นาที "ผู้กองบอย" ขอขมาพี่ชาย ลั่น "ผมชั่วเอง" ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากตายแทน สติหลุด ระเบิดอารมณ์ คร่ำครวญไม่อยากอยู่แล้ว

จากคดี ร.ต.อ.ทรงกรด บุญส่ง รอง สว.สืบสวน สน.วังทองหลาง ตกเป็นผู้ต้องหาใช้ปืนยิง น.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ หรือ ปูนิ่ม ภรรยา อายุ 30 ปี เสียชีวิตในบ้านพัก ย่านถนนแฮปปี้แลนด์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ภายหลังถูกนำไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา และพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ไม่ได้คัดค้านการประกันตัว จากนั้นพ่อแม่ของ ร.ต.อ.ทรงกรด หรือผู้กองบอย พร้อมทนายความ ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 500,000 บาท ก่อนศาลจะอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และไม่ได้ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วานนี้ (24 มิ.ย.) ที่บ้านของ น.ส.พิมชฎาพร ใน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งญาติได้นำร่าง น.ส.พิมชฎาพร มาตั้งบำเพ็ญกุศล ร.ต.อ.ทรงกรด หรือผู้กองบอย ได้เดินทางมาไหว้ขอขมา นางทองใส ภูคงน้ำ แม่ผู้เสียชีวิต นายกชกิตติพัฒน์ ภูแย้มไสย์ พี่ชายผู้เสียชีวิต และจับที่โลงศพน้องปูนิ่ม พร้อมกล่าวขอโทษ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยช่วงหนึ่ง ผู้กองบอย ได้เข้าไปกราบเท้าพี่ชายของ น้องปูนิ่ม เพื่อขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยผู้กองบอย ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งพี่ชายก็ยืนยันว่าไม่เชื่อ และว่าอยากให้ผู้กองบอยพูดความจริงต่อหน้าสื่อ

ซึ่งผู้กองบอยขอให้พี่ชายปูนิ่มเชื่อว่า ถ้าตนทำ ถ้าตายแทนปูนิ่มได้ ตนตายแทนได้จริงๆ และว่า เราสองคนคบกันมานาน ถ้าไม่รักกัน ไม่สร้างอนาคตด้วยกันหรอก ตนรักน้องนิ่มจริงๆ ถ้าตนย้อนเวลากลับไปได้ ตนไม่ทำแน่ ตนตายแทนให้ก็ได้ คิดว่าตนอยากอยู่หรือตอนนี้ ตนผิดไปแล้ว ตนขอโทษ ตนให้การตามความจริงไปหมดแล้ว

...

นอกจากนี้ ผู้กองบอย ยังบอกด้วยว่า ตนเป็นคนทำพังเอง ตนขอโทษจริงๆ ตนชั่วมาก คิดว่ามียศมีศักดิ์ ที่นั่งอยู่ดีๆ ต้องไปนอนในคุกในตะราง ใครอยากจะทำ แล้วเมียตัวเองที่ตนรัก ตนจะทำทำไม

ขณะที่พี่ชายของน้องปูนิ่มก็ยืนยันว่า ถ้าคนที่รักกันจริง เขาไม่ทำแบบนี้ และปล่อยให้เป็นกระบวนการของกฎหมาย ให้ชดใช้ในสิ่งที่ทำ เพราะสิ่งที่ทำมันร้ายแรงกับครอบครัวมาก

ทั้งนี้ ผู้กองบอยบอกว่า ทางญาติจะไม่ให้อภัยตนก็ได้ แต่ตนจะขออยู่ในงานจนกว่าจะถึงวันฌาปนกิจน้องปูนิ่ม เพื่อส่งวิญญาณน้องปูนิ่ม ทางพี่ชายและญาติๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร พร้อมจะให้อยู่จนเสร็จงาน จากนั้นผู้กองบอยได้เข้าไปกอดพี่ชายของน้องปูนิ่มแล้วร้องไห้ ก่อนที่จะมีอาการสติหลุด วิ่งร้องไห้ ส่งเสียงโวยวาย คร่ำครวญว่า ไม่อยากอยู่แล้ว จนญาติต้องรีบวิ่งไปจับตัวไว้และคอยปลอบ.