ข่าว
100 year

สอบ “เงินทอน” จ่าคลั่งซื้อบ้าน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ก.พ. 2563 05:10 น.
SHARE

มทภ.2 ปัดไม่เกี่ยวกองทัพ เยียวยาเพิ่ม-ศพละ ‘7 แสน’

นายกฯจี้แก้ปัญหาจ่าคลั่งกราดยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ต้นตอ สังคายนาเรื่องความเป็นอยู่และสวัสดิการให้เหมาะสม แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งตรวจสอบการซื้อขายที่ดินที่เป็นชนวนจ่าคลั่ง ปัดไม่ใช่บ้านสวัสดิการกองทัพ แต่เป็นการกู้เงินสวัสดิการกู้ซื้อบ้านจัดสรรของเอกชน “ธนาธร” ชวนประชาชนแสดงพลังเพื่อปฏิรูปกองทัพ ขณะที่ “ศรีสุวรรณ” ร้องผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบตั้งแต่ “บิ๊กตู่” ยัน รมว.ดีอีเอส แถมจับผิด ผบ.ตร. ให้ลูกชาย “โชว์ออฟ” ปฏิบัติการสยบจ่าทมิฬ จังหวัดจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตครบแล้ว 27 ศพ แต่ยังมีผู้บาดเจ็บอาการน่าเป็นห่วงอีก 1 ราย เป็นฮีโร่อรินทราช 26 ถูกยิงเข้าศีรษะ ส่วนเกรียนคีย์บอร์ดโพสต์ขู่ยิงถล่มห้างบิ๊กซีด่านขุนทด ถูกรวบคาผ้าเหลือง สารภาพเมายาบ้า

แม้โศกนาฏกรรมกลางเมืองโคราชยุติลงมาได้ 5 วันด้วยการจับตาย จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา สังกัดกรมสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 (บชร.2) ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา คาห้องเย็นชั้นใต้ดิน (LG) ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช อ.เมืองนครราชสีมา หลังลั่นไกยิง พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ ผบ.พัน. กระสุน 22 ผู้บังคับบัญชาตายคาบ้านพร้อมแม่ยาย บุกปล้นคลังอาวุธขนปืนเอชเค 33 และปืนกลเอ็ม 60 พร้อมกระสุนขับรถฮัมวีไล่ฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ มีผู้เสียชีวิต 30 คนรวมทั้งจ่าทมิฬ บาดเจ็บ 58 คน คาดว่าชนวนเหตุมาจากจ่าโหดระเบิดแค้นถูกโกงเงินทอนสวัสดิการทหาร จน ผบ.ทบ.ประกาศกวาดบ้านสั่งตรวจสอบจัดระเบียบเงินสวัสดิการและเบี้ยเลี้ยงของกองทัพ มีการสั่งย้ายนายทหารยศ พ.อ. และ พ.ท.รวม 2 นาย แต่ผลการตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้จ่าคลั่งก่อเหตุกราดยิงโหด รวมถึงการตรวจสอบการโกงเงินสวัสดิการและเบี้ยเลี้ยงทหารชั้นผู้น้อยยังไม่เป็นรูปธรรม

“วิษณุ” ลั่นจ่ายเยียวยาใน 7 วัน

ความคืบหน้าการเยียวยาเหยื่อกระสุนและตรวจสอบหาสาเหตุโศกนาฏกรรมสยองเมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 14 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาในส่วนของรัฐบาลตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ได้กำชับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องว่าพิจารณารายละเอียดต่างๆเรียบร้อย ให้เบิกจ่ายตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. และให้เร่งเบิกจ่ายให้กับผู้สูญเสียทั้งหมดให้ครบภายใน 7 วัน นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงและกำชับให้เร่งจ่ายเงินโดยเร็วให้ทั่วถึง โปร่งใสและอย่าให้รั่วไหล ผู้เสียหายสามารถตรวจสอบได้ ตนกำชับไปแล้วให้พิมพ์รายชื่อทุกคน ทุกรายการเบิกจ่ายและรายละเอียดต่างๆสำหรับผู้ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตไว้ให้ครบห้ามตกหล่น

