตะกอนวัชพืชและสิ่งมีชีวิต
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 ต.ค.2563 ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ จ.ขอนแก่น รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมเร่งด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำมีกลิ่นเหม็นและมีสี ในแม่น้ำพอง เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน และแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาและสาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวที่ยืนยันชัดเจนว่าเกิดจากก๊าซไข่เน่า หรือ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ในพื้นที่ประตูระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์มาจนถึงช่วงบริเวณหน้าเขื่อนหนองหวาย จนทำให้น้ำในแม่น้ำพองนั้นมีกลิ่นเหม็น และมีสีที่ผิดปกติไปจากเดิม
ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่อว่า คณะทำงานได้เข้าตรวจติดตามสถานการณ์และวัดระดับน้ำทางหลักวิชาการอย่างต่อเนื่อง ตามวิธีปฎิบัติ โดยเฉพาะกับการเร่งเติมออกซิเจนลงไปในน้ำ และการผลักดันน้ำให้ไหลไปตามแม่น้ำพอง เพื่อให้น้ำเกิดการหมุนเวียนให้ได้มากที่สุด โดยตนได้มีคำสั่งให้เขื่อนอุบลรัตน์นั้นเพิ่มการระบายน้ำจาก 300,000 ลบ.ม. ต่อวันเป็น 500,000 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เพื่อเร่งระบายน้ำให้เกิดการหมุนเวียน เพราะจากสถานการณ์ภัยแล้งที่ผ่านมาทำให้น้ำในแม่น้ำพองในจุดดังกล่าวนั้น มีการสะสมของตะกอน รวมทั้งมีวัชพืชและสิ่งมีชีวิตที่เน่าตาย
...
"เมื่อมีน้ำฝนตกลงมาและน้ำในแม่น้ำพองมีปริมาณที่มากขึ้น จึงทำให้ตะกอนและเศษสิ่งที่เน่าเสียนั้นได้ลอยขึ้นมาจนทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น จึงขอให้ประชาชนอย่าตระหนกว่าน้ำที่เกิดตะกอน มีกลิ่นเหม็นและมีสีที่ผิดปกตินั้นไม่ได้เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมแน่นอน และการระบายน้ำตามแนวทางการผลักดันน้ำและการเติมออกซิเจนนั้นจะส่งผลกระทบต่อประชาชนตามแม่น้ำพองบ้าง โดยเฉพาะระบบประปา และการเลี้ยงปลาในกระชัง" นายสมศักดิ์ กล่าว
ผวจ.ขอนแก่น กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 2 เครื่อง และกังหันน้ำชัยพัฒนาไปแล้ว 4 เครื่อง แต่วันนี้ได้มีคำสั่งเพิ่มการติดตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนาเพิ่มเติมเข้าไปอีก 7 เครื่อง รวมเป็น 11 เครื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการเหตุการณ์นั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วและคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ได้ในภาพรวม โดยคาดการณ์ว่าการแก้ไขสถานการณ์ที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการตรวจวัดคุณภาพน้ำที่ทำกันแบบชั่วโมงต่อชั่วโมง จะทำให้สถานการณ์ต่างๆ นั้นคลี่คลายลงได้ภายใน 10 วัน
นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ดีเพื่อความปลอดภัยและคลายข้อสงสัยของประชาชน จึงสั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดประสานการทำงานรวมกันกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบโรงงานและภาคอุตสาหกรรมตามแม่น้ำพองทั้งเส้นทาง ทั้งระบบใหม่อีกครั้ง โดยจะทำการตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม.