ข่าว
100 year

ชาวนาขอนแก่นวางเดิมพัน ทำนาปรังเต็มแก่งละว้า ขอเสี่ยงดีกว่าไม่มีข้าวกิน

ไทยรัฐออนไลน์18 ม.ค. 2563 09:42 น.
SHARE

นาปรังเต็มแก่งละว้า แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ใช้ผลิตน้ำประปาหล่อเลี้ยง พื้นที่ 3 อำเภอ ใน จ.ขอนแก่น แม้ทางการจะเตือนให้งดการเพาะปลูก แต่ชาวบ้านยอมรับเสี่ยงทำนา บอกดีกว่าไม่มีข้าวกิน เพราะข้าวแพง

จังหวัดขอนแก่น 26 อำเภอ หลายพื้นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งปัจจุบันปริมาณน้ำ 470.46 ล้าน ลบ.ม.(19.35%) น้ำใช้การ -111.21 ล้าน ลบ.ม.(-6.01%) น้ำไหลเข้า 0.07 ล้าน ลบ.ม. ระบาย 0.50 ล้าน ลบ.ม. คือน้ำน้อยมาก ทางจังหวัดรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์น้ำมาอย่างต่อเนื่อง และงดปลูกพืชหรือทำการเกษตรที่ใช้น้ำมาก โดยเฉพาะการทำนาปรัง โดยสำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ยืนยันน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ไม่เพียงพอต่อภาคการเกษตร วอนงดทำนาปรังและปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน

จากสถานการณ์แล้งและปัญหาน้ำน้อยในพื้นที่จังหวัด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจตามแหล่งน้ำดิบ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ต้องใช้ผลิตประปาส่งให้ชาวบ้านได้มีน้ำกินน้ำใช้ โดยลงพื้นที่ดูปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแก่งละว้า ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลโคกสำราญ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น และเป็นอ่างเก็บน้ำจืดขนาดใหญ่ มีพื้นที่ 20,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำสำคัญในการผลิตน้ำประปาหล่อเลี้ยง พื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภอบ้านแฮด อำเภอบ้านไผ่ และอำเภอโนนศิลา พบปริมาณน้ำที่เก็บกักอยู่ที่บริเวณหน้าอ่างและท้ายอ่างมีปริมาณที่มากพอสมควร ในขณะเดียวกันก็พบการทำนาปรังอยู่เกือบเต็มพื้นที่รอบอ่าง บ้างก็กำลังปักดำ บ้างก็กำลังสูบน้ำใส่นาข้าว


นายสมหมาย ละหว้า อายุ 60 ปี ชาวบ้านโคกสำราญ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การทำนาปรังในพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำแก่งละว้านั้น ชาวบ้านตัดสินใจทำกันเอง ถ้าไม่ทำก็ไม่มีข้าวกิน เพราะข้าวเปลือกข้าวสารในท้องตลาดมีราคาแพงจึงต้องเสี่ยงทำนาปรัง โดยชาวบ้านรู้ว่าทางราชการห้ามทำนาปรังเพราะใช้น้ำมาก แต่ก็จำเป็นถ้าไม่ทำก็อดตายเพราะไม่มีข้าวกิน เพราะทุกวันนี้ทุกอย่างติดขัดไปหมด ลูกๆ ในวัยหนุ่มสาวก็ต้องออกจากบ้านไปทำงานในกรุงเทพฯ เพื่อส่งเงินมาให้พ่อแม่ซื้อข้าวกิน

“พ่อแม่อยู่ทางบ้านก็ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการทำนาปรังในพื้นที่ของชลประทาน ภายในแก่งละว้า เพราะเชื่อว่าน้ำที่มีอยู่จะพอหล่อเลี้ยงต้นข้าว จนถึงช่วงเก็บเกี่ยวประมาณเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ และถ้าหากน้ำในแก่งละว้าแห้ง ต้นข้าวตายก็ต้องยอมรับชะตากรรมว่า ครอบครัวเราจะไม่มีข้าวกินนะ เพราะความเสียหายจากการทำนาปรังนั้น ไม่สามารถที่จะเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากทางราชการได้ เพราะทางราชการห้ามไม่ให้ทำนาปรัง ชาวบ้าน ชาวนาเสี่ยงตัดสินใจทำกันเอง เพราะถ้าข้าวในนาปรังอยู่รอดก็จะได้ผลผลิต ครอบครัวก็มีข้าวกิน” ชาวนาในพื้นที่บ้านโคกสำราญ กล่าว

ขณะที่ นางสี เจียมา อายุ 70 ปี ชาวบ้านโคกสำราญ ม.1 ต.โคกสำราญ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ซึ่งกำลังดำนาปรังเพียงลำพัง กล่าวว่า จำเป็นต้องทำนาปรังในพื้นที่แก่งละว้า เพราะไม่มีข้าวกิน เนื่องจากข้าวเปลือกซึ่งเป็นข้าวเหนียวนั้นมีราคาแพง ข้าวสารก็แพง คนในครอบครัวจึงตัดสินใจทำนาปรังกัน แต่ลูกๆ ไปหางานที่ต่างจังหวัด จึงไม่ได้มาช่วยทำนาด้วย


“ยายทำนาปรังคนเดียว 4 ไร่ ส่วนเพื่อนบ้านและชาวบ้านรายอื่นๆ ที่อยู่รอบแก่งก็จะทำนาปรังกันคนละ 4-10 ไร่ เพื่อปลูกข้าวเอาไว้กิน ลูกหลานก็จะส่งเงินมาช่วยซื้อปุ๋ยและซื้อน้ำมันใส่เครื่องสูบน้ำ ที่สูบน้ำจากแก่งละว้ามาใส่ในนา ซึ่งก็หวังว่าน้ำที่มีอยู่จะหล่อเลี้ยงต้นข้าวให้รอดจนเก็บเกี่ยวได้”

ทั้งนี้ในช่วงสิ้นปี 2562 ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำแก่งละว้า บ้านแฮด หลังอิทธิพลจากพายุโพดุล ท่วมพื้นที่ อ.บ้านไผ่ ส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำแก่งละว้าจนเต็มความจุอ่าง และเชื่อว่ามีปริมาณน้ำเพียงพอในการบริหารจัดการน้ำไปจนถึงฤดูฝนปี 2563 และไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคแต่อย่างใด ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรังและหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทนเท่านั้น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภัยแล้งนาปรังอ่างเก็บน้ำแก่งละว้าขอนแก่นต.โคกสำราญขาดแคลนน้ำข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้