ชาวบ้านหนองไฮหมู่ที่ 10 ตำบลหนองขวาว อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เล่าว่า มีกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มชาวบ้าน 30 กว่าคน นำเงินไปซื้อหินคลุกมาเทลงในเขตพื้นที่บ้านหนองไฮ ไปยังบ้านหนองเหล็ก ตำบลหนองขวาว อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ในระยะทาง 100 เมตร

หลังจากที่ชาวบ้านเดินทางทุกข์ทรมานมานานกับถนน ลูกหลานสัญจรไปมาโรงเรียนยากลำบากมาก ยิ่งเวลาฝนตกฟ้าร้อง จะมีน้ำท่วมขังเป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นที่รำคาญกับผู้คนที่เดินทางสัญจรเป็นอย่างมาก

ชาวบ้านหนองเหล็ก ตำบลหนองขวาว บอกว่า รู้สึกดีใจและขอบคุณ ที่ผู้นำชาวบ้าน กลุ่มหนุ่มสาวเยาวชนที่พากันได้สละเงินคนละร้อยสองร้อยเพื่อที่จะซื้อหินคลุกมาลงให้กับพี่น้องประชาชนที่เดินทางสัญจรไปมาและลูกหลานที่ได้เดินทางมาโรงเรียน เพราะที่ผ่านมามันใช้การไม่ได้จริงๆและเป็นมานานแล้ว

แต่ไม่มีการแก้ไข

ทั้งที่เส้นทางดังกล่าวจะเข้ามาต้องผ่านบ้าน นายก อบต.หนองขวาว ไม่เข้าใจกับการทำงานของ อบต. ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ลงมือทำอะไรเลย รู้สึกเสียดายที่ผ่านมา ไม่พากันช่วยมาลงมือคิดทำอะไรเลย

นายชูชาติ รึกรือหาญ รองประธานสภา อบต.หนองขวาว หลังจากที่เสร็จจากการประชุมสภา ได้เดินทางมาค้าขายไก่อบโอ่งบริเวณเส้นทางบ้านเขนก ตำบลหนองขวาว บอกว่า วันนี้ได้ประชุมสภาสมัยประชุมสามัญสมัยที่ 3 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 ญัตติร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 รับรองประมาณการราคางานก่อสร้างประกอบร่างข้อบัญญัติฯ พ.ศ.2564 รับรองรายการงานประชุมสมัยสามัญสมัยที่ 2/2563 ลงวันที่ 27 เมษายน 2563 ขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงการหมวดค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ชาวบ้านบอกว่า นายชูชาติ บอกว่าถึงประชุมไปแล้วไม่เป็นผลอะไร ทุกวันนี้ชาวบ้านตำบลหนองขวาวจำนวน 17 หมู่บ้านเอือมระอากับ อบต.หนองขวาวมาก 5 ปีที่ผ่านมาเงินจ่ายขาดที่คงเหลือเกือบ 60 ล้าน

ไม่ลงมือทำอะไรกันเลย

ถูกชาวบ้านบ่น ในส่วนสมาชิกฯก็ทำตามหน้าที่แต่ละหมู่ตามที่ประชาชนร้องมา แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะต้องสอบถามผู้บริหาร ไม่อยากอธิบาย เพราะสมาชิก อบต. ทุกหมู่ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รู้ดีถึงสาเหตุ

อบต.หนองขวาว อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ มี 17 หมู่บ้าน 5 ถึง 6 ปีที่ผ่านมามีปัญหาเกิดขึ้นบ่อยครั้งทั้งการก่อสร้างน้ำประปาผิวดินขนาดใหญ่จำนวนเงิน 3 ล้าน 7 แสนบาทมีหลายแห่งไม่สามารถเปิดใช้การได้

เส้นทางสัญจรไปมาก็ลำบากในเรื่องปากท้องประชาชนไม่ต้องไปพูดถึงสาเหตุ เนื่องจากผู้บริหารทำงานขัดขากันกับเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่บางคนถึงกับ “เอือมระอา” ขอตัวย้ายไปอยู่ที่อำเภออื่น

สุดท้ายชาวบ้านต้องเรี่ยไรเงินทำกันเอง.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th