นายกฯสั่งเยียวยาต้องรวดเร็ว

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ได้ไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพและงานพระราชทานเพลิงศพผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา ได้รับรู้ถึงความรู้สึกโศกเศร้าสูญเสียของครอบครัวและญาติมิตรผู้เสียชีวิต เห็นลูกหลานต้องกลายเป็นเด็กกำพร้ายิ่งสะเทือนใจ พร้อมย้ำจะดูแลอย่างดีที่สุด คณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ จ.นครราชสีมา ที่แต่งตั้งมาครอบคลุม 2 กลุ่ม คือ 1.ตำรวจ ทหาร พลเรือน เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ 2.ราษฎรที่ประสบเหตุ ดูแลในแบบเดียวกันทั้งกรณีเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส บาดเจ็บไม่สาหัส และสุขภาพจิต รวมถึงทรัพย์สินที่เสียหายต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว สิ่งใดที่ยังขาดเหลือขอให้ประชาชนแจ้งไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรัฐบาลได้ทันที และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแสดงน้ำใจช่วยเหลือผู้ที่สูญเสียด้วย

“บิ๊กป้อม” ไม่ได้อยู่บ้านหลวงแล้ว

ที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกองทัพบกออกข้อยกเว้นสำหรับการใช้บ้านหลวง สำหรับทหารเกษียณที่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติว่า ก็แล้วแต่กองทัพบก ยืนยันว่าในส่วนของตนนั้นไม่ได้อยู่แล้ว แต่ใช้เป็นมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ส่วนกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เตรียมจัดกิจกรรม “จากโคราชสู่การปฏิรูปกองทัพ” ตามนโยบายปฏิรูปกองทัพที่พรรคอนาคตใหม่เคยเสนอไว้ ในวันที่ 15 ก.พ. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัวนั้น ต้องดูว่าเขาทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าทำผิดก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย และคงไม่ไปกระตุ้นให้ประชาชนเพ่งเล็งกองทัพมากขึ้น

มทภ.2 รอสอบนายหน้าปมจ่าคลั่ง

พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงการตรวจสอบผู้บังคับหน่วยที่อาจเกี่ยวข้องกับการซื้อขายที่ดินจนเป็นชนวนจ่าคลั่งกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา ว่าในภาพใหญ่กำลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบรายละเอียด ข้อเท็จจริงบ้านดังกล่าวอยู่นอกหน่วยทหาร และไม่ใช่บ้านสวัสดิการของกองทัพ ยืนยันว่าเป็นคนละส่วนกัน เป็นเรื่องของคนที่ไปจัดสรรข้างนอก กำลังพลของเราอยากได้บางคนไปกู้เงินจากข้างนอก บางคนกู้เงินจากสวัสดิการของกองทัพบกที่มีให้ แม่ยายของผู้บังคับบัญชาที่เสียชีวิต ทำธุรกิจบ้านจัดสรรมา 20 ปี เป็นพื้นที่ส่วนตัวและมีโฉนดถูกต้อง ไม่ใช่ที่ราชพัสดุ แต่ในส่วนของกองทัพนำที่ดินราชพัสดุมาทำ ต้องไปเช่ากับกรมธนารักษ์ 30 ปี ไม่ได้สิทธิไม่สามารถนำไปขายต่อได้ แต่ส่งต่อให้ลูกหลานได้ แม่ยายของคู่กรณีเป็นคนจัดสรรที่ดินข้างนอก ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสาเหตุต้องรอการสอบสวนคนกลาง เป็นนายหน้าที่รับเงินไปแล้วไม่จ่ายตามสัญญาจึงเกิดสาเหตุดังกล่าว ส่วนศพ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ทางครอบครัวนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด จ.ชัยภูมิ เมื่อ 2-3 วันก่อน และฌาปนกิจไปเรียบร้อย ไม่ได้นำกลับเข้าค่ายทหารแต่อย่างใด

