ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    จับหนุ่มอ้างเป็นผู้กอง บุกวัดกรรโชกทรัพย์เจ้าอาวาส สอบพบประวัติเพียบ

    ไทยรัฐออนไลน์29 พ.ค. 2563 15:30 น.
    SHARE

    กองปราบบุกจับหนุ่มวัย 35 คาโรงแรมที่นครปฐม หลังปลอมเป็น ตร.ไปกรรโชกทรัพย์เจ้าอาวาสวัดที่บุรีรัมย์ ก่อนได้ทรัพย์สินเอาไปเที่ยวเตร่ เลี้ยงผู้หญิง สารภาพทำจริงเพราะขาดรายได้ สอบพบประวัติเพียบ


    เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 29 พ.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.มอบหมายให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายอรรฆเดช ขันน้อย อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ข้อหากรรโชกทรัพย์ พร้อมของกลาง อาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ 1 คัน หลังจับกุมได้ที่ โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

    พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา นายอรรฆเดช ได้ก่อเหตุขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พกพาอาวุธปืน บุกเข้าไปหาพระอธิการศักดิ์ วิสุทธสีโล อายุ 63 ปี เจ้าอาวาสวัดกมลาวาส จ.บุรีรัมย์ อ้างตัวเป็น "ผู้กองณัฐ กองปราบปราม" ก่อนจะข่มขู่กรรโชกทรัพย์เรียกเอาเงิน จากพระอธิการศักดิ์ จำนวน 250,000 บาท ไม่เช่นนั้นจะถูกจับดำเนินคดีในข้อหา ขับรถเร็วชนคนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ดื่มสุรา ทุจริตเงินวัด แต่เมื่อเจ้าอาวาสปฏิเสธ ยืนยันว่าไม่เคยกระทำการดังกล่าวตามที่กล่าวหา นายอรรฆเดช ได้แสดงท่าทีข่มขู่กรรโชกที่รุนแรงขึ้น ทำให้ญาติของเจ้าอาวาส ที่พยายามเข้ามาช่วยเจรจา ต้องยอมถอดสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท และเงินสดอีก 5,000 บาทให้ไป เพราะกลัวความไม่ปลอดภัยของเจ้าอาวาส

    ผกก.3 บก.ป. กล่าวต่อว่า หลังจากได้ทองคำและเงินสดไปแล้ว ผู้ต้องหารีบขี่รถหลบหนีออกนอกพื้นที่ทันที พระอธิการศักดิ์และญาติ จึงได้นำเรื่องแจ้งความไว้ที่ สภ.นาโพธิ์ ก่อนจะมีการออกหมายจับไว้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า หลังก่อเหตุ นายอรรฆเดช ได้พยายามขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าไปที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภูมิลำเนาเดิม แต่เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างไกล ระหว่างทางได้แวะพักที่โรงแรมในพื้นที่ จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่ชุดจึงจับกุมตัวได้

    พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวอีกว่า ในชั้นสอบสวน นายอรรฆเดช ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ประกอบอาชีพขายเป็ดส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน แต่ระยะหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่สามารถส่งออกเป็ดไปขายได้เนื่องจากมีการปิดชายแดน จึงทำให้ขาดรายได้ไม่มีเงิน เลยก่อเหตุดังกล่าวเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเลี้ยงดูครอบครัว และใช้เที่ยวเตร่ดื่มสุรา ดูแลผู้หญิง นอกจากนี้ผู้ต้องหายังอ้างว่า การที่พระบอกว่าไม่ได้ดื่มสุรานั้นเป็นเรื่องโกหก เพราะมีพยานหลักฐานเป็นคลิปเสียง ที่พระผู้เสียหายยอมรับกับตนว่าดื่มสุราจริง

    "อย่างไรก็ตาม การที่ นายอรรฆเดช จะอ้างว่าพระพูดโกหกนั้น เป็นการพูดเพียงฝ่ายเดียวเพื่อเอาตัวรอด แต่ไม่มีเหตุผลที่จะไปกรรโชกเงินจากพระแบบนั้น เพราะการกระทำของพระเป็นเรื่องของวินัยสงฆ์ มีกฎเกณฑ์การตรวจสอบอยู่แล้ว นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัตินายอรรฆเดช พบว่าเคยถูกจับจำคุกมากมายหลายคดี ทั้งคดีลักทรัพย์ พรากผู้เยาว์ ยักยอกทรัพย์ ก่อนจะพ้นโทษออกมาก่อเหตุดังกล่าว" ผกก.3 บก.ป. กล่าว

    พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวด้วยว่า ส่วนทองรูปพรรณและเงินสดของผู้เสียหายนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าได้นำไปขายแลกเป็นเงิน ก่อนจะมีการโอนต่อไปให้กับหญิงสาว 2 ราย ที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องของตนเอง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดด้วยหรือไม่ อีกทั้งยังพบว่านอกจากคดีดังกล่าวแล้ว ก่อนหน้านี้ นายอรรฆเดช ยังได้เคยก่อเหตุขู่กรรโชกทรัพย์กับผู้เสียหายที่เป็นประชาชนทั่วไปอีก 2 ราย เพียงแต่ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ เบื้องต้น จนท.จับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ นำตัวส่ง สภ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีต่อไป.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    อ้างเป็นตำรวจจับตำรวจปลอมกรรโชกทรัพย์พระบุรีรัมย์กองปราบปรามอรรฆเดช ขันน้อยผู้ต้องหาตามหมายจับข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้