ข่าว
100 year

จับแล้วโจรงัดเซฟชิงทองห้างดังบุรีรัมย์ หลังล่า 15วัน จนมุมพร้อมของกลาง

ไทยรัฐออนไลน์14 ม.ค. 2563 16:52 น.
SHARE

รวบแล้วโจรงัดเซฟร้านทองห้างบิ๊กซีบุรีรัมย์ หลังชุดสืบสวนตำรวจจังหวัดร่วมกับท้องที่ บุกจับคนร้ายก่อเหตุรายนี้ หลังตามล่าอยู่กว่า 15 วัน โดยได้ของกลางทองคำ น้ำหนัก 101 บาท รวมทั้งยาเสพติดยาบ้า ไอซ์ และอุปกรณ์ที่ขโมยและก่อเหตุ ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญ


เมื่อวันที่ 14 ม.ค.63 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ เข้าไปลักทรัพย์ร้านทองเยาวราชสินทวี และร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาบุรีรัมย์ เมื่อกลางดึกของวันที่ 28 ธ.ค.62 กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3, กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์, ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ และสถานีตำรวจภูธรนางรอง ได้ร่วมกันจับกุม นายประวิทย์ หรือวิทย์ ไชยคีนี อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 5/3 ม.5 ต.บ่อไทย อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 24 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 0.66 กรัม ทองคำรูปพรรณจำนวน 101 บาท น้ำหนักรวม 1,534.8 กรัม คิดเป็นมูลค่าจำนวน 2,297,151 บาท, ต้นขั้วตั๋วจำนำ มูลค่า 39.5 บาท น้ำหนัก 600.2 กรัม เป็นเงิน 898,326 บาท, เงินสด 150,000 บาท,โทรศัพท์มือถือโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง, รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กถ 3720 บุรีรัมย์ ที่ผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุลักทรัพย์ และรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีประตู สีขาว ทะเบียน ขษ 6858 นครราชสีมา ที่ใช้เดินทางในระหว่างหลบหนี นอกจากนั้นยังพบเสื้อผ้าที่ใช้ใส่ในวันก่อเหตุ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญอีกด้วย

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายประวิทย์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่า ในคืนวันเกิดเหตุ ได้ขึ้นไปบริเวณด้านบนหลังคาห้างบิ๊กซีบุรีรัมย์ และได้ใช้เครื่องมือไขนอตบริเวณหลังคาจากด้านบน บริเวณแผ่นโปร่งแสงแผ่นที่ 2 และได้ใช้เป็นทางเข้ามาภายในบริเวณห้างสรรพสินค้า โดยปีนลงมาเดินบริเวณช่องแอร์และปีนลงตามโครงเหล็กหลังคาเข้ามาภายในห้าง จากนั้นผู้ต้องหาได้เดินไปที่ร้านทองที่เกิดเหตุเพื่อสำรวจภายในร้านใช้เวลาประมาณ 20 นาที จากนั้นผู้ต้องหาได้ไปบริเวณจุดจำหน่ายเครื่องมือช่างของห้างบิ๊กซี และลักเอาไขควง เลื่อยพร้อมใบเลื่อย ใช้เป็นอุปกรณ์ในการลักทรัพย์ โดยผู้ต้องหาได้เข้าไปลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของห้างบิ๊กซีก่อน ใช้เวลาประมาณ 34 นาที

จากนั้นได้ลักกระเป๋าสะพายจากจุดจำหน่ายกระเป๋าภายในห้างใช้ใส่โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และได้ไปที่ร้านทองและได้ใช้เลื่อยและไขควงเลื่อยสายยูตู้เซฟของร้านทอง ซึ่งตู้เซฟไม่ได้ทำการล็อกรหัส และล็อกกุญแจไว้ โดยล็อกเพียงสายยูด้านบนและด้านล่างของตู้เซฟ เมื่อผู้ต้องหาเลื่อยสายยูเรียบร้อยแล้ว ผู้ต้องหาสามารถเปิดตู้เซฟ และลักทองคำปรากฏตามบัญชีทรัพย์ถูกประทุษร้าย ใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 50 นาที ก่อนหาทางออกอื่นภายในห้างฯใช้เวลาประมาณ 36 นาที ไม่พบทางออกอื่น จึงได้เดินกลับมาบริเวณชั้นวางจำหน่ายสินค้าของห้างบิ๊กซีและปีนโครงเหล็กหลังคากลับไปออกช่องทางเดิม แล้วหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมายลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อว่าผู้ก่อเหตุจะกระทำการเพียงคนเดียว ยังคงต้องสอบสวนและหาข้อเท็จจริงให้แน่ชัดต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โจรชิงทองโจรงัดเซฟร้านทองเยาวราชสินทวีห้างบิ๊กซีบุรีรัมย์จับโจรชิงทองบุรีรัมย์ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้