กีฬา
100 year

ปลูกไผ่สะดิ้งไร้สารเคมี กำไรไร่ละ 5 หมื่น

ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 ต.ค. 2562 07:15 น.
SHARE

นางเพ็ญศิริ วงษ์วาท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 จังหวัดอุดรธานี (สศท.3) เผยถึง “ไผ่เลี้ยงทวาย” หรือ “ไผ่สะดิ้ง” พืชทางเลือกที่ช่วยสร้างรายได้ ให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเลย ว่า ไผ่ทวายเป็นพืชที่ปลูกและดูแลรักษาง่าย ออกหน่อได้ตลอดทั้งปี ตลาดมีความต้องการมาก สามารถขายได้ทั้งในรูปหน่อสด และนำมาแปรรูป เช่น หน่อไม้ดองทั้งหน่อ หรือดองในรูปหน่อไม้สับ

การปลูกไผ่เลี้ยงทวายจะไม่ใช้สารเคมี เพราะจะทำให้หน่อไม้ตาย จากการติดตามสถานการณ์การผลิต และการตลาดพบว่า จังหวัดเลยมีสภาพภูมิประเทศและอากาศที่เหมาะสม พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่บนที่สูง น้ำไม่ท่วมขัง และสามารถเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้ โดยเกษตรกรนิยมปลูกมากที่อำเภอภูกระดึง มีเกษตรกรที่ปลูกไผ่ลงทะเบียนกับสำนักงานเกษตรอำเภอภูกระดึง 350 ครัวเรือน รวมพื้นที่ 1,267 ไร่ มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 1,057 ไร่

ด้านต้นทุน ลงทุนในปีแรกรวมไร่ละ 30,675 บาท แยกเป็นค่าต้นพันธุ์ 12,500 บาท (1 ไร่ปลูก 250 ต้น ต้นละ 50 บาท) ค่าปลูก 1,200 บาท ค่าปุ๋ยเคมี 1,650 บาท ค่าปุ๋ยคอก 425 บาท ค่าระบบน้ำ 9,700 บาท ค่าไถปรับพื้นที่ 300 บาท ค่าไฟฟ้าสูบน้ำเฉพาะหน้าแล้ง 2,800 บาท ค่าฟางคลุมโคน 100 บาท และค่าดูแลรักษาเก็บเกี่ยว 2,000 บาท (ต้นทุนค่าต้นพันธุ์ ไถปรับพื้นที่ ค่าปลูก และระบบน้ำลงทุนเฉพาะปีแรกเท่านั้น) ปีถัดไปจะมีรายจ่ายเฉพาะค่าปุ๋ย ค่าดูแลรักษา เก็บเกี่ยว ตัดหญ้า และสางกิ่งแต่งกอ

ไผ่สะดิ้ง สามารถจำหน่ายได้หลังปลูก 8-10 เดือน เกษตรกรสามารถทยอยเก็บผลผลิตได้ทุกวัน ให้ผลผลิตในปีแรกไร่ละ 3,000 กิโลกรัม และจะเพิ่มเรื่อยๆในปีถัดไป สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานกว่า 15 ปี ส่วนราคาจะอยู่ที่ กก.ละ 10-25 บาท ราคาสูงที่สุดในช่วง ธ.ค.-เม.ย. แต่ช่วงหน้าฝนราคาจะลดลงเหลือ กก.ละ 5-10 บาท โดยมีพ่อค้าจาก จ.เลยและขอนแก่นมารับซื้อถึงสวน

ทั้งนี้ เมื่อหักต้นทุนปีแรกเกษตรกรจะได้กำไรไร่ละ 35,000-39,000 บาท และในปีต่อๆมา จะมีรายได้สุทธิไม่ต่ำกว่าไร่ละ 50,000 บาทต่อปี ยังไม่รวมรายได้จากการขายต้นพันธุ์ หากสามารถขยายพันธุ์เองอีกต้นละ 50 บาท.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไผ่สะดิ้งไผ่เลี้ยงทวายพืชทางเลือกสร้างรายได้จ.เลยต้นทุนกำไรเกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้