คืบหน้าย้ายผู้การอุบลราชธานี จเรตำรวจภาค 3 รับคำสั่ง ผบช.ภ.3 สอบคำให้การพยานเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เผยทำไปตามข้อเท็จจริง ชี้อาจจะมีตำรวจบ้างคนไม่ชอบขี้หน้า คาด 1-2 สัปดาห์ทราบผล
จากกรณี พลตำรวจโท พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 มีคำสั่งย้าย พลตำรวจตรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ไปช่วยงานราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 3 โดยขาดจากตำแหน่ง และหน้าที่ทางสังกัดเดิม มีกำหนด 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2563 เป็นต้นไป พร้อมกับมีคำสั่งให้ พลตำรวจตรีธเนศ เทพสุด ผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 3 ไปรักษาราชการแทนอีกหน้าที่หนึ่ง โดยไม่ขาดจากหน้าที่เดิม หลังจากเกิดกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์ กรณีผู้บังคับการตำรวจภูธรอุบลราชธานี ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองโควิด-19 และยังแสดงอาการต่อว่าเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วยน้ำเสียงอันดัง ภายในสนามบินอุบลราชธานี หลังจากเจ้าตัวเพิ่งเดินทางกลับมาจากกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 28 เม.ย.63 พลตำรวจโท พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า พลตำรวจตรี รณกร ฤทธิรงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ได้มารายงานตัวตามคำสั่งช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 3 แล้วตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้ พลตำรวจตรี ภาณุ บูรณศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ และอุบลราชธานี และดูแลงานจเรตำรวจของตำรวจภูธรภาค 3 เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งคำสั่งย้ายผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ก็เพื่อให้การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเป็นไปด้วยความสะดวก โดยเฉพาะในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ภายในสนามบิน
...
พล.ต.ต.ภาณุ บูรณศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ที่รับผิดชอบ จ.อุบลราชธานี กับ จ.อำนาจเจริญ และรับผิดชอบงานจเรตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับคำสั่งให้ลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียด ได้เปิดเผยว่า ตนได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้ปรากฏ ซึ่งขั้นตอนจากนี้ไปก็จะลงพื้นที่ใน 1-2 วัน เพื่อนัดหมายเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรวมทั้งประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ที่เป็นพยานให้การ อย่างไรก็ตามการสอบสวนทำตามข้อเท็จจริง ใครที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ขอให้เล่าว่าที่มาที่ไปเรื่องมันเป็นอย่างไร ส่วนระยะเวลาการสอบตอนนี้ยังตอบไม่ได้ อาจจะประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่ขอให้เราทำงานก่อน เพราะผู้ที่จะให้การกับเราเขาก็ต้องพร้อมด้วย
รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวอีกว่า ต้องเรียนว่า ณ ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าผิดหรือเปล่า และต้องให้ความเป็นธรรมทั้งหมด ส่วนที่ถามว่าถ้าผลการสอบสวนไม่ผิดก็กลับไปทำหน้าที่เดิมได้นั้น เรื่องนี้ต้องอยู่ที่พลตำรวจโทพูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ทั้งนี้จากการเช็กข่าวรอบข้าง ข้อมูลเบื้องต้นก็ยังไม่ชัดเจนเลย เรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นการเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า เท่าที่เช็กข่าวตอนนั้นเขากำลังให้มาวางแผนจุดตรวจของตำรวจที่ร่วมบูรณาการถูกต้องหรือเปล่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับที่สนามบินอะไร จากประวัติการทำงานของผู้การฯ ก็เป็นคนดี คนขยัน เป็นผู้การตำรวจที่ตรวจโรงพักมากที่สุดคนหนึ่ง เอาใจใส่ต่องานในหน้าที่ดี
พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีข่าวอาจจะถูกกลั่นแกล้ง ก็ขอเวลาได้ตรวจสอบก่อนว่าอะไรเป็นอะไร และลำดับความสำคัญไล่เรียงอีกที ที่ตนรู้มาคร่าวๆ ทราบว่า เขาด่าลูกน้องเขา และเป็นคนเสียงดัง แล้วมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอยู่ใกล้ๆ และประชาชนที่อยู่แถวนั้นก็อาจจะเข้าใจว่า ไปด่าเจ้าหน้าที่ แต่เขาด่านายเวรที่ไม่เข้ามารับของ แล้วเสียงปากต่อปากก็พูดไปเรื่อยเปื่อย แต่เท่าที่ทราบอาจจะมีตำรวจบางคนไม่ชอบผู้การฯ หรือเปล่า ซึ่งเท่าที่รับฟังมันไม่ชัด ส่วนถ้ามีประชาชนจะให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์เราก็พร้อม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะขอฝากว่า เราร่วมกันทำงานบูรณาการในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามนี้จะดีกว่า อย่าไปเอาแต่เรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์.