เปิดไทม์ไลน์ หญิงขอนแก่น วัย 63 ป่วย "โควิด-19" ล่าสุดอาการหนัก เชื้อทำลายปอดเกินครึ่ง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ คาดติดจากลูกชาย หลังเดินทางกลับมาจากพัทยา

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 เม.ย.2563 ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นำแถลงข่าวผู้ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 รายที่ 5 ของจังหวัดขอนแก่น พบเป็นหญิงวัย 63 ปี ชาวบ้านกุดน้ำใส หมู่ 1 ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พร้อมเปิดไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อเพื่อแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ถึงผู้มีความเสี่ยงอาจติดเชื้อ

สำหรับอาการของผู้ป่วยรายที่ 5 นั้น ล่าสุดได้รับการยืนยันจาก นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นว่า อาการโดยรวมยังถือว่าหนักที่สุด เชื้อได้ทำลายปอดไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง หายใจเองไม่ได้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ปอดมีการอักเสบ พักรักษาตัวอยู่ในห้องความดันลบของโรงพยาบาลขอนแก่นโดยมีแพทย์ให้การรักษาอย่างใกล้ชิด

ทางด้าน นายแพทย์ สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์ สสจ.ขอนแก่น เปิดเผยไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายที่ 5 ว่า จากการสอบสวนโรคทราบว่า เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่ อ.น้ำพอง และมีลูกชายเดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งเดินทางกลับจากประเทศบาห์เรนกับเพื่อน 3 คน โดยเพื่อนตรวจสุขภาพไม่ผ่าน 2 คน แต่ตัวลูกชายของผู้ป่วยตรวจผ่าน จึงได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยและเดินทางถึงที่บ้านเกิดวันที่ 28 ก.พ.2563

จากนั้น มีการกักตัวตามมาตรการการป้องกัน กระทั่งต่อมาวันที่ 6 มี.ค. ตัวลูกชายผู้ป่วยเดินทางไปพัทยาและเดินทางกลับบ้านในวันที่ 18 มี.ค. และกักตัวอีกครั้งจนครบ 14 วัน และไม่มีอาการใดๆ กระทั่งวันที่ 1 เม.ย. ผู้ป่วยรายที่ 5 มีอาการเดินทางมารับบริการที่ รพ.สต.กุดน้ำใส ด้วยอาการไข้ หนาวสั่น ครั่นเนื้อครั่นตัว มีน้ำมูกใส

รวมทั้ง ได้ให้ประวัติกับแพทย์ว่าลูกชายเพิ่งกลับมาจากประเทศบาห์เรน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. และตรวจโรคผ่านแล้ว แพทย์จึงให้ยาตามอาการ แต่อาการไม่ดีขึ้นจึง ผู้ป่วยมีไข้ จึงไปพบแพทย์ที่คลินิกแห่งหนึ่งในตลาดน้ำพองในวันที่ 5 เม.ย. ซึ่งรับประทานยาต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 8 เม.ย. อาการก็ไม่ดีขึ้น จึงเดินทางแอดมิตที่โรงพยาบาลน้ำพอง ด้วยไข้ อ่อนเพลีย หายใจไม่สะดวก มีปอดอักเสบ บวกกับคนไข้มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลน้ำพองจนถึงวันที่ 13 เม.ย. ก่อนจะส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.ขอนแก่น ซึ่งประวัติดังกล่าวนี้เป็นเพียงเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่จะต้องมีการสอบสวนโรคต่ออีกเนื่องจากยังไม่ชัดเจนทั้งหมด

นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น กล่าวถึง จากไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายที่ 5 ว่า เราอาจจะถูกหลอกให้เข้าว่าใจผู้ป่วยรายนี้ติดจากลูกที่กลับมาจากบาห์เรน แต่ลูกกลับมาจากบาห์เรนนานเกิน 1 เดือน ทางการสืบสวนโรคเราจึงตัดประเด็นนี้ทิ้งไป และเราเชื่อว่าจะติดเชื้อมาจากที่ลูกเดินทางกลับมาจากพัทยา ซึ่งพัทยาก็มีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งจากการสอบสวนโรคจากตัวผู้ป่วยทำให้ข้อมูลในส่วนนี้หายไป เพราะแม่ไม่ทราบว่าลูกไปพัทยาต่อ และได้สอบสวนโรคจากตัวลูกของผู้ป่วยทราบว่า หลังจากกลับจากพัทยามีอาการไข้หวัดแต่อาการไม่หนักและทานยาเองจนหาย

ทั้งนี้ คนที่มีเชื้อในตัวอาจจะไม่แสดงอาการ บางรายคนหนุ่มอาจจะเป็นไม่หนักและอาจจะหายแล้วเหมือนเช่นลูกของผู้ป่วยที่นำเชื้อมาแพร่ แต่ในช่วงที่มานั้นอาจมีการแพร่เชื้อก่อนหน้านั้น พอเชื้อแพร่มาถึงแม่ซึ่งเป็นผู้ที่อายุเยอะและมีโรคประจำตัว ทำให้เชื้อแพร่ได้อย่างรวดเร็วและแสดงอาการหนัก.