อัยการสูงสุด เปิดอบรมสัมมนาโครงการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ. 2563-2566 ไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 9
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ที่โรงแรมอวานี ขอนแก่น นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงค์ อัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดอบรมสัมมนาโครงการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ. 2563-2566 ไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 9 โดยมีอธิบดีอัยการ อธิบดีพิเศษฝ่าย และผู้อำนวยการสำนักงาน ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ และอัยการจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน รวมถึงเจ้าหน้าที่การเงินเจ้าหน้าที่พัสดุจากพื้นที่ภาคกลางและสำนักงานอัยการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง และยังบรรยายในหัวข้อ “การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ.2563-2566 ไปสู่การปฎิบัติให้บรรลุตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ”
นายประสิทธิ์ ศิริภากรณ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานนโยบาย ยุทธศาสตร์และงบประมาณ กล่าวถึงโครงการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ว่า พ.ศ. 2563-2566 ไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติระหว่างวันที่ 23 วันอาทิตย์ที่ 26กรกฎาคม 2563ที่ โรงแรมอวานี ขอนแก่น ประกาศใช้แผนยุทธศสตร์ สำนักงานอัยการสูงสุดพ.ศ. 2563-2566 เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการบริหาร และการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุวิสัยทัศน์ กล่าวคือ การเป็น "องค์กรนำในกรใช้กฎหมายเพื่อรักษาความยุติธรรมให้กับประชาชนและสังคม" นั้น แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้วางยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนองค์กร
...
อธิบดีอัยการ สำนักงานนโยบาย ยุทธศาสตร์และงบประมาณ กล่าวต่อว่า ดังนั้น เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศตามแผนยุทธศาสตร์ข้างต้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการถ่ายทอดหรือสื่อสารแผนยุทธศาสตร์ลงสู่หน่วยปฏิบัติเพื่อให้มีความรู้ ความข้าใจ และสมารถนำแผนยุทธศาสตร์ไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติภารกิจ ตามอำนาจหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ สำนักงานนโยบายยุทธศาสตร์ และงบประมาณ จึงได้ดำเนินโครงการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์สำนักงานอัยการสูสุด ไปสู่กรปฏิบัติให้บรรลุตามเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานอัยการสูงสุดการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวนี้ กำหนดให้มีการดำเนินงานทั้งหมด10 ครั้ง ดำเนินการไปแล้ว จำนวน 8 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 ในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 4คงเหลือครั้งสุดท้ายของส่วนกลาง ซึ่งจะจัดในสัปดาห์หน้าที่พัทยาสืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งเป็นวาระแห่ชาติถูกควบคุมได้ดีตามสมควร และบรรเทาความรุนแรง
นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า คณะทำงาน จึงได้จัดประชุมสัมมนาเต็มรูปแบบ แต่ยังคงเคร่งครัดในการปฏิบัติตามมาตรการขอศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไม่ว่าจะในเรื่องการตรวจตัดกรองโดยการวัดอุณหภูมิ การสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และได้ใช้รูปแบบการดำเนินการจัดโครงการโดยเว้นระยะห่าง 1 เมตร สอดคล้องกับมาตรการของ ศบค.คณะทำงานได้นำรูปแบบการข้าถึงเอกสารประกอบการบรรยายของวิทยากร แบบทดสอบความรู้ทั้งก่อนและหลังการอบรม และแบบประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมการสัมมนา ในรูป QR Code และ Web Link ทำให้ดาวน์โหลดเอกสาร เข้าทำแบบทดสอบและแบบประเมินได้บนกูเกิลฟอร์ม โดยเป็นการยกระดับประสิทธิภาพ การดำเนินโครงการโดยใช้นวัตกรรมผ่านการเชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ด้านการนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลมาสนับสนุนการปฏิบัติงานตามแผนยุทธศาสตร์ สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ. 2563-2566
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 และนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด ข้อที่ 3 ทั้งยังเป็นการช่วยประหยัดทรัพยากรกระดาษของโลก นอกจากนี้ยังได้บรรจุหัวข้อเรื่อง การสร้างทีมงานและกระชับความสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและการประสานงานของข้าราชการฝายอัยการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย
ด้าน นายวงศ์สกุล กล่าวถึงกรณีที่ว่า เมื่อ สนง.อัยการสูงสุด ปรับโครงสร้างมีสำนักงานเลขาธิการแล้ว พนักงานอัยการ บุคลากรต้องมีการปรับตัวเพื่อความพร้อมอย่างไรนั้นว่า บุคลากรทุกคนยังคงปฏิบัติหน้าที่ ตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ทั้งในส่วนของข้าราชการอัยการ และข้าราชการธุรการ เพียงแต่อาจจะมีบุคลากรบางท่านที่ต้องเปลี่ยนตำแหน่ง หน้าที่ที่เคยทำ จากผลของการปรับปรุงโครงสร้าง ที่จะเพิ่มความคล่องตัวในทางการบริหาร กำหนดหน้าที่ในการบริหารเรื่องทางธุรการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานในสำนักงานให้ชัดเจนทั้งตำแหน่ง อำนาจหน้าที่
จึงได้กำหนดให้มีตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานขึ้นมาเป็นครั้งแรก เพื่อประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ขององค์กรอัยการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนสืบไป และเมื่อสำนักงานอัยการสูงสุดจะมีการนำสื่อเทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูลคดี หรือสนับสนุนภารกิจงานอย่างไร นโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด ข้อ 3 นำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ลดค่าใช้จ่ายทั้งของภาครัฐ และประชาชนให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง สะดวก และรวดเร็ว
...
