ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ทัวร์มรณะ 7 ศพ ช่วยรายละ 2 หมื่น ครอบครัวผู้เสียชีวิตยังทำใจไม่ได้

    ไทยรัฐออนไลน์27 ก.ย. 2563 16:58 น.
    SHARE

    ครอบครัวผู้เสียชีวิตอุบัติเหตุรถทัวร์นำเที่ยว เสยท้ายรถพ่วง 22 ล้อบรรทุกมันสำปะหลัง ดับ 7 บาดเจ็บ 46 บริเวณถนนนครราชสีมา-กบินทร์บุรี ต่างเศร้าโศกเสียใจ โดยล่าสุดได้รับเงินช่วยเหลือจากบริษัทรถเพียงศพละ 20,000 บาท ขณะที่ญาติเจ้าของรถทัวร์ ที่เป็นคนขับได้นิมนต์พระทำพิธีสวดอัญเชิญวิญญาณ


    จากกรณีเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อนุชา คำเสียง รอง สว.สอบสวน สภ.โพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุที่บริเวณถนนแยกตัดใหม่ ถนนสาย 304 นครราชสีมา-กบินทร์บุรี ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 จุดใกล้เคียงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถทัวร์ปรับอากาศ สีฟ้าขาว ทะเบียน 30-0288 กาฬสินธุ์ พลิกตะแคงคว่ำอยู่กลางถนน สภาพด้านหน้าพังยับเยินไม่มีชิ้นดี

    ใกล้กันพบรถพ่วง สีขาว ทะเบียน 82-3913 ลพบุรี ลูกพ่วงด้านฝั่งซ้ายได้รับความเสียหาย บริเวณจุดเกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ กระเด็นกระดอนออกมานอกรถหลายราย เจ้าหน้าที่จึงช่วยผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ.อย่างเร่งด่วน 

    โดยอุบัติเหตุครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตรวม 7 ศพ และมีผู้บาดเจ็บรวม 46 คน ซึ่งทั้งหมดเดินทางมากับรถบัสนำเที่ยว ห่างกันประมาณ 50 เมตร พบรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ หมายเลขทะเบียน 82-3913 ลพบุรี หมายเลขทะเบียนตัวพ่วง 82-3949 ลพบุรี บรรทุกมันสำปะหลังมาเต็มด้านหลังรถ สภาพตัวบรรทุกพ่วงด้านหลังพลิกตะแคง ผลผลิตมันสำปะหลังที่บรรทุกมาตกกระจัดกระจายเกลื่อนเต็มพื้นถนน

    ล่าสุดวันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านน้ำใส หมู่ 6 ตำบลน้ำใส อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นบ้านของ นายพินิช เกณฑ์สาคู อายุ 44 ปี ผู้เสียชีวิต บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของญาติพี่น้องและชาวบ้านที่มาร่วมงาน

    สอบถาม นางกฤษณา เกณฑ์สาคู อายุ 49 ปี พี่สาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า โดยปกติน้องชายเป็นคนอารมณ์ดี ช่างเจรจา ชอบไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เป็นที่รักของคนในหมู่บ้าน ซึ่งช่วงก่อนเกิดเหตุน้องชายก็ได้คุยกันในกลุ่มไลน์ของญาติ โดยน้องชายบอกกับตนว่าจะเดินทางไปเที่ยวกับชาวบ้านที่พัทยา โดยยังไม่ทราบว่าเป็นโครงการอะไร แต่มีกำหนดการเดินทางไปพักที่ หาดพัทยา จ.ชลบุรี 2 วัน 1 คืน ซึ่งน้องชายก็พูดคุยกับญาติในกลุ่ม และถ่ายภาพกรุ๊ปทัวร์ส่งมาให้ญาติๆ ดู ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าจะเป็นแชตสุดท้ายที่ตนได้คุยกับน้อง ในเวลา 02.33 น. (26 ก.ย.63) โดยลางบอกเหตุก็คือ แชตสุดท้ายที่น้องชายส่งรูปสติกเกอร์เป็นรูปเข้านอน ส่วนตนก็ส่งสติกเกอร์กลับไปว่า "มาส่งเข้านอน" ซึ่งโดยปกติน้องชายไม่เคยส่งแบบนี้มาก่อน เหมือนเป็นลางบอกเหตุว่าจะเป็นการส่งน้องชายเข้านอนเป็นครั้งสุดท้าย

    สอบถาม นายวิชัย ไชยปัญหา อายุ 51 ปี หลานชายผู้เสียชีวิต (นางศรีสุรัตน์) เล่าว่า นางศรีสุรัตน์ ชอบเข้าวัดเข้าวา ชอบไปทำบุญตามสถานที่ท่องเที่ยวตามโอกาส ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีชาวบ้านได้มาชักชวนให้ไปใช้สิทธิในโครงการ เราไปเที่ยวกัน โดยผู้ที่ไปจะพักฟรี กินฟรี โดยจะมีเงินให้อีกคนละ 1,000 บาท ซึ่งน้าของตนก็ร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งตนก็ทราบว่าจะเดินทางไปที่พัทยา แต่ก็มาทราบภายหลังเสียชีวิตในเวลาต่อมา

    ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็มีเงินในการช่วยเหลือจากประกันชีวิต เงินฌาปนกิจศพของหมู่บ้าน ส่วนเงินการช่วยเหลือจากรถบัสที่โดยสารไปก็ยังไม่มีการติดต่อเข้ามา ส่วนตนก็รู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสียน้าไปอย่างไม่มีวันกลับ ส่วนตนก็ไม่สนับสนุนให้จัดโครงการในลักษณะนี้อีก เพราะการเดินทางในแต่ละครั้ง ย่อมมีความเสี่ยงหากเดินทางไกลในลักษณะนี้ แต่หากคนที่จัดโครงการในลักษณะนี้อีก ก็อยากให้ตรวจสอบสภาพรถและทำประกันภัยอุบัติเหตุ หากเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยคนที่มีฐานะยากจนก็จะมีเงินในการดูแลรักษาหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้

    สอบถาม นางสายสมร พนมเขต อายุ 43 ปี ลูกสาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า โดยปกติแม่ของตัวเองเป็นคนชอบพูดชอบเจรจากับเพื่อนฝูง ชอบเข้าวัดฟังธรรมและท่องเที่ยวตามสถานที่สำคัญทางศาสนาอยู่เป็นประจำ โดยทุกครั้งที่แม่จะไปเที่ยว ก็จะโทรบอกตนเนื่องจากพ่อกับแม่จะอาศัยอยู่เพียงลำพัง ส่วนตนก็ทำงานอยู่ที่ชลบุรี โดยตนก็จะโอนเงินให้แม่ไปเที่ยวอยู่เป็นประจำ ซึ่งเคยบอกแม่ว่ามีอายุมากแล้ว อยากจะไปเที่ยวไหนก็ไปตามใจแม่

    ในการไปเที่ยวครั้งนี้แม่ไม่ได้บอกตน ซึ่งอาจจะกลัวลูกสาวไม่ให้ไป ซึ่งในวันเกิดเหตุตนก็ได้รับโทรศัพท์จากญาติทางบ้าน ว่ารถที่แม่ไปเที่ยวเกิดประสบอุบัติเหตุ ตนจึงได้โทรไปที่เบอร์ของแม่ แต่กลับเป็นเสียงของร้อยเวรรับสาย ตนจึงถามว่าเจ้าของเครื่องอยู่ไหน แต่ได้คำตอบกลับมาว่าคุณแม่ได้เสียชีวิตแล้ว ขอแสดงความเสียใจด้วย ซึ่งตนได้ยินข่าวก็ถึงกับเข่าทรุด รู้สึกเสียใจที่ต้องเสียแม่ไปโดยไม่ได้พูดคุยกันเลย หากแม่บอกว่าจะไปเที่ยวพัทยา ตนก็จะไปหาแม่ เพราะเป็นช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งทางครอบครัวก็ได้รับเงินช่วยเหลือจากบริษัทเจ้าของรถบัสที่ประสบอุบัติเหตุ เป็นเงินค่าทำศพจำนวน 20,000 บาท แต่ในส่วนเงินจาก พ.ร.บ.ทางญาติอยู่ในระหว่างดำเนินการต่อไป

    ขณะที่บริเวณจุดที่เกิดเหตุดังกล่าว ครอบครัวของนายพิทักษ์ ช่ำชอง อายุ 64 ปี คนขับรถทัวร์และเจ้าของรถ 1 ในผู้เสียชีวิต ได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 4 รูป มาประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณกลับบ้าน ตามความเชื่อของชาวอีสาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า พร้อมกับนำน้ำ อาหารคาวหวาน มาวางไว้บริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อให้ผู้เสียชีวิตไปสู่สุคติ ก่อนที่จะเดินทางกลับ สำหรับศพของนายพิทักษ์ ญาติได้ติดต่อรับกลับบ้านตั้งแต่เมื่อค่ำวานนี้เรียบร้อยแล้ว เพื่อกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

    สำหรับสภาพบริเวณจุดเกิดเหตุโดยรอบยังมีเศษซากของรถ และเศษสิ่งของของผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ กองอยู่บริเวณข้างทาง เสาป้ายบอกทางหัก และมีร่องรอยเบรกของล้อรถเป็นทางยาว พร้อมทั้งมีของเซ่นไหว้ อาหารคาวหวาน คาดว่าน่าจะมีการทำพิธีของครอบครัวผู้เสียชีวิตรายอื่นที่มารับศพไปแล้ว จากการสอบถามแม่ค้าที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ที่ขายของประจำที่จุดนี้ บอกว่าเหตุการณ์ยังปกติ ตนรู้สึกสงสารผู้ประสบภัย และสวดมนต์แผ่เมตตาให้ผู้เสียชีวิต อยากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุสูญเสียเช่นนี้อีก



    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ทัวร์มรณะรถทัวร์ชนรพ่วงหลับในอุบัติเหตุรถชนรถทัวร์นำเที่ยวค่าทำศพ2หมื่นร้อยเอ็ดข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 14:03 น.