ตามตะครุบยกแก๊ง 3 นศ.หนุ่ม ม.ดัง คาคอนโดหรูกลางกรุง หลังใช้ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ในทางที่ผิดรวมหัวแฮ็กเฟซบุ๊กหลอกโอนเงิน มีเหยื่อหลงกลทั่วประเทศหลายสิบรายมูลค่าความเสียหายร่วม 15 ล้านบาท ผงะเจอหลักฐานเข้าแฮ็กเฟซบุ๊กทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จกว่า 2.2 หมื่นครั้ง แฉนำเงินไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เตือนผู้ใช้โซเชียลให้ตรวจสอบก่อนโอนทุกครั้ง

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 พ.ค. พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.มาโนชย์ สุภาพพูล ผบก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศรี ผบก.ภ.จ.มุกดาหาร พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบก.สส.ภ.4 และตำรวจ กก.สส.3 บก.สส.ภ.4 ร่วมแถลงจับกุมผู้ต้องหา 3 คน คือนายกนกพล ชนะสัตย์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 187/5 หมู่ 2 ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ นายเอกลักษณ์ ชนะสัตย์ อายุ 22 ปี น้องชาย และนายพีรพรรษ รักศักดิ์เสถียร อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 305/1 ถนนราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประกาศที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและผู้อื่น

พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 กล่าวถึง รายละเอียดการจับกุมว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค. มีผู้เสียหาย 3 คน เป็นชาว จ.มุกดาหาร เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งที่ผู้แจ้งรู้จักดี เนื่องจากเป็นเพื่อนกัน แชตมาขอยืมเงิน 5 หมื่นบาท จากนั้นให้โอนเงินเข้าบัญชี นางแสงไว พรหมรักษ์ เมื่อโอนเงินเรียบร้อยได้ โทรศัพท์บอกเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวว่าโอนเงินให้แล้ว ปรากฏว่าเจ้าของเฟซบุ๊กบอกไม่ได้ขอยืมเงินแต่อย่างใด เชื่อว่าน่าจะถูกแฮ็กเฟซบุ๊กหลอกยืมเงิน เข้าแจ้งความให้ตำรวจสืบสวนจับกุมกลุ่มคนร้าย

...

ต่อมา พ.ต.ท.ไพรวัลย์ อายุวงษ์ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4 นำทีมสืบสวนจนทราบว่า ผู้ที่ปลอมเฟซบุ๊กมาหลอกโอนเงิน คือนายเอกลักษณ์ ชนะสัตย์ พร้อมนายกนกพล ชนะสัตย์ พี่ชาย และนายพีรพรรษ รักศักดิ์เสถียร เพื่อนสนิท รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดมุกดาหารออกหมายจับและเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ในห้องพักคอนโดหรูย่านลุมพินี กรุงเทพฯ พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 11 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 6 ใบ คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดี ขณะนี้นำตัวทั้ง 3 คน ส่งฝากขังที่เรือนจำมุกดาหารไปแล้ว

“ทั้ง 3 คน เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง ในกรุงเทพฯ มีพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน นายเอกลักษณ์ จะทำหน้าที่แฮ็กเฟซบุ๊กด้วยการสุ่มหารหัสผ่านจากหมายเลขโทรศัพท์ที่หาจากกูเกิล เมื่อเข้าบัญชีเฟซบุ๊กของผู้เสียหายได้แล้ว จะดูว่าผู้เสียหายพูดคุยกับใครบ้าง จากนั้นจะอ้างตัวเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กของผู้เสียหายเพื่อขอยืมเงิน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่จัดเตรียมบัญชีปลายทางไว้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่เล่นเกมอาร์โอวี จะทำทียืมบัญชีเพื่อให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าไป เมื่อเงินเข้าบัญชีจะแจ้งให้เจ้าของบัญชีถอนเงินสดออกจากบัญชี แล้วนำไปซื้อบัตรเติมเงินสดทรูวอลเล็ท เติมเงินเข้าบัญชีทรูมันนี่วอลเล็ท เมื่อเงินเข้าบัญชีเรียบร้อย นายกนกพล และนายพีรพรรษจะไปกดเงินจากบัญชีนำมาแบ่งกัน เอามาใช้จ่ายใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย” ผบช.ภ.4 กล่าว

จากการสืบสวนยังทราบว่า มีผู้เสียหายจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย กระจายอยู่ทุกจังหวัดในประเทศไทย ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วรวม 12 ราย ภายหลังจับกุม 3 ผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเงินที่โอนเข้าในบัญชีของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มีประมาณ 14,700,000 บาท และตรวจสอบประวัติการเข้าไปแฮ็กเฟซบุ๊ก ประวัติการทำงานบนเบราเซอร์ Chrome ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของนายเอกลักษณ์ที่ยึดเป็นของกลาง พบประวัติการเข้าแฮ็กเฟซบุ๊ก จำนวน 22,869 ครั้ง ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่า นายเอกลักษณ์เคยถูกจับคดีฉ้อโกงเมื่อเดือนมกราคม 63 อยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดีแต่มาก่อเหตุซ้ำอีก

“ในการเข้าแฮ็กเฟซบุ๊กกว่า 2 หมื่นครั้งดังกล่าว มีทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ในรายที่สำเร็จว่ามีกี่ราย ความผิดจะต่างกรรมต่างวาระกัน ฝากถึงประชาชนว่าหากมีเพื่อนหรือญาติแชตมาขอยืมเงิน ให้โทรศัพท์สอบถามก่อน อย่าเพิ่งโอน เพราะอาจตกเป็นเหยื่อแก๊งแฮ็กเฟซบุ๊ก ถ้าผู้เสียหายสงสัยว่าจะถูกคนร้ายกลุ่มนี้หลอกลวง โอนเงิน สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านได้ตลอดเวลา หรือแจ้งข้อมูลได้ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตำรวจภูธรภาค 4” พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าว