ในขณะเดียวกันสำนักงานอัยการสูงสุดมีการนำสื่อเทคโนโลยีในการสืบค้น ติดตามข้อมูลคดี ได้โดยแบ่งกลุ่มของผู้ใช้งานได้เป็น 2 กลุ่มคือหน่วยงาน สามารถสืบค้น ติดตามคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ ผ่านระบบสารบบคดีอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้เลขรับสำนวน หรือข้อมูลผู้ต้องหา ในการสืบค้น ทั้งนี้ต้องมาใช้บริการที่สำนักงานอัยการและประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนวนคดี สามารถติดตามสถานะสำนวนคดีผ่านแอพพลิเคชั่น AGO-Tracking โดยการขอยืนยันตัวตนที่สำนักงานอัยการจังหวัด เพื่อเข้าถึงข้อมูลคดีที่บุคคลนั้นมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการ
สำหรับการกำกับการทำงานของพนักงานอัยการ มีระบบการเตือนไปยังพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนและหัวหน้าพนักงานอัยการ กรณีครบกำหนดเวลา เช่น หากครบกำหนด 30 วัน พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนยังไม่มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ระบบจะเตือนไปยังอัยการเจ้าของสำนวน ระบบดังกล่าวช่วยลดปัญหาสำนวนค้างที่ยังไม่ได้สั่ง
อัยการสูงสุด กล่าวถึงงานช่วยเหลือประชาขนทางกฎหมาย อัยการจะมีการปฏิบัติเชิงรุกอย่างไร ว่านโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด ข้อ 1. การอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐ และการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ต้องรวดเร็ว เป็นธรรม เสมอภาค โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากการเลือกปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่น และศรัทธา ข้อ 2. บูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อค้นหาความจริงเชิงรุก ให้สามารถขจัดข้อขัดแย้งและกรณีพิพาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง ตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล และประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ
การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เป็นอำนาจหน้าที่หลักของพนักงานอัยการประการหนึ่ง ซึ่งมีหลักการสำคัญคือ เสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พนักงานอัยการมีดุลพินิจในการปฏิบัติงานเพื่อคุ้มครองสิทธิฯ เช่น ดุลพินิจในการสั่งไม่ฟ้องคดีที่ไม่เป็นประโยชน์สาธารณะ
...
สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีการจัดตั้ง สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และผลประโยชน์ของประชาชน ตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ หรือเมื่อมีกรณีอันสมควร เข้าคุ้มครองป้องกันสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ ของประชาชนในประการอื่น ที่กฎหมายให้มีอำนาจดำเนินการได้ ตลอดจนดำเนินงาน ให้บริการช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย แก่ประชาชนผู้ยากไร้ และประชาชนในชนบท รวมทั้งดำเนินการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย ให้แก่ประชาชนทั่วไป ภารกิจของ สคช. อันเป็นภารกิจที่ช่วยให้ประชาชนได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างทั่วถึง
การคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย เป็นบริการที่จัดให้ประชาชนโดยไม่แบ่งแยกตามฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชนผู้ขอรับบริการ, การช่วยเหลือทางกฎหมาย สำหรับผู้ที่ยากจนและไม่ได้รับความเป็นธรรม (จัดทนายอาสา) ,ภารกิจเชิงรุกที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนของ สคช., กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เป็นการดำเนินงานตามบันทึกความร่วมมือระหว่าง อส. กับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนแห่งชาติ ซึ่งให้คำปรึกษากฎหมายและไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท ประชุมสมาชิกกองทุนหมู่บ้านเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน
...
การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ครม. ได้มีมติให้ สคช. ดำเนินการแก้ปัญหาลดภาระหนี้นอกระบบโดยการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้,การคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) (ร่วมกับสหวิชาชีพ) เป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติด้านเอดส์ ปี 2562 ถึง 2573 มีนโยบาย “ไม่ตาย ไม่ติด ไม่ตีตรา” และ อส. ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเรื่องการปรับภาพลักษณ์ ทำความเข้าใจ เสริมสร้างความเข้มแข็งระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน รวมทั้งกลไกคุ้มครองสิทธิเพื่อลดการรังเกียจกีดกัน และลดการเลือกปฏิบัติที่เกี่ยวกับ HIV
และงานด้านนทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ เอ็มโอยู MOU กับหน่วยงานด้านต่างๆ,โครงการยื่นคำร้องขอจัดการมรดกโดยทำการไต่สวนผ่านการประชุมทางจอภาพ (Video Conference) ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุด กับสำนักงานศาลยุติธรรม (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่สนใจของประชาชนที่มาขอใช้บริการเป็นอย่างมาก,งานให้ความช่วยเหลือกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติตามเอ็มโอยู ที่ได้กล่าวมาแล้วในข้อ 1.