สวป.โรงพักที่บุรีรัมย์ หิ้วกระเช้าเข้าเยี่ยม หนุ่มส่งแกร็บฟู้ด พร้อมมอบเงินช่วย 5 พันกับคู่กรณีที่รถเฉี่ยวชนกัน หนุ่มบาดเจ็บและถูกตัดขา ฝ่าย สวป.ชนแล้วไม่ยอมจอด แต่ป้ายทะเบียนรถดันหลุด ถูกโซเชียลแชร์ให้ช่วยกันจับ
กรณีนายกิตติศักดิ์ ศรีวิจี อายุ 20 ปี พนักงานขับรถแกร็บฟู้ด บุรีรัมย์ ขับรถไปเฉี่ยวชนกับรถเก๋งโตโยต้า สีดำ ทะเบียน กจ-8238 บุรีรัมย์ หลังเกิดเหตุรถเก๋งไม่ได้จอดมาดู แต่แผ่นป้ายทะเบียนได้หล่นอยู่ในที่เกิดเหตุ ตั้งแต่คืนวันที่ 12 พ.ค.
ด้าน นายกิตติศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บ ต่อมาหมอได้ตัดขาซ้ายออก เพราะเป็นแผลฉกรรจ์เส้นเลือดใหญ่ขาด ไม่สามารถรักษาได้ จนกระทั่งโลกออนไลน์ในบุรีรัมย์ช่วยกันแชร์เพื่อติดตามหาคนขับรถที่หลบหนีให้มารับผิดชอบ
ล่าสุด วันที่ 14 พ.ค. คนขับรถเก๋งคู่กรณี ซึ่งทราบต่อมาคือ พ.ต.ต.พิสัณฑ์ บูชารัมย์ สวป. สภ.ชุมแสง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้นำกระเช้า พร้อมเงินสดมามอบให้เบื้องต้น 5,000 บาท
น.ส.อภิรรณ นามมูลตรี อายุ 18 ปี ภรรยาผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตอนนี้อาการของสามีดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังรับสภาพตัวเองไม่ได้ที่ขาซ้ายขาดหายไป ซึ่งหลังจากนี้สามีคงใช้ชีวิตแบบปกติไม่ได้ โดยเฉพาะต้องมีภาระเลี้ยงดูลูกสาววัย 2 ขวบ และลูกที่ยังอยู่ในท้องอีก 1 คน เพราะตนเองกำลังตั้งครรภ์
...
ขณะที่นายกรวิชญ์ ศรีวิจี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 1 ต.หนองตาด อ.เมืองบุรีรัมย์ พี่ชายของนายกิตติศักดิ์ ศรีวิจี ผู้บาดเจ็บ เผยว่า หลังจากทราบว่าคู่กรณีเป็นตำรวจมียศเป็นถึงสารวัตร ได้มีเพื่อนหลายคนเตือนว่าให้ระวังเกี่ยวกับเรื่องคดี เพราะส่วนใหญ่จะสู้กับคนมีสีไม่ได้
ส่วนตัวก็อยากจะรู้ว่าความยุติธรรมมีจริงหรือไม่ จึงได้แต่ภาวนาและตั้งใจไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือคนธรรมดา ก็ใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งได้มีเพื่อนอีกหลายคนมาให้กำลังใจ แต่ถ้าถามว่าติดใจอะไรหรือไม่ ยอมรับว่ายังติดใจที่ "ชนแล้วหนี" ทั้งที่เป็นเขตชุมชน ถ้าแผ่นป้ายทะเบียนไม่ตกในที่เกิดเหตุ และมีคนมาช่วยแชร์ให้ติดตามหาเจ้าของรถ ก็คงจะหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว
ต่อมา วันเดียวกัน พล.ต.ต.อัครเดช พิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยกรณีที่มีการแชร์กันในโซเชียลมีเดีย มีรถเก๋งชนนายกิตติศักดิ์ ศรีวิจี อายุ 20 ปี หนุ่มขับแกร็บไบค์ บริเวณถนนสายข้างโรงพยาบาลบุรีรัมย์-บ้านตาดตรวน จ.บุรีรัมย์ จนต้องตัดขาซ้าย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2563 โดยในที่เกิดเหตุพบทะเบียนรถยนต์ กจ 8238 บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นทะเบียนรถของคู่กรณีตกอยู่ก่อนจะขับรถหนีไป
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเจ้าของรถเป็นนายตำรวจนายหนึ่งจริง ตามที่ปรากฏ ซึ่งขณะนี้ทาง พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 สั่งให้ผู้บังคับการจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานผลให้ทราบโดยเร็ว พร้อมทั้งมีคำสั่งให้นายตำรวจคนดังกล่าวมาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ โดยย้ำว่าหากพบมีความผิดจริง เช่น ไม่จอดรถลงไปช่วย หรือให้การช่วยเหลือคนเจ็บ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญา