ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "คมนาคม" ลุย kick off "ยางพารา" เพื่อความปลอดภัยทางถนนภาคอีสาน

    ไทยรัฐออนไลน์26 ก.ย. 2563 00:15 น.
    SHARE

    "คมนาคม" จับมือ "เกษตรฯ" ลุย kick off โครงการนำน้ำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ใน "ภาคอีสาน" นำร่อง ทางหลวงหมายเลข 2033 "ตอนคำพอก-หนองญาติ" จ.นครพนม พร้อมชูธงนำ "ยางก้อนถ้วย" ผลิตแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต-หลักนำทางยางธรรมชาติ

    เมื่อวันที่ 26 ก.ย.63 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดโครงการนำการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick Of) บริเวณทางหลวงหมายเลข 2033 ตอนคำพอก-หนองญาติ กิโลเมตรที่ 55+425-55+575 ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม พร้อมด้วย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศุภชัย โพธิสุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ปลัดกระทรวงฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม อธิบดี กรมทางหลวง อธิบดีกรมทางหลวงชนบท อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมงาน 

    โดย นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา รับทราบแนวทางการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยดังกล่าว โดยใช้แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier: RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post RGP) รวมถึงตามที่เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.63 ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่องอุปกรณ์ทางด้าน การจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพารา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงาน สังกัดกระทรวงคมนาคม เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของโครงการนี้ โดยมีผลศึกษาและทดสอบชัดเจนว่า การนำแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต และหลักนำทางยางธรรมชาติมาใช้ สามารถที่จะช่วยลดแรงปะทะที่เกิดจากการชน ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน รวมทั้งมีสัดส่วนการใช้น้ำยางพาราเป็นส่วนผสมจำนวนมาก ซึ่งเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา สร้างรายได้โดยตรงให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพาราไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท

     "ราคายางก้อนถ้วยในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขึ้นสูงถึง 37.10 บาทต่อกิโลกรัม จากช่วงกลางเดือน ส.ค.ที่เปิดตัวโครงการ ในการเซ็นต์ข้อตกลงร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในช่วงนั้นยางก้อนถ้วยมีราคาประมาณ 32 บาทต่อกิโลกรัม โดยการนำยางก้อนถ้วยมาใช้ในการผลิตแผ่นยางพาราคลุมแท่งแบริเออร์ ทุก 1 เมตร ใช้ยาง 28 กิโลกรัม โดยมีราคาขายที่ 3,400 บาท ดังนั้นเป็นการเพิ่มมูลค่ายางพาราได้ถึง 121 บาทต่อกิโลกรัม เป็นการยกระดับยางพาราก้อนถ้วยไปทั้งระบบอีกด้วย" นายศักดิ์สยาม กล่าว

    นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า โครงการในครั้งนี้จะได้ไปศึกษากระบวนการผลิตอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยทางถนน ด้วยการใช้ยางก้อนถ้วย ซึ่งเป็นผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางที่นิยมทำกันมากกว่า ร้อยละ 55 ของเกษตรกรชาวสวนยางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ เนื่องจากยางก้อนถ้วยผลิตง่าย และไม่ต้องใช้เงินลงทุนและแรงงานจำนวนมาก เมื่อนำยางก้อนถ้วยมาใช้ในโครงการฯ จะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรทำให้เกษตรกรชาวสวนยางพารา มีรายได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต เป็นการสร้างเสถียรภาพด้านราคายางพาราในประเทศให้มากขึ้น

    สำหรับกำหนดการเปิดโครงการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick Off) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด ประกอบไปด้วย วันที่ 25 ก.ย.63 จ.นครพนม จากนั้นในวันที่ 26 ก.ย.63 ที่ จ.บึงกาฬ และ จ.เลย ตามลำดับ ซึ่งทั้ง 3 จังหวัดเป็นจังหวัดที่มีการปลูกยางพารามากที่สุดเป็นอันดับต้นๆของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

    ด้าน น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯจะทำหน้าที่กำกับคุณภาพในการผลิตอุปกรณ์ ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพารา พร้อมทั้งคัดเลือกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ที่กระทรวงรับรองให้เข้าร่วมโครงการ อีกทั้งยังสนับสนุนจัดเตรียมเครื่องมือและวัตถุดิบให้เป็นไปตามรูปแบบ มาตรฐาน และราคาตามที่กระทรวงคมนาคมกำหนด

    ด้าน นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า การนำยางพารามาใช้เป็นอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยทางถนน รวมทั้งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการดูดซับปริมาณยางพาราออกจากระบบ สร้างเสถียรภาพราคายางพาราอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต พร้อมทั้งได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ซึ่งได้มีการศึกษาและวิจัยพบว่า มี 2 ผลิตภัณฑ์ ที่มีความเหมาะสมและมีปริมาณยางพาราเป็นส่วนผสมจำนวนมาก สามารถลดความรุนแรงของการชนปะทะได้ โดยก่อนนำมาใช้งานจริง ได้ทำการทดสอบทั้งในประเทศไทยและประเทศเกาหลีใต้แล้ว โดยใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์วิ่งเข้าชนเพื่อวัดแรงปะทะที่เกิดขึ้น ผลการทดสอบพบว่า ผู้ขับขี่ได้รับค่าแรงกระแทกน้อยกว่าค่ามาตรฐาน สามารถลดอัตราความรุนแรงที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้เป็นอย่างมาก

    นายปฐม กล่าวอีกว่า กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้กำหนดแผนการดำเนินโครงการดังกล่าว ในปีงบประมาณ 2553-2565 โดยมีปริมาณการใช้ยางพารา จำนวน 1,007,951 ตัน และจะนำ 2 ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มาใช้ติดตั้งบนถนนของ ทล.และ ทช.ระยะทางรวม 12,282 กิโลเมตร คิดเป็นผลประโยชน์ที่เกษตรกรชาวสวน ยางจะได้รับ จำนวน 30,108 ล้านบาท และจะมีการสำรวจตรวจสอบเพื่อเปลี่ยนแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต และหลักนำทางยางธรรมชาติ ทดแทนที่เสื่อมเสื่อมสภาพหรือมีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งต้องใช้ยางพาราในทุกๆปี ปีละไม่น้อยกว่า 336,000 ตัน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    คมนาคมกระทรวงคมนาคมยางพาราถนนความปลอดภัยบนถนนศักดิ์สยาม ชิดชอบข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 17:37 น.