พระซิ่งเก๋งชนแล้วหนี เสียหลักชนคนงานก่อสร้างเจ็บ 1 ตาย 1 แถชนเสาไฟข้างทางพังยับสิ้นฤทธิ์ พลเมืองดีช่วยจับแต่พระสู้ สุดท้ายไม่รอด ตำรวจหิ้วสึกเค้นสอบดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.63 ร.ต.อ.สมศักดิ์ ศิลสัตย์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งเหตุเก๋งเฉี่ยวชนกันแล้วขับหลบหนี ไปชนคนงานก่อสร้างถนน บริเวณถนนสายร้อยเอ็ด-โพนทอง ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ชีพ รพ.ธวัชบุรี

บนถนนสายร้อยเอ็ด-โพนทอง บริเวณทางโค้งบ้านธวัชบุรี ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายถูกนำส่งโรงพยาบาลธวัชบุรี และรถคันที่ชนเสียหลักลงข้างทางที่กำลังก่อสร้างไปชนเสาไฟฟ้า ปรากฏว่าคนขับเป็นพระภิกษุสงฆ์ ลงมาจากรถแล้วพยายามจะหลบหนี และเกิดการชกต่อยกับพลเมือง แต่ก็ถูกชาวบ้านควบคุมตัวไว้ได้ แล้วโทรศัพท์แจ้งตำรวจ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลธวัชบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณทางโค้ง อยู่ระหว่างขยายช่องการจราจรและทำเกาะกลางถนน พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน กข-6540 มหาสารคาม ชนอัดกับเสาไฟฟ้าข้างทาง สภาพด้านหน้าพังเสียหาย ไฟท้ายด้านขวามีรอยเฉี่ยวชน พบคนขับเป็นพระสงฆ์วัดแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม ทราบชื่อคือ พระรามฤทธิ์ ติดมา อายุ 39 ปี มีอาการมึนงง พูดวกวนเหมือนคนเมา นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือนางอรพรรณ แก้วอำไพ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 1 ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และ นายน้อย ชื่นชม อายุ 82 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ม.5 ต.โพธิ์ศรีสว่าง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด พลเมืองดีช่วยนำส่ง รพ.ธวัชบุรี ปรากฏว่า นายน้อย อาการสาหัส ถูกส่งต่อไปรักษาที่ รพ.ร้อยเอ็ด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

...

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นพระรามฤทธิ์ขับรถเก๋งคันดังกล่าวด้วยความเร็วสูง มาจาก อ.โพนทอง ข้ามสะพานลำน้ำชีเข้าเขตธวัชดินแดง ที่กำลังก่อสร้างขยายถนน เกิดเฉี่ยวชนรถเก๋งคันหนึ่งตรงคอสะพานแล้วไม่ยอมจอด พยายามขับรถหนี จนถึงทางโค้งดังกล่าวเกิดเสียหลักพุ่งชนคนงานก่อสร้าง 2 คน แล้วเสียหลักตกถนนไปชนกับเสาไฟฟ้า จากนั้นพระรามฤทธิ์ลงจากรถพยายามจะวิ่งหนี แต่พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์พร้อมคนงานพยายามเข้าจับกุมตัว แต่พระรามฤทธิ์ไม่ยอมเกิดชกต่อยกัน แต่สู้คนหมู่มากไม่ไหว จึงถูกจับตัวไว้ได้ แล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ภายหลังจับกุมตัวได้ พนักงานสอบสวนได้นำตัวพระรูปดังกล่าวไปทำการสึกที่วัดเจ้าคณะอำเภอ ในเขตธวัชบุรี ก่อนนำมาตัวมาสอบสวน ที่ สภ.ธวัชบุรี พร้อมตรวจวัดแอลกอฮอล์และตรวจปัสสาวะ ไม่พบการดื่มสุราและเสพยาเสพติด แต่กลับมีอาการคล้ายคนเมาโดยไม่ทราบสาเหตุ และให้การสับสนวกไปวนมา โดยไม่มีท่าทีว่าจะให้รายละเอียดได้ ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ให้สงบสติอารมณ์ เพื่อรอสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งก่อน พร้อมแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป