ผู้ป่วยโควิด-19 “โคราช” รักษาหายเพิ่มเป็น 3 ราย อยู่ระหว่างรักษา 15 ราย ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม ยังคงเท่าเดิม 18 ราย ผู้ว่าฯ ย้ำห้ามจัดกิจกรรมสงกรานต์ทุกระดับ ลูกหลานให้งดรดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่ทุกกรณี

เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 8 เมษายน 2563 ที่ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และนายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และมาตรการป้องกัน รวมทั้งการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ โดยจังหวัดนครราชสีมายังไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติม ยังคงมีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 จำนวน 18 ราย โดยมีผู้ป่วยรักษาหาย จำนวน 3 ราย ซึ่งได้นำตัวออกจากโรงพยาบาลไปกักตัวอยู่ที่โรงแรมปัญจดารา ซึ่งทางจังหวัดใช้เป็นโรงพยาบาลสนาม เพื่อกักตัวต่ออีก 14 วัน รอผลการตรวจหาเชื้ออีกครั้ง จึงจะสามารถกลับบ้านได้

ทั้งนี้ในจังหวัดนครราชสีมา มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อ จำนวน 533 ราย (เก่า 513 +ใหม่ 20 ราย) พบผู้ป่วยยืนยันโรค COVID-19 จำนวน 18 ราย (โดยผู้ป่วยยืนยัน 18 คน แบ่งเป็น รักษาหาย 3 ราย, มีอาการดีขึ้น 11 ราย และอาการคงที่ 4 คน) ไม่พบเชื้อ จำนวน 508 ราย (เก่า 490+ใหม่ 18 ราย) รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 7 ราย โดยเป็นผลจากการดำเนินงานคัดกรองประชาชน จำนวน 58,179 ราย (ยอดสะสม ณ วันที่ 3 ม.ค - 8 เม.ย. 2563 เวลา 12.30 น.) กรณีการเฝ้าระวังผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ (PN) มีจำนวน 276 ราย (ใหม่=0 ราย) ไม่ป่วย 276 ราย กักตัวครบ 14 วัน จำนวน 227 ราย ปัจจุบันติดตามต่อเนื่องจำนวน 49 ราย ในจำนวนนี้มีผู้เดินทางจากประเทศพื้นที่เสี่ยง (ตั้งแต่ 31 มี.ค.2563-8 เม.ย 2563) รวมจำนวน 53 ราย (อเมริกา 3, ญี่ปุ่น 2, กัมพูชา 26, มาเลเซีย 7, ไอร์แลนด์ 1, หมู่บ้านเสี่ยง 10, สปป.ลาว 1 และออกจาก รพ. 3 คน) ซึ่งกักตัวที่ รพ.มทส. 35 ราย, รร.ปัญจดารา 9 ราย, รพ.พิมาย 2 ราย, กทม. 2 ราย และบ้านตนเอง 5 ราย

...

จากข้อมูลโปรแกรม COVID-19 KORAT พบว่ามีผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัดนครราชสีมา รายงานครบทั้ง 32 อำเภอ รวม 21,538 ราย เฝ้าระวังครบ 14 วัน จำนวน 12,739 ราย (ครบเพิ่ม 3,783 ราย) ปัจจุบันติดตามต่อเนื่องจำนวน 8,799 ราย (ทั้งนี้การคัดกรองไข้ที่ด่านตรวจ 37.3 องศาเซลเซียสเป็นเกณฑ์) โดยจังหวัดนครราชสีมาได้วิเคราะห์ลักษณะของการติดเชื้อรายใหม่ 2 ราย เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 จากการเดินทางจากต่างประเทศ และไม่เว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ดังนั้นการเว้นระยะห่างทางสังคมจึงสำคัญมากๆ แม้จะอยู่ในครอบครัวเดียวกันควรทิ้งระยะห่างกัน 2 เมตร ร่วมกับมาตรการล้างมือทั้งวัน กินร้อน ช้อนฉัน ห่างกัน 2 เมตร และสวมหน้ากากผ้าทุกคนในรายที่ไม่ป่วย สำหรับผู้ป่วยขอให้สวมหน้ากากอนามัยทุกคน

ส่วนเรื่องมาตรการห้ามออกจากบ้าน พบผู้กระทำผิดช่วงการประกาศเคอร์ฟิว จำนวน 36 ราย โดยเฉพาะวันที่ 6 เมษายน วันเดียวมีผู้กระทำผิดมาก หรือ 21 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่ในช่วงอายุ 25 ถึง 35 ปี ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเน้นย้ำให้ดำเนินการอย่างเฉียบขาด เพื่อจะได้จัดการระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ในวันเดียวกันทางสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมาได้เสนอที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ให้มีการพิจารณาปิดสถานีขนส่งแห่งที่ 2 และปิดการเดินรถหมวด 2 สายนครราชสีมา-กรุงเทพฯ เนื่องจากปัจจุบันประชาชนไม่เดินทางในเส้นทางดังกล่าว รวมถึงเป็นการป้องกันการระบาดของโรค ซึ่งที่ประชุมมีมติให้เสนอไปยังกรมการขนส่งทางบก และให้พิจารณาข้อดี-ข้อเสีย โดยไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และในที่ประชุมยังได้หามาตรการในการรองรับประชาชนที่จะเดินทางกลับจากจังหวัดกลุ่มเสี่ยงทางภาคใต้ เช่น ภูเก็ต ปัตตานี พัทลุง ซึ่งคาดว่าช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้กลุ่มประชาชนชาวอีสานที่เดินทางไปทำงานในจังหวัดดังกล่าวจะกลับมายังภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้มาตรการ "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อโคราช" รวมทั้งการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ ตามประกาศของกระทรวงวัฒนธรรม ในการงดจัดงานสงกรานต์ในทุกระดับ การงดเว้นรดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่ทุกกรณี งดกิจกรรมรวมตัวทุกกรณี ทั้งนี้ทั้งนั้นสามารถสืบสานเทศกาลสงกรานต์ขอให้ปฏิบัติทางช่องทางออนไลน์ หรือทางการสื่อสารทางโทรศัพท์ ซึ่งจะช่วยให้การระบาดของโรคนี้ชะลอตัว เพื่อให้ชาวโคราชเรา ร่วมฝ่าวิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน ร่วมมือเพื่อประเทศไทยของเรา.