หนุ่มเวรเปล รพ.ที่บุรีรัมย์ เป็นทุกข์กินไม่ได้นอนไม่หลับ หลังป้าวัย 57 ที่วานไปกดเงินจากเอทีเอ็ม แล้วเงินหายไป 5 พันเข้าแจ้งความ ล่าสุดธนาคารเพิ่งบอก ระบบขัดข้องตัดเงินออกจากบัญชี และโอนเงินคืนให้ป้าเรียบร้อยแล้ว

วันที่ 25 เม.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ น.ส.สุนันท์ หะพินรัมย์ อายุ 54 ปี ชาว ต.ศรีภูมิ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.อนุเปรม ทุมมานอก ร้อยเวร(สอบสวน)สภ.เมืองบุรีรัมย์ สงสัยว่าเจ้าหน้าที่เวรเปลโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ได้แอบกดเอาเงินที่ลูกสาวส่งมาให้หายไป 5,000 บาท เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากไปฟอกไตที่โรงพยาบาลเอกชน ใน จ.บุรีรัมย์ แต่ป้าสุนันท์เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นคนพิการ ส่วนสามีก็กดเอทีเอ็มไม่เป็น จึงวานให้เจ้าหน้าที่เปลของโรงพยาบาลช่วยไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ที่ตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาลให้

ล่าสุด ทางธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทำการตรวจสอบระบบตู้เอทีเอ็มของธนาคาร พบว่าระบบมีปัญหาขัดข้อง ในช่วงเวลาที่ลูกค้ากดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ทำให้ถูกตัดเงินในบัญชีอัตโนมัติ และทางธนาคารได้โอนเงินจำนวน 5,000 บาทคืนให้กับป้าเรียบร้อยแล้ว

...

หลังความจริงกระจ่าง นายธนิต หรือ ต้น อายุ 34 ปี หนุ่มพนักงานเปลที่ถูกกล่าวหา พร้อมภรรยา อายุ 30 ปี ภรรยา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ในโรงพยาบาลเดียวกัน ได้เดินทางไปยังบ้านพักของป้าสุนันท์ ที่ ต.ศรีภูมิ อ.กระสัง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งป้าสุนันท์ ยืนยันว่าทางธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ติดต่อแจ้งมาทางโทรศัพท์ว่า เงินที่หายไป 5,000 บาท เกิดจากระบบของตู้เอทีเอ็มขัดข้องจริง และทางธนาคารก็ได้โอนเงินเข้าบัญชีคืนให้เรียบร้อยแล้ว

จากนั้นป้าสุนันท์ พร้อมสามี ได้ยกมือไหว้ขอโทษนายธนิต หนุ่มพนักงานเปลที่เข้าใจผิดว่าเป็นคนกดถอนเงิน 5,000 บาทไป เพราะขณะนั้นมีเพียงนายธนิตที่เป็นคนไปกดให้ และหากได้รับเอกสารยืนยันจากธนาคารแล้ว ก็จะนำไปประกอบหลักฐานในการถอนแจ้งความที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ 

ทั้งนี้ ป้าสุนันท์ ยังได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมนายธนิต พนักงานเปลที่คอยดูแลช่วยเหลือ เวลาไปฟอกไตที่โรงพยาบาล ทั้งยังมีน้ำใจไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มให้ ซึ่งขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวหาให้นายธนิตเสียหายแต่อย่างใด เป็นเพียงความเข้าใจผิดเท่านั้น และอีกอย่างก็ไม่ทราบว่าระบบของทางธนาคาร จะมีปัญหาเกิดขึ้น จนทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดดังกล่าว

ด้านนายธนิต หรือต้น หนุ่มพนักงานเปล บอกว่าหลังข้อเท็จจริงปรากฏแล้ว ว่ากรณีที่เกิดขึ้นเกิดจากระบบตู้เทีเอ็มขัดข้อง ก็รู้สึกดีใจที่พ้นมลทิน และได้ความบริสุทธิ์คืน จากที่ก่อนหน้าถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะเครียดที่ถูกกล่าวหา ทั้งยังถูกสังคมประณามให้เสียหาย แต่พอความจริงปรากฏ และป้าได้ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตนก็ยกโทษให้ และไม่ได้ติดใจอะไร ขอยืนยันว่าจะยังคงทำความดี และให้บริการผู้ป่วยแบบนี้ต่อไป เพราะยังเชื่อมั่นว่าทำดีต้องได้ดี

ขณะที่ น.ส.สุวลักษณ์ ภรรยาของหนุ่มพนักงานเปล ก็ถึงกับร้องไห้โผเข้ากอดเพื่อนร่วมงานด้วยความดีใจ ที่สามีพ้นมลทินและข้อกล่าวหา จากที่ก่อนหน้านี้กินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะเครียดมาก แต่ก็เชื่อว่าด้วยความดี ย่อมทำให้ผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคต่างๆ ไปได้ พร้อมยืนยันว่าตนและสามีจะยังทำความดีช่วยเหลือคนอื่นโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาลแบบนี้ต่อไป ถึงแม้จะถูกสังคมโซเชียลประณามกล่าวหา จนไม่กล้าอ่านคอมเมนต์เลย แต่ก็ขอบคุณเพื่อนร่วมงานและโซเชียลหลายคน ที่เข้ามาให้กำลังใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็อยากเรียกร้องให้ทางธนาคาร ออกมาแสดงความรับผิดชอบให้มากกว่านี้

...