โคราชวิกฤติ แล้งหนักในรอบ 10 ปี ประกาศภัยแล้งแล้ว 7 อำเภอ พื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 5 หมื่นไร่ รบ.ไฟเขียวจ่ายเยียวยากว่า 60 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 17 ม.ค.63 ที่สำนักงานเทศบาลตำบลพุดซา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไปเป็นประธานในการมอบเงินช่วยเหลือให้กับผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภาวะฝนแล้ง) ด้านพืช ร่วมกับ นายธงชัย ลืออดุลย์ เลขานุการรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา และ นายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นางปิยะฉัตร อินสว่าง รอง ผวจ.นครราชสีมา, รักษาการนายอำเภอเมือง, กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน 20 ตำบล ประธานชุมชน กลุ่มสตรีชาวตำบลพุดซา พร้อมใจกันสร้างสีสันด้วยการแต่งกายชุดไทย นุ่งผ้าไทยใส่ผ้าซิ่นร่วมต้อนรับ
ทั้งนี้ในช่วงเดือน ก.ค.62 ที่ผ่านมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้ประสบภัยพิบัติ (ภาวะฝนแล้ง) มีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายด้านพืช ประกอบด้วย นาข้าว 4,497 ไร่ และพืชไร่ จำนวน 9,889 ไร่ รวมพื้นที่เสียหาย 54,386 ไร่ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จำนวน 5,281 ครัวเรือน 133 หมู่บ้าน 20 ตำบล ทางราชการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือชดเชยความเสียหาย อนุมัติค่าใช้จ่ายเงินทดลองราชการ ส่วนของ อ.เมือง 60,879,150.50 บาท
โดย นายเทวัญ กล่าวว่า จากการรับการรายงานทราบว่า เกิดฝนทิ้งช่วงตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา ทำให้เขื่อนขนาดใหญ่หลัก 4 เขื่อน เขื่อนลำตะคอง, เขื่อนลำพระเพลิง, เขื่อนลำมูลบน และเขื่อนลำแชะ ปริมาณน้ำในเขื่อนน้อยลงมาก ทำให้การแจกจ่ายน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่เกิดความลำบาก คือ ไม่มีน้ำใช้ รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ มีความเป็นห่วงเป็นใยจึงได้มอบเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งครั้งนี้ที่ จ.นครราชสีมา ทั้งจังหวัดอย่างเดียวเกือบ 2,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองฯ 20 ตำบล รวมกว่า 5,000 ราย เป็นเงินกว่า 60 ล้านบาท จึงได้สั่งให้ตนลงพื้นที่มามอบเงินดังกล่าว ซึ่งปีนี้คาดว่าฝนอาจจะทิ้งช่วงเหมือนปีที่แล้ว น้ำในเขื่อน 4 แห่งมีปริมาณลดลงกว่าเก่าลงไปอีก นายกฯ ฝากไปยังประชาชนให้ดูแลการใช้น้ำโดยใช้น้ำอย่างประหยัด งดปลูกข้าวนาปรัง ขอให้ปลูกพืชผลที่ใช้น้ำน้อย และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้อนุมัติงบกลางให้กับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จำนวน 3,000 ล้านบาท เข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในช่วงสั้นๆก่อน คือ เจาะบ่อบาดาล จนได้ลงพื้นที่ อ.