ทบ.เต้นโดนแฉนายอมเงินลูกน้อง

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม งัดหลักฐานและข้อความจากนายทหารชั้นผู้น้อยรายหนึ่งเปิดหลักฐานโครงการบ้านสวัสดิการบ้านทหารชั้นผู้น้อย จ.ลพบุรี รวมทั้งเงินทอนและเงินค่าดำเนินการที่มีคนอมไปจากทหารชั้นผู้น้อยว่า กองทัพบกยินดีรับฟังข้อมูล หากนายอัจฉริยะหรือจะเป็นกำลังพลที่ได้รับความเดือดร้อนส่งเรื่องมา กองทัพบกจะรับเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบถือเป็นนโยบายของกองทัพบก และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่ไม่ต้องการให้ใครมาแสวงหาผลประโยชน์ หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับกำลังพล ทั้งนี้กรณีดังกล่าวยังไม่ทราบว่าผู้เดือดร้อนเคยร้องเรียนผ่านช่องทางปกติไปยังหน่วยต้นสังกัด หรือที่ส่วนกลางกองทัพบกหรือไม่ นอกจากนี้กองทัพบกมีช่องทางเปิดรับเรื่องร้องเรียนทางเว็บไซต์อยู่แล้ว แต่หากผู้เดือดร้อนไม่เคยร้องเรียนมาและเป็นเรื่องใหม่ อีกทั้งได้ยื่นให้ทางชมรมทนายความฯหรือนำข้อมูลไปปรากฏทางสื่อสังคมออนไลน์ ขอให้ส่งมาที่กองทัพบก เรายินดีที่จะตรวจสอบให้

แฉทหารกู้สร้างบ้านรวม 6 ราย

ทหารนายหนึ่งเปิดเผยถึงปมขัดแย้งที่ทำให้ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา สังหารผู้บังคับบัญชาและไล่กราดยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์น่าจะมาจากกู้เงินสวัสดิการทหารไปสร้างบ้าน โดยมีนางอนงค์ มิตรจันทร์ แม่ยาย พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ ผู้บังคับบัญชาที่ถูกยิงเสียชีวิต เป็นผู้ดำเนินการทำมาได้ประมาณ 3-4 ปี แต่ละครั้งจะปลูกสร้างบ้านครั้งละ 2-3 หลัง ไม่ได้ทำเป็นโครงการใหญ่ โดยมีนายหน้าติดต่อทหารในสังกัดเข้าโครงการหวังได้รับเงินทอนรายละประมาณ 4 แสนบาท โดยจะทำเรื่องขอกู้สวัสดิการ จากนั้นนางอนงค์จะจัดหาที่ดินทำการปลูกสร้างบ้าน และติดต่อประสานกับหน่วยงาน มีเพื่อนทหารสังกัดเดียวกันเข้าร่วมโครงการ 7 นาย ซึ่ง จ.ส.อ.จักรพันธ์ จะได้รับเงินทอน 4 แสนบาท เตรียมจะนำเงินส่งไปให้แม่เคลียร์หนี้ ธ.ก.ส. แต่ฝ่ายคู่กรณีบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายเงิน ส่วนทหารร่วมโครงการอีก 6 นาย ยังไม่ สามารถยืนยันได้ว่าจะได้รับเงินทอนคนละเท่าไหร่แน่

ทอ.ไล่ออกปลอมชื่อลูกน้องกู้เงิน

พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. กล่าวถึงกรณีมีชายอ้างเป็นทหารอากาศโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กระบุถูกนายทหารที่เป็นผู้บังคับบัญชา สังกัดกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ ปลอมชื่อกู้สินเชื่อ ทำให้เงินเดือนเหลือเพียง 73 บาท จนไม่มีเงินทำศพแม่ ว่าตนได้สั่งการให้ดำเนินการลงโทษไปเรียบร้อยแล้ว เรื่องจบไปเป็นปีแล้วด้วยการไล่ออกจากข้าราชการทั้งคู่ ซึ่งมีโทษเป็นกระบวนการไป ในกองทัพย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี คนที่ไม่ดีส่วนใหญ่จะเป็นคน ก่อเรื่อง เป็นชนวนก่อปัญหาความวุ่นวาย เรามีกระบวนการกำจัดคนไม่ดีออกไป และกระบวนการที่กองทัพอากาศดำเนินการอยู่นั้น ระบบนิติธรรมเป็นตัวตัดสินว่าใครจะอยู่ในกองทัพ หรือต้องออกนอกกองทัพไป หากใครจะดำเนินการฟ้องร้อง เราพร้อมจะดำเนินการ

