“วิพรรณ” ผู้ตรวจฯ เขตสุขภาพที่ 7 นำทีมให้กำลังใจบุคลากร รพ.ชุมแพ พร้อมประกาศกร้าว กรณีคนทำร้ายหมอเข้าข่าย "พยายามฆ่า" ต้องรับโทษอาญาสูงสุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ชมหมอมีไหวพริบ สติดีมาก
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 ธันวาคม 2562 ที่ห้องประชุมภายในโรงพยาบาลชุมแพ จ.ขอนแก่น พญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ รักษาการผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 และแพทย์หญิงดวงพร อัศวราชันย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ นายแพทย์สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์ สสจ.ขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงมาตรการการดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรงในสถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในทุกระดับชั้น หรือบุคคลอื่นที่อยู่ในสถานพยาบาล หลังเกิดเหตุการณ์ผู้ป่วยหญิง อายุ 43 ปี ที่มารักษาตัวด้วยอาการภูมิแพ้ ใช้กรรไกรทำร้ายร่างกายแพทย์หญิงอายุ 25 ปี ขณะออกตรวจคนป่วยในหอผู้ป่วยใน โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา มีวงจรปิดตรงจุดเกิดเหตุบันทึกภาพเอาไว้ได้ และแพทย์หญิงก็ได้ใช้เป็นหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ ในช่วงบายสองโมงวันเดียวกัน
แพทย์หญิงวิพรรณ กล่าวว่า หลังทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกฝ่ายก็มีความห่วงใยบุคลากร จึงได้เดินทางมาให้กำลังใจ ซึ่งต้องยอมรับว่า แพทย์หญิงที่ถูกกระทำนั้น มีไหวพริบ มีสติ และสภาพจิตดีมาก ถือว่าวงการแพทย์ได้บุคลากรที่ดี ขณะนี้แพทย์รายดังกล่าวมีขวัญและกำลังใจดี พร้อมที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ตัวเอง
...
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขอยืนยันว่า ต้องวางมาตรการในการที่จะกำกับดูแลบุคลากรของ สธ. และต้องเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียนในการพัฒนาทางด้านความปลอดภัยให้ดีขึ้น ที่สำคัญจะดำเนินการให้ถึงที่สุดกับบุคคลที่กระทำความรุนแรงต่อบุคลากรของเรา ดำเนินคดี เอาความผิดที่สูงสุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 280 เพราะการกระทำความรุนแรงครั้งนี้ เข้าข่ายพยายามฆ่า ฉะนั้นต้องถูกดำเนินคดีในความผิดที่สูงสุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับบุคคลที่จะก่อเหตุความรุนแรงต่อบุคลากรทางการแพทย์ หรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานพยาบาล” รักษาการผู้ตรวจราชการ เขตสุขภาพที่ 7 กล่าว
ด้าน พญ.ดวงพร อัศวราชันย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ กล่าวว่า การรักษาผู้ป่วยในแต่ละรายนั้น หากเขามารักษาในโรงพยาบาลก็จะมีการซักประวัติ ทั้งการแพ้ยา หรือถ้ามีประวัติการรักษาก็แนบมาพร้อม แพทย์ก็จะทำการรักษาตามอาการที่ผู้ป่วยเข้ามาขอรับการรักษา แต่ในรายของผู้ป่วยที่ก่อเหตุครั้งนี้นั้น ผู้ป่วยเคยมีประวัติแพ้ ที่ไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเป็นโรคที่พบยาก ส่วนภาวะโรคซึมเศร้านั้นทางโรงพยาบาลไม่พบว่าผู้ป่วยรายนี้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่ทราบจากแพทย์จิตเวชที่ตรวจผู้ป่วยรายนี้ประจำว่า ผู้ป่วยเคยรับประทานยานอนหลับในปริมาณมาก จึงงดให้ยาชนิดดังกล่าว เพราะยานอนหลับบางตัวเป็นผลต่อระบบประสาท หมอจึงไม่ให้รับประทาน
ผอ.โรงพยาบาลชุมแพ แต่ทั้งนี้การรักษาของหมอก็ไม่ใช่จะใช้วิธีหักดิบ แต่จะใช้หลักวิชาการคือค่อยๆ ปรับเปลี่ยน เพื่อให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่ดีขึ้น จากนั้นก็ทำการรักษาตามอาการที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาคือ อาการแพ้ และผู้ป่วยก็มารับการรักษาในโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ซึ่งก็ไม่มีปัญหาใดๆ ขอยืนยันว่าโรงพยาบาลไม่ได้ละเลยการดูแลผู้ป่วย เพราะแพทย์ทุกๆ คนยินดีและเต็มใจดูแลรักษาผู้ป่วยเท่าเทียมกัน แต่บางรายก็ต้องดูแลนาน เพราะเป็นผู้ป่วยหนัก ซึ่งก็อยากจะให้ผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองได้เข้าใจการทำหน้าที่ของแพทย์ในโรงพยาบาลด้วย
พญ.ดวงพร กล่าวด้วยว่า ความปลอดภัยในอาคารผู้ป่วยในนั้น ก็จะมีมาตรการป้องกันเพิ่มขึ้น คือ จะไม่เอาสิ่งของมีคมวางไว้ในอาคาร จะมีการจัดเก็บที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก ส่วนภาพรวมในเรื่องความปลอดภัย ก็จะมีเจ้าหน้าที่รปภ.คอยสอดส่องดูแลตลอด 24 ชม. โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมแพ ผลัดเปลี่ยนกันตรวจดูแลความปลอดภัยเช่นกัน.