นักเรียนชายวัย 16 ปี โรงเรียนปิดเทอม พ่อ แม่พาหนีไวรัสระบาดจาก กทม.มาอยู่บ้านยายที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น นอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ในเปล ถูกคนร้ายเป็นชายในหมู่บ้านบุกมาฟันโดยไม่ทราบสาเหตุ บาดเจ็บสาหัส ส่อพิการ
เวลา 11.00 น. วันที่ 23 มี.ค. นายธง ก๋ามะละคร อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 645/209 ถนนนวมินทร์ 93 แขวงบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ร้องเรียนกับสื่อมวลชนให้ช่วยตรวจสอบคดีที่ "น้องอาร์ม" หรือนายธีรชาติ ก๋ามะละคร อายุ 16 ปี ลูกชาย นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนบดินทรเดชา 2 ถูกนายต้อง หรือนายนิวัฒน์ เทพแก้ว อายุประมาณ 30 กว่าปี ทำร้ายโดยการใช้มีดฟันที่แขนขวา 5 แผล เส้นเอ็นขาดทั้งหมด กระดูกร้าว นิ้วก้อยและนิ้วโป้งไม่สามารถใช้การได้ตามปกติ และแขนซ้าย 1 แผล กระดูกร้าว ศีรษะอีก 4 แผล เหตุเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา ขณะนอนเล่นโทรศัพท์มือถือในเปลที่แขวนอยู่บ้านยาย บ้านเลขที่ 75 ม.11 บ้านดงเย็น ต.บัวเงิน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ขณะนี้ลูกชายพักรักษาตัวใน รพ.แห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น และแพทย์ยังไม่ให้ออกจากโรงพยาบาล
นายธง กล่าวว่า ตนเองและภรรยามีอาชีพติดตั้งผ้าม่าน ในช่วงปิดเทอม ประกอบกับช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด จึงพาลูกชายหนีเชื้อโรคมาพักที่บ้านยาย ที่บ้านดงเย็น อ.น้ำพอง กระทั่งเกิดเหตุร้ายขึ้นกับลูกชาย โดยประมาณช่วงเที่ยงวันที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา ลูกชายถูกนายต้อง หรือนายนิวัฒน์ เทพแก้ว อายุประมาณ 30 ปี ชาวบ้านดงเย็น และมีบ้านอยู่ใกล้กัน ทำร้ายด้วยมีดขณะนอนเล่นในเปลที่แขวนอยู่หน้าบ้าน หลังเกิดเหตุลูกชายวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน เพราะยายกับตาไปเลี้ยงวัวที่นา ส่วนคนทำหลังลงมือได้หลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำพอง ตามควบคุมตัวไว้ได้ และนำตัวมาควบคุมไว้ที่ห้องขัง สภ.น้ำพอง จากนั้นญาติพี่น้องได้โทรศัพท์แจ้งให้ทราบ จึงรีบเดินทางมาหาลูกชาย และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำพอง เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา
...
จากการเข้าแจ้งความและพูดคุยในรายละเอียดทางคดีกับพนักงานสอบสวน ทราบว่า ยังไม่สามารถดำเนินคดีหรือแจ้งข้อหากับคนก่อเหตุได้ เนื่องจากยังไม่มีการสอบสวนลูกชายซึ่งเป็นผู้เสียหาย เพราะการสอบสวนผู้เสียหายที่เป็นเยาวชนต้องสอบสวนต่อหน้าทีมสหวิชาชีพที่มีอัยการร่วมสอบสวนด้วย ในส่วนของคนลงมือก่อเหตุ ตำรวจมีอำนาจควบคุมตัวได้เพียง 48 ชั่วโมง ก็ต้องปล่อยตัวไปก่อน
"มีความคลางแคลงใจในเรื่องของคดี เพราะถ้าเป็นไปตามที่ตำรวจบอกว่า ก็เท่ากับว่าคนลงมือทำร้ายลูกชายผม ก็จะถูกปล่อยตัวกลับบ้าน ซึ่งไม่รู้ว่าจะไปก่อเหตุร้ายกับใครอีก อีกทั้งลูกชายก็ยังไม่ออกจากโรงพยาบาล จึงเกรงว่าหากปล่อยตัวคนก่อเหตุออกจากห้องควบคุม การดำเนินคดีในทางกฎหมายก็จะยากขึ้น เพราะทางครอบครัวต้องการให้ตำรวจมีการสืบสวนสอบสวนเอาผิดกับคนลงมือก่อเหตุตามกฎหมายให้ถึงที่สุด และถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ตำรวจปล่อยตัวคนก่อเหตุออกไปลอยนวลอยู่ในหมู่บ้านอีก และอยากให้ครอบครัวคนก่อเหตุมาช่วยดูแลเรื่องค่ารักษาลูกชายบ้าง จึงอยากให้สื่อมวลชนตรวจสอบรายละเอียดในทางคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ครอบครัวได้รับความเป็นธรรมด้วย".