โฆษก ทอ.แจงไล่ออกทหารหนีราชการ

พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย รองเสนาธิการทหาร อากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า กองทัพอากาศได้ตรวจสอบแล้วว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Thongthammachart Kornchat” ที่โพสต์ข้อความไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกองทัพอากาศ คือ นายกรฉัฐ ทองธรรมชาติ หรือนายมานิตย์ ทองธรรมชาติ หรือนายอริยชัย ทองธรรมชาติ หรือนายหัสชา ทองธรรมชาติ หรือนายพิชชญะ นิธิพุทธางกูร เป็นอดีตข้าราชการทหารอากาศ ที่ถูกให้ออกจากราชการและถอดออกจากยศทหาร ฐานหนีราชการทหารในเวลาประจำการ โดยไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ มีคำสั่งให้ออกจากราชการเมื่อวันที่ 25 เม.ย.2561 และมีกรณีเมาสุราก่อเหตุทะเลาะวิวาท ยิงปืนขึ้นฟ้าภายในงานแต่งงานแห่งหนึ่งใน จ.ลำปาง มีคลิปปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลทหาร การกล่าวอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายนั้น ไม่พบข้อมูลการร้องทุกข์หรือลงบันทึกประจำวัน อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับ พร้อมให้ความช่วยเหลือด้วยความเป็นธรรม

“ศรีสุวรรณ” ร้องผู้ตรวจการฯสอบ 5 บิ๊ก

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบเหตุ ใน 5 ประเด็นที่เกี่ยวพันกับการปล้นปืนจากกองพันกระสุนที่ 22 กองทัพภาคที่ 2 มายิงกราดในพื้นที่เมืองโคราช โดยขอให้ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) แยกเป็น 5 ประเด็น 1.ขอให้ตรวจสอบระบบและมาตรการรักษาความปลอดภัยในค่ายทหาร เนื่องจากผู้ก่อเหตุเข้าไปปล้นปืน กระสุน และรถยนต์ ออกมาใช้ก่อเหตุ สะท้อนให้เห็นถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ไม่มีประสิทธิภาพ 2.มีความล้มเหลวบกพร่องในการสื่อสาร ประสานงานสกัดไม่ให้คนร้ายนำอาวุธไปใช้ก่อเหตุ หากกองทัพบกมีระบบที่ดีคงสกัดไม่ให้เดินทางไปจุดหมายได้

จับผิด “บิ๊กแป๊ะ” โชว์ลูกร่วมระงับเหตุ

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า 3.ขอให้ตรวจสอบพล.ต.อ.จักรทิพย์ ซึ่งตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในห้างเทอร์มินอล 21 โคราชแล้ว แต่ยังปล่อยให้สื่อมวลชน และประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่วิกฤติ และในการปฏิบัติการยังปรากฏภาพ ร.ต.อ.ชานันท์ ชัยจินดา บุตรชาย ไปร่วมปฏิบัติการอยู่ด้วย ขอตั้งข้อสังเกตว่ามีการเลือกปฏิบัติในการบังคับบัญชาเพื่อให้ ร.ต.อ.ชานันท์มีบทบาทในการปฏิบัติการสำคัญ 4.การปล่อยให้ค่ายทหาร หรือพื้นที่กองทัพเป็นสถานที่ประกอบธุรกิจของคนในและนอกกองทัพ จนนำมาสู่การก่อเหตุฆาตกรรม สะท้อนถึงการใช้อำนาจโดยไม่ชอบของผู้บังคับบัญชา ไม่มีมาตรการตรวจสอบถ่วงดุล ไม่มีผู้ตรวจการทหารรับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใต้บังคับบัญชา 5.ขอให้ตรวจการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จของนายพุทธิพงษ์ ที่ออกมาให้ข่าวว่ากระทรวงได้ประสานกับเฟซบุ๊กเพื่อบล็อกบัญชีของคนร้าย ขณะที่เฟซบุ๊กออกแถลงการณ์ว่าไม่ได้รับการประสานใดๆจากกระทรวงดีอีเอส การบล็อกบัญชีเป็นการดำเนินการของเฟซบุ๊กเอง ชี้ให้เห็นว่ากระทรวงดีอีเอสมีพฤติการณ์เป็นเฟกนิวส์