โชคชัย และ อ.ปักธงชัย ก็ได้รับบ่อบาดาลประมาณ 30 บ่อ ในการแก้ไขปัญหาน้ำกินน้ำใช้ได้ระดับหนึ่ง ส่วนงบตรงนี้เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งเต็มตัวแล้วจะเพิ่มงบหรือไม่นั้น ตรงนี้เดี๋ยวคงต้องไปดูตรงนั้นว่าช่วงจากนี้ไปจะประสบภัยแล้งมากน้อยขนาดไหน ตนเรียนว่าประชาชนเดือดร้อนขนาดไหนก็ตาม รัฐบาลต้องเยียวยาวช่วยเหลืออยู่แล้ว ซึ่งจากสถิติปีนี้ขาดน้ำในรอบ 10 ปี เป็นวิกฤติทางธรรมชาติ แต่เราสามารถที่จะช่วยเหลือเยียวยา เช่น การขุดเจาะบ่อบาดาล การเป่า ล้างบ่อบาดาล การสูบน้ำระยะไกล นายกรัฐมนตรีฝากมาขอให้พี่น้องประชาชนมีกำลังใจ
...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ปัญหาภัยแล้งได้ขยายวงกว้างครอบคลุมทั้งอำเภอ โดยเฉพาะสระจระเข้ บ้านสระจระเข้ ตำบลโนนไทยฯ ซึ่งเป็นสระน้ำขนาดใหญ่แห่งเดียวที่ผลิตประปาหล่อเลี้ยงประชาชนในตัว อ.โนนไทย เทศบาลตำบลโนนไทย โรงพยาบาล วัด โรงเรียน สถานีตำรวจ ขณะนี้น้ำในสระแห้งขอดจนเห็นดินก้นสระมาหลายเดือนแล้ว แม้ว่าจะมีการผันน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ต.บัลลังก์ แต่ผันน้ำมาได้วันละไม่มาก ทางเทศบาลตำบลโดนไทยฯ ต้องทำการขุดร่องน้ำก้นสระ เพื่อให้มวลน้ำไหลไปรวมกันเพื่อสูบน้ำไปกักเก็บไว้สระด้านบนเพื่อเป็นน้ำดิบผลิตประปา ซึ่งสระด้านบนสามารถผลิตประปาแจกจ่ายได้เพียงไม่เกิน 2 เดือน ก็เข้าสู่ฤดูแล้งเต็มตัว ทำให้ทางจังหวัดต้องลงไปช่วยเหลือหาน้ำสำรองโดยด่วน เบื้องต้นมีการผันน้ำมาจากลำตะคองมาแล้ว แต่ทั้งนี้ อ.โนนไทย ต้องเปิดจ่ายน้ำเป็นเวลา คือ ช่วงเช้าเวลา 05.00-08.00 น. และช่วยเย็นเวลา 15.00-20.00 น. พร้อมทั้งออกประชาสัมพันธ์ไปตามบ้านเรือนราษฎรให้ประหยัดน้ำ ขอให้ใช้น้ำเฉพาะการอุปโภคบริโภคเท่านั้น
ด้าน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ นครราชสีมา กล่าวว่า ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (ภัยแล้ง) รวม 7 อำเภอ 52 ตำบล 512 หมู่บ้าน 1 เทศบาล 13 ชุมชน ได้แก่ อ.แก้งสนามนาง อ.เทพารักษ์ อ.จักราช อ.โชคชัย อ.ปักธงชัย อ.โนนสูง และ อ.โนนไทย รวมทั้งจะมีการประกาศเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ ต่อไป ล่าสุดวันนี้มีการแจกจ่ายน้ำ 25 หมู่บ้าน ใน 8 อำเภอ และกำลังแก้ปัญหาอยู่ 289 หมู่บ้าน ส่วนโรงพยาบาลที่มีน้ำใช้แค่เดือน มี.ค.นี้ คือ โรงพยาบาลอำเภอแก้งสนามนาง, โรงพยาบาลอำเภอบัวลาย และโรงพยาบาลอำเภอเทพารักษ์ ทั้ง 3 โรงพยาบาลนี้เราจะต้องเร่งดำเนินการจัดหาน้ำดิบไปเพิ่ม บางพื้นที่อาจจะต้องสูบน้ำมาสำรองไว้ บางพื้นที่จะต้องมีการเจาะบ่อบาดาล ตอนนี้ทุกฝ่ายมีความเป็นห่วงมาก เพราะอาจจะกระทบกับการให้บริการด้านการรักษา ส่วนโรงพยาบาลอำเภอบ้านเหลื่อม น้ำมีเพียงพอแต่น้ำมีรสชาติกร่อย เกรงว่าพอถึงหน้าแล้งจริงๆ ก็จะกระทบกับการให้การบริการด้านการรักษาเหมือนกัน.