เกือบ 10 วันแล้ว ยังไร้ร่องรอย "น้องเจี๊ยบ" สาวมุกดาหาร หายตัวปริศนา หน้าสำนักสงฆ์ ประธานสำนักสงฆ์ยืนยันไม่รู้เห็น ขณะที่ญาติตั้งปมสงสัย
ความคืบหน้ากรณี น.ส.กัญญาวีร์ ซาเสน หรือเจี๊ยบ อายุ 26 ปี หายตัวปริศนาไปจากบ้านตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยในคืนวันที่หายตัวไป ทางพี่ชายและญาติออกตามหา จนพบเบาะแสว่าน่าจะกลับเข้าไปอยู่ที่สำนักสงฆ์วัดป่าเทพนิมิต(ธ) เนื่องจากปกติแล้ว น.ส.กัญญาวีร์ จะมาปฏิบัติธรรม และพักอาศัยอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ได้ประมาณ 2 ปีแล้ว แต่เมื่อทางญาติขอเข้าไปหาน้องเจี๊ยบ ในช่วงเช้าวันที่ 12 ส.ค. กลับได้รับการปฏิเสธ โดยให้ค้นได้เพียงกุฏิที่พักของน้องเจี๊ยบเคยพักเท่านั้น โดยอ้างว่าจะเป็นการรบกวนพระ และชีคนอื่นๆ เมื่อไม่พบจึงกลับออกไป กลับมาอีกที 4 โมงเย็นก็เห็นมีรถตู้ของวัดสวนออกมา พระบอกว่าเป็นคณะพระกับแม่ชีของวัดไปกิจนิมนต์ ที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ญาติจึงคิดว่าน้องเจี๊ยบน่าจะออกไปพร้อมรถตู้ และไปอยู่ที่วัดไหนสักแห่งในเครือเดียวกัน
กระทั่งวันที่ 19 ส.ค. มีการประสานงานจากฝ่ายปกครอง และตำรวจ 2 ท้องที่ เข้าตรวจสอบภายในสำนักสงฆ์วัดป่าเทพนิมิต(ธ) แต่ก็ไม่พบว่าน้องเจี๊ยบอยู่ภายใน
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สำนักสงฆ์วัดป่าเทพนิมิต(ธ) สำรวจกุฏิที่ นางสาวกัญญาวีร์ มาปฏิบัติธรรม แต่ไม่พบตัว มีเพียงแม่ชีคนอื่นๆ ที่มาปฏิบัติธรรมที่นี่ แต่ในกุฏิยังมีของใช้ส่วนตัวที่เหลืออยู่ เป็นชุดขาวที่ใส่ปฏิบัติธรรม ขันน้ำมนต์ และรองเท้าแตะ 1 คู่
ด้านนายอภิสิทธิ์ ซาเสน อายุ 31 ปี พี่ชาย บอกว่า น้องไปรักษาตัวที่สำนักสงฆ์ 2 ปี ด้วยอาการปวดหัวตอนนี้หายดีแล้ว แต่ที่เปลี่ยนไปคือพฤติกรรม โดยเฉพาะช่วงปีที่ 2 หลงเชื่อคำชักชวนจากคนบางกลุ่มในสำนักสงฆ์ ขอยืมเงินน้องไปลงทุนในโบรกเกอร์ ชื่อว่า forex exchange money มีเงินปันผลเดือนละ 6 พันบาท โดยมาบอกแม่ให้นำที่ดิน 14 ไร่ ไปจำนองกับ ธ.ก.ส. ได้เงินมาจำนวน 150,000 บาท จากนั้นก็เอาไปลงทุน จนเวลาผ่านมาหลายเดือนทางครอบครัวก็ยังไม่เห็นผลกำไรสักบาท จึงอยากได้เงินคืนเพื่อไปไถ่ถอนที่ดินกลับคืนมา
...
ส่วนประเด็นที่ต้องไปพาน้องออกมาจากสำนักสงฆ์ เพราะตั้งใจพาน้องไปให้แพทย์ตรวจ เนื่องจากครอบครัวเคยสงสัยว่า น้องป่วยซึมเศร้า ซึ่งจากการตรวจเบื้องต้นก็พบว่าอาการเข้าข่าย แต่น้องก็มาหนีไปก่อน
สอบถาม พระอาจารย์คำนวน ฐิตญาโณ ประธานสำนักสงฆ์ป่าเทพนิมิตร ยืนยันว่า ไม่ได้พาน้องเจี๊ยบไปซ่อน เพราะการสงสัยของครอบครัวเหมือนพุ่งเป้ามาที่ตน ครั้งสุดท้ายที่ได้พูดกัน คือช่วงบ่ายของวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา น.ส.กัญญาวีร์ โทรมาบอกว่า จะไม่ได้กลับมาที่วัดแล้ว ส่วนเสื้อผ้าจะให้พี่ชายกับแม่เป็นคนไปเก็บที่กุฏิ ยอมรับไม่ได้ให้ค้นทุกกุฏิ เพราะไม่เหมาะสม
ส่วนประเด็นเงินจำนวน 150,000 บาท ที่ว่าตนบอกให้เอาไปลงทุนกับน้าชาย เพื่อจะได้ดอกเบี้ยร้อยละ 4 นั้นไม่ใช่ความจริง เป็นการเย้าเล่นเท่านั้น ความจริงคือว่า ทางครอบครัวของน้องได้มีการทำสัญญากู้ยืมเงินกับทางพี่ชายของพระอาจารย์จริง ส่วนที่จะกู้ไปทำอะไรตนนั้นไม่ทราบ ส่วนเงินปันผลเดือนละ 6,000 บาท ก็ไม่เคยไปยุ่ง หรือเก็บไว้ตามที่ครอบครัวอ้าง ซึ่งหลังจากที่มีคนทักว่าพระอาจารย์เป็นโกงคน หลอกเอาเงินคนอื่น ตนก็ไม่สบายใจ และขอยืนยันว่าตนจะหาเอาเงินจำนวนดังกล่าวมาชดใช้คืนแทนพี่ชาย
นอกจากนี้ยังมีเงินที่ น.ส.กัญญาวีร์ ได้จากการเยียวยาโควิด-19 จำนวน 15,000 บาท และนำมาถวาย แต่พระจารย์คำนวนรับไว้ไม่ได้ จึงบอกว่าจะเก็บไว้ให้ ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ครบ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้แม่และพี่ชายของเจี๊ยบ ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็พยายามตามหา น.ส.กัญญาวีร์ แต่ก็ยังไม่พบตัว และหากใครพบเห็นสามารถโทรแจ้งไปยังที่ 191 หรือสถานีตำรวจเมืองมุกดาหารได้ เบื้องต้นตำรวจ สภ.ดงเย็น ระบุว่าจะได้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำต่อไป.