ชี้ควรเตือนทำ “มินิฮาร์ท” ไม่เหมาะ

นายศรีสุวรรณยังเรียกร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบการแสดงพฤติกรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่โบกมือยิ้มแย้มทักทายกับประชาชน หลังเกิดเหตุกราดยิงที่โคราช พร้อมแสดงสัญลักษณ์มือมินิฮาร์ท ซึ่งไม่เหมาะสมกับกาลเทศะ เพื่อให้ผู้ตรวจการฯเตือนไปยัง ครม.ว่าไม่ให้มีพฤติกรรมเลียนแบบเพราะสะท้อนให้เห็นถึงจริตสังเคราะห์ของผู้กระทำที่บกพร่อง

“ธนาธร” ชวนแสดงพลังปฏิรูปกองทัพ

ที่พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการจัดกิจกรรม “จากโคราชสู่การปฏิรูปกองทัพ” ในวันที่ 15 ก.พ. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ ว่า เหตุผลที่จัดงานไม่ได้ต้องการช่วงชิงทางการเมือง ไม่มีเจตนาทำร้ายกองทัพ เราต้องยอมรับความจริงว่าสาเหตุความโกรธแค้นของผู้ก่อการมาจากความไม่ยุติธรรมในกองทัพ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ออกมายอมรับว่ามาจากเรื่องนี้ เราจำเป็นต้องปฏิรูปกองทัพเพื่อไม่ให้ฝันร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ขอเชิญชวนประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ต้องการเห็นการปฏิรูปกองทัพอย่างจริงจัง มาร่วมแสดงพลังส่งเสียงของพวกเราให้ดังไปถึงผู้มีอำนาจ อยากให้เราออกมาปกป้องสิทธิ ปกป้องภาษี ปกป้องความยุติธรรม อยากจะใช้โอกาสนี้สนทนาผ่านไปยัง พล.อ.อภิรัชต์ ต่อเนื้อหาการปฏิรูปกองทัพที่ได้นำเสนอต่อสาธารณะในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อถามว่างานนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ตั้งข้อสงสัยว่าอาจผิดกฎหมายหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ไม่ผิดกฎหมายแน่นอน เราจัดกิจกรรมเปิดเผย อยากให้พูดถึงการปฏิรูปกองทัพอย่างแท้จริง เพื่อที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนของทหารชั้นผู้น้อยได้ ปกป้องความยุติธรรมในค่ายทหารได้

เยียวยาพิการ 7 แสน–1 ล้านบาท

ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์กราดยิง มีนางณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการ สำนักงานคลังจังหวัด เสมียนตราจังหวัด เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย ร่วมงาน โดยนายวิเชียรนำเงินบริจาคจากประชาชนทั่วประเทศจ่ายให้กับทายาทเหยื่อจ่าคลั่งศพละ 7 แสนบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้จ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว 3 แสนบาท รวมเป็น 1 ล้านบาท ทายาทผู้เสียชีวิตที่อยู่ใน จ.นครราชสีมา ทั้ง 17 รายมารับมอบเงินโดยพร้อมเพรียงกัน ส่วนผู้เสียชีวิตที่อยู่ต่างจังหวัด มีการโอนเงินให้ไปครบถ้วนแล้ว ผู้บาดเจ็บที่พิการถาวรรายละ 1 ล้านบาท ผู้บาดเจ็บที่พิการทั่วไปรายละ 7 แสนบาท ผู้บาดเจ็บอาการหนักและผู้บาดเจ็บทั่วไปจะพิจารณาตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับความเห็นของแพทย์

จังหวัดปิดรับบริจาค 16 ก.พ.

ผวจ.นครราชสีมากล่าวต่อว่า ยอดบริจาคเงินช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ผ่านบัญชีของจังหวัด ขณะนี้มียอดเงินกว่า 68 ล้านบาท โดยจะจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท ทั้งนี้ทางจังหวัดนครราชสีมาได้กำหนดปิดหยุดรับบริจาคเงินช่วยเหลือเยียวยาจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ ในเวลา 16.00 น.

