ไปกันใหญ่ลุง 65 ข่มขืนเด็ก 14 พิการทางสมอง ให้เงินครั้งละ 20 บาท จนเด็กตั้งท้อง 7 เดือน โดยทีแรกอ้างเป็นการลงโทษที่เด็กขโมยเงิน ทั้งยังเยาะเย้ย "ทำคนพิการไม่ผิด" จนญาติเด็กแค้น ล่าสุด อ้างอีกเด็กยังตามตื๊อถึงขั้นปีนบ้านหา เรียกเงินครั้งละ 120-150 บาท บอก "คล้ายกับจะมาขายตัว" ขณะที่ตำรวจยันส่งสำนวนให้อัยการฟ้องแล้ว

จากกรณีเมื่อวันที่ 25 ส.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากครอบครัวหนึ่งใน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ว่ากลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ที่เด็กหญิงคนในครอบครัว อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นคนพิการทางสมอง ถูกข่มขืนจนตั้งท้องได้ 7 เดือน แต่ผู้ต้องหาเป็นคนมีฐานะ ที่ประกันตัวออกมา กลับมาเยาะเย้ยถากถางว่าจะไม่ได้รับโทษ

จากการตรวจสอบ พบสามีภรรยามีศักดิ์เป็นป้ากับลุง และเป็นผู้เลี้ยงดูเด็กหญิงพิการ  ซึ่งพ่อแม่แยกทางกัน เล่าว่า ได้สังเกตดูความผิดปกติของหลาน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพราะท้องโตผิดปกติ เมื่อเค้นถามหลานก็ไม่กล้าบอก เพราะถูกขู่ไว้ว่าห้ามบอกใคร จนกระทั่งมายอมรับว่า นายชัย อายุ 65 ปี คนในหมู่บ้านเป็นคนข่มขืน โดยจะเรียกให้หลานไปหาที่บ้านเพื่อไปเอาเงิน 20 บาท แล้วทำการข่มขืนเป็นประจำ จึงพาหลานไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลกระสัง หมอยืนยันว่า ตั้งท้องได้ 5 เดือน ก่อนจะเข้าแจ้งความที่ สภ.กระสัง เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

ด้านลุงเด็ก กล่าวว่า หลังแจ้งความดำเนินคดี ตัวนายชัยก็รับสารภาพว่าทำจริง หลังจากตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา นายชัย บอกว่า 20,000 พอไหม พวกตนก็ไม่ตอบโต้ เพราะเขาเป็นคนมีฐานะ

ต่อมา นายชัย ได้ประกันตัวออกมา แต่มาพูดผ่านชาวบ้านมาว่า ไม่กลัว "ทำกับคนพิการแล้วไม่มีความผิด" และเหมือนจะเยาะเย้ยถากถางว่า ทางฝ่ายตนไม่มีอะไรไปต่อสู้เขา โดยเฉพาะคดีผ่านมากว่า 2 เดือน นายชัยก็อยู่ในหมู่บ้านตามปกติ เหมือนไม่ได้กระทำความผิด ทำให้ชาวบ้านต่างเชื่อว่านายชัยอาจจะ "เส้นใหญ่" ตอนนี้ครอบครัวไม่หวังอะไร ขอเพียงแค่ขอความเป็นธรรมให้กับหลาน ไม่อยากให้คำพูดของชาวบ้านที่ว่า "เส้นใหญ่" เป็นจริง

ต่อมา วันที่ 26 ส.ค. นายชัย ที่ก่อเหตุข่มขืน ด.ญ.อายุ 14 ปี เป็นเด็กพิการทางสมองจนตั้งท้องได้ 7 เดือน ได้ออกมาเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า

เบื้องต้น ยอมรับว่าได้ทำการข่มขืนจริง และรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวน สภ.กระสัง ไปเรียบร้อยแล้ว สาเหตุเพราะต้องการลงโทษที่เด็กเข้าไปขโมยเงินเหรียญภายในบ้านหลายครั้ง เห็นเป็นเด็กพิการจึงไม่ทำโทษด้วยการตีเพราะสงสาร เป็นความจริง ตามที่ภรรยาให้ข้อมูลไปแล้วก่อนหน้านี้

นายชัย ยังเล่าด้วยว่า ที่ผ่านมาตนอยู่ด้วยความลำบากใจ เพราะหลังจากได้ลงโทษด้วยการ "ล่วงละเมิด" ไปแล้ว เด็กไม่เข็ดหลาบ ตรงกันข้าม กลับมาตามหาและขอเงินเพิ่มจาก 20 บาท เป็น 120-150 เป็นประจำ ตนซึ่งมีรายได้จากเบี้ยคนชราเดือนละ 600 บาท พยายามบอกเด็กว่าไม่มีเงิน

"แต่เด็กก็ไม่ยอม มานั่งตื๊อหน้าบ้านทุกวัน พยายามหลบเลี่ยงก็ไม่พ้น เคยถึงขั้นไปหลบอยู่ในโอ่งน้ำ เด็กก็ตามหาเจอ หลายครั้งที่ปิดประตูบ้านไม่ให้ใครเข้ามา เด็กก็ปีนเข้าหน้าต่าง เพื่อทวงถามเงิน คล้ายกับเด็กจะมาขายตัว จึงทำไป 3 ครั้ง เพราะทนต่อการตามตื๊อของเด็กไม่ได้"

ด้าน ลุงของเด็ก หลังทราบข่าวนายชัยอ้างว่า ที่ทำไป "เพราะเป็นการลงโทษ" นั้น เป็นเหตุผลที่ตนเองรับไม่ได้ ถ้าเป็นจริงสังคมไทยจะอยู่กันอย่างไร การกระทำดังกล่าวไม่ต่างจากคนวิปริต ผิดมนุษย์ ทำได้แม้เด็กซึ่งเป็นคนพิการ ไม่มีทางสู้ แถมยังให้ร้ายเด็กอีก จึงอยากให้ นายชัย ถอนคำพูดที่ว่า "ทำไปเพราะเป็นการลงโทษ" และให้หยุดการเคลื่อนไหว คอยรับโทษทางกฎหมายดีกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ ผกก.สภ.กระสัง ระบุว่า หลังรับแจ้งความ พนักงานสอบสวนก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหากระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร, พาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร หลายกรรมต่างกัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1, 2, 3, 4, 5 มกราคม 2563 เวลากลางวัน ต.เมืองไผ่ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์

ทั้งนี้ หลังจาก นายชัย รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน และได้สรุปสำนวนการสอบสวน มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา (ผู้ต้องหามอบตัว) ส่งอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ ตามหนังสือที่ 0018(บร).5/1954 ลง 4 ส.ค.2563 เรียบร้อยแล้ว