ครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงจากหลายจังหวัดเดินทางมาร่วมพิธีฌาปนกิจ "ปูนิ่ม" เหยื่อกระสุนผู้กองบอย เพื่อร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนเพื่อนๆ รับใจหายและเศร้ามากที่เพื่อนด่วนจากไปแบบนี้
กรณีพบศพ นางสาวพิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ หรือน้องปูนิ่ม อายุ 29 ปี เสียชีวิตในบ้านพักย่านบางกะปิ โดยถูก ร.ต.อ.ทรงกรด บุญส่ง หรือ ผู้กองบอย รองสารวัตรสืบสวน สน.วังทองหลาง สามี ซึ่งอ้างว่าปืนลั่นถูกศีรษะเสียชีวิต จากนั้นทางครอบครัวได้นำศพกลับมาตั้งสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้าน 3 คืน โดยทางญาติได้เคลื่อนศพออกจากบ้าน เพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจตามประเพณีในเวลา 15.00 น. วานนี้ (25 มิ.ย.) ที่วัดบ้านดงเค็ง หมู่ 4 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสถานที่ฌาปนกิจ
ทั้งนี้ มีญาติพี่น้อง และเพื่อนร่วมรุ่นน้องนิ่ม เดินทางมาจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ต่างเดินทางมาร่วมไว้อาลัยครั้งสุดท้ายให้กับน้องนิ่มเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยเฉพาะ นางทองใส ภูคงน้ำ มารดา และนายสมัย ภูคงน้ำ น้าชาย รวมทั้งญาติและเพื่อนสนิทอีกหลายคน ที่หลั่งน้ำตาและร้องไห้ตลอดเวลา เพราะยังทำใจไม่ได้กับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของน้องปูนิ่ม
...
นายประไพ ภูผาทอง อายุ 67 ปี ลุงของผู้ตาย กล่าวว่า ตนยังรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่หลานสาวถูกสามี คือผู้กองบอยใช้ปืนขู่ และอ้างว่าปืนลั่นถูกศีรษะเสียชีวิต ซึ่งไม่ว่าจะสาเหตุใดก็ตาม แต่ผู้กองบอยคือผู้ต้องหาที่พรากชีวิตของน้องปูนิ่มที่เป็นลูกเป็นหลานของเราไปอย่างไม่มีวันกลับ ผู้กองบอยจึงสมควรได้รับการลงโทษตามกฎหมาย ถึงแม้เมื่อวานนี้เขาจะเดินทางมาขอขมาศพน้องปูนิ่ม รวมทั้งกราบขอโทษแม่และพี่ชายน้องปูนิ่ม และรีบกลับไป ทั้งเคยบอกว่าจะกลับมาร่วมพิธีฌาปนกิจศพ เพื่อส่งดวงวิญญาณน้องขึ้นสวรรค์ แต่สุดท้ายแล้วผู้กองบอยก็ไม่มา ญาติหรือตัวแทนก็ไม่มา และคาดว่าคงเดินทางกลับกรุงเทพฯแล้ว ซึ่งก็แล้วแต่เขา แต่ในส่วนคดี ก็ต้องขอพึ่งขบวนการทางยุติธรรมต่อไป เพื่อให้เขาได้รับโทษตามกรรมที่ได้ก่อไว้
ด้านนางทองใส ภูคงน้ำ มารดาของผู้ตาย กล่าวว่า วันนี้ส่งลูกสาวครั้งสุดท้าย ยังทำใจไม่ได้ในการสูญเสีย ในส่วนผู้กองบอยที่วันนี้ไม่ได้มาร่วมงาน ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ทั้งนี้เรื่องของคดีก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามขบวนการทางกฎหมาย ซึ่งหลังเสร็จงานศพญาติจะคุยปรึกษากันอีกครั้งว่าจะตั้งทนายยื่นเรื่องอุทธรณ์คัดค้านการประตัวต่อไป ซึ่งรอให้เสร็จพิธีก่อน
ขณะที่ นางสาวสกุลรัตน์ ภูบำรุง อายุ 26 ปี ชาวบ้านดงเค็ง ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้องและญาติน้องปูนิ่ม กล่าวว่า ตนกับพี่นิ่มสนิทกันมาก เมื่อก่อนมีอะไรคอยเล่าสู่กันฟังและปรึกษากันตลอด ระยะหลังๆ มานี้ไม่ค่อยติดต่อกัน เพราะต่างแยกย้ายกันไปทำงาน ตนทราบว่าพี่นิ่มเป็นคนขยัน ชอบค้าขาย หารายได้ และไม่ทราบว่าคบหาและมีแฟนเป็นตำรวจ ก็เพิ่งจะทราบตอนได้ยินข่าวร้ายเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ตนและทุกคนยังทำใจไม่ได้ ก็ได้แต่น้อมจิตอธิษฐานให้พี่นิ่มไปสู่สุคติ และจะขอเป็นอุทาหรณ์สอนใจ โดยเฉพาะผู้หญิงที่จะมีคู่ครอง ขอให้ตรวจสอบและเช็กประวัติดีๆ เพื่อที่จะไม่ถูกหลอกลวงหรือถูกสามีทำร้ายร่างกายถึงแก่ชีวิต
ส่วนตัวแทนเพื่อนร่วมรุ่น ในนามศิษย์เก่าอนุกูลนารี 51 กล่าวว่า ได้ทราบข่าวเพื่อนเสียชีวิตจากโลกโซเชียล ครั้งแรกตกใจมาก ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เสียชีวิตนั้นจะเป็นเพื่อนสาวของตนที่ร่ำเรียนและผูกพันกันมาตั้งแต่เรียน ม.ต้น เพราะนิ่มเป็นคนอัธยาศัยดีมาก จริงใจ มีน้ำใจต่อเพื่อน จึงเป็นที่รักของเพื่อนๆ มาก ตั้งแต่จบชั้น ม.6 และแยกย้ายกันไปศึกษาต่อและทำงาน ก็ติดต่อกันเป็นประจำ แม้แต่งานเลี้ยงร่วมรุ่นปีที่แล้วก็มาพบกันตามประสาเพื่อนเก่าที่ยังรักและผูกพันกัน
...
เพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนกับปูนิ่ม รายหนึ่ง กล่าวว่า สำหรับตนและปูนิ่มนั้นสนิทกันมาก และเมื่อตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าคนที่เสียชีวิตคือปูนิ่มก็ใจหาย รีบประสานเพื่อที่แยกย้ายกันไปทำงานตามหน่วยงานต่างๆ และเดินทางมาร่วมไว้อาลัย คนที่ไม่มีโอกาสมาก็โอนเงินมาร่วมทำบุญ ทั้งนี้ เพื่อส่งดวงวิญญาณของเพื่อนสาวขึ้นสวรรค์ และไปสู่ภพภูมิที่ดี ไม่ต้องจองเวรจองกรรมกับใคร.