ตำรวจอรินทราชอาการยังน่าห่วง

นายวิเชียรกล่าวถึงผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว มีทั้งสิ้น 58 คน ส่วนใหญ่กลับบ้านไปแล้ว เหลือยังนอนรักษาอาการ 22 คน อยู่ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา 16 ราย อาการสาหัสอยู่ในห้องไอซียู 6 ราย ในจำนวนนี้ 2 ราย อาการโคม่า คือ จ.ส.ต.กฤษฎา การุณ สังกัดหน่วยอรินทราช 26 ถูกยิงที่ศีรษะขณะเข้าปะทะยิงต่อสู้กับคนร้าย กับนายพิทยา แก้วพรม นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิค หนุ่มบิ๊กไบค์ถูกยิงที่ต้นขา หลัง มือ และเท้า แผลฉีกขาดที่ปอด และตับ อาการกระเตื้องขึ้น เริ่มขยับมือเท้าได้บ้างแล้ว ผู้บาดเจ็บที่เหลืออยู่ที่ รพ.ค่ายสุรนารี 4 ราย และ รพ.กรุงเทพราชสีมา 2 ราย

ผวจ.แบ่งเงินพ่อแม่-ภรรยาผู้ตาย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตครั้งนี้ มีปัญหาขลุกขลักจนเกือบเคลียร์ไม่ลงถึง 2 ราย คือรายของ ด.ต.ชัชวาลย์ แท่งทอง ซึ่งพ่อแม่ต้องการรับเงินเพื่อนำไปใช้ในวัยชรา ส่วน น.ส.ณัฎฐา รัตนรักษ์ ภรรยา จะนำไปใช้ดูแลครอบครัวและลูก นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ใช้เวลาเคลียร์ร่วมชั่วโมงตกลงกันได้ โดยพ่อแม่ได้รับ 2 แสนบาท ภรรยากับลูกได้รับ 8 แสนบาท เช่นเดียวกับศพนายจิรวัฒน์ รัดกลาง พ่อแม่ผู้เสียชีวิตได้รับเงิน 400,000 บาท ภรรยาและลูกได้ 600,000 บาท โดยมีการทำบันทึกข้อตกลง มีเจ้าหน้าที่ของจังหวัดลงชื่อเป็นพยาน

จับคาผ้าเหลืองโพสต์ขู่ถล่มบิ๊กซี

สี่ทุ่มวันที่ 13 ก.พ. พ.ต.อ.พูลศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สภ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เปิดเผยผลการ จับกุมนายศราวุฒิ หรือเต้น ชูชีพ อายุ 21 ปี พระ สำนักสงฆ์บ้านไร่ชัยพันธ์ หมู่ 12 ต.หนองกราด อ.ด่านขุนทด หนุ่มคะนองใช้ชื่อ “เต้ยศักดิ์ เด็กซับ–พลูใหญ่” โพสต์เฟซบุ๊กขู่ยิงถล่มบิ๊กซีด่านขุนทด พร้อมลงภาพปืนสงครามและปืนสั้นอย่างละกระบอก จับกุมได้ในสำนักสงฆ์เมื่อช่วงค่ำ สืบเนื่องจากเมื่อ 2 วันก่อน นายศราวุฒิโพสต์ขู่กราดยิงห้างดังกล่าว ตำรวจไปค้นบ้านเพื่อจับกุมแต่ไม่พบตัว วันรุ่งขึ้นนายศราวุฒินัดให้ตำรวจไปรับที่สำนักสงฆ์ดังกล่าว แต่พอถึงเวลาไม่มามอบตัว แถมยังโพสต์เฟซบุ๊กก่อกวนและขู่กราดยิงห้างบิ๊กซีด่านขุนทดอีก สั่งให้ชุดสืบสวนไปตรวจค้นจับกุมได้คากุฏิ สอบเค้นจนเปิดปากรับสารภาพอ้างเสพยาบ้าแล้วคึกคะนองโพสต์ขู่เลียนแบบเหตุกราดยิงที่โคราช คุมตัวดำเนินคดีฐานกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวม 2 กระทง และข้อหาเสพยาบ้า

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กราดยิงโคราชข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้