สะพานข้ามลำน้ำทวย เชื่อมระหว่างสองหมู่บ้านในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พังถล่มกระแทกหนุ่มวัย 23 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดขณะขี่จยย.ไปยืนตกเบ็ดหาปลา เผยผู้ตายเป็นเสาหลักของครอบครัว หารายได้เลี้ยงพ่อแม่ ซ้ำร้ายเพิ่งแต่งงาน ภรรยาตั้งท้องได้ 7 เดือน ขณะที่ชาวบ้านเผยเคยแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบมาตรวจสอบแก้ไข เห็นรอยทรุดตรงคอสะพานมานานหลายปี เรื่องกลับเงียบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา วันที่ 29 ก.ย.62 ที่ จ.นครพนม เกิดเหตุสลดไม่คาดคิด มีสะพานข้ามลำน้ำทวย เชื่อมระหว่างบ้านกุดข้าวปุ้น ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ไปยัง บ้านงิ้ว ต.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นเส้นทางลัดระหว่างหมู่บ้าน แต่ช่วงระหว่างเส้นทางมีสะพานข้ามลำห้วยทวยที่มีการก่อสร้างมาตั้งแต่ประมาณปี 2545 เป็นสะพานขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 8 เมตร ยาวประมาณ 100 เมตร อยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบท เกิดชำรุดเสียหายพังถล่มหักครึ่งไม่ทราบสาเหตุ ซ้ำร้ายในช่วงเกิดเหตุมีชาวบ้านไปยืนตกเบ็ดหาปลา โชคร้ายถูกสะพานถล่มทับเสียชีวิตพร้อมรถจักรยานยนต์ในลำห้วย
โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านระบุว่า ได้เคยแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบมาตรวจสอบแก้ไข เพราะพบเห็นรอยทรุดตรงคอสะพานมานานหลายปี แต่ไม่มีการประกาศปิดใช้งาน ชาวบ้านยังสัญจรไปมาทุกวัน เพราะเป็นทางลัดเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะพังถล่ม จนกระทั่งเกิดเหตุร้ายจึงมีการนำป้ายมาติดประกาศเตือนห้ามเข้า
ภายหลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.เอกบรรจบ แสนศรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าอุเทน ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน จึงได้ประสานหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลอำเภอท่าอุเทน เจ้าหน้าที่กู้ชีพบัวเพชร อบต.โนนตาล และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยในที่เกิดเหตุ พบสะพานคอนกรีตหักทรุดขาดสะบั้น ถล่มลงไปในลำห้วย จากคอสะพานยาวไปถึงกลางสะพาน ยาวประมาณ 30 เมตร ตรวจสอบพบสภาพศพผู้เสียชีวิตตกลงไปกลางลำห้วยจมในน้ำ และพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กก 8304 นครพนม ตกลงไปในลำห้วย ระดับความสูงจากตลิ่งประมาณ 10 เมตร ซึ่งมีระดับน้ำลึกประมาณ 2 เมตร เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปช่วยกันกู้ศพผู้เสียชีวิตขึ้นมาตรวจสอบชันสูตร
ทราบชื่อภายหลัง คือ นายกิตติชัย น้อยแสงศรี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118 หมู่ 13 ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์ลึกบริเวณคาง และขาซ้ายหักผิดรูป เนื่องจากได้รับแรงกระแทกจากคอนกรีตสะพานถล่มทับ ก่อนกระเด็นตกลำห้วยจมน้ำ เจ้าหน้าที่จึงตรวจชันสูตรประกอบการดำเนินคดี ก่อนส่งให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล ซ้ำร้ายพบว่าสภาพครอบครัวยากจน ผู้ตายเป็นเสาหลักหารายได้เลี้ยงครอบครัว ที่สำคัญยังพบว่าภรรยาอายุ 18 ปี ตั้งท้องได้ 7 เดือน สร้างความหดหู่ให้กับครอบครัวและญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก
ทางด้าน นายคมศร บุพศิริ หัวหน้าหน่วยกู้ชีพบัวเพชร อบต.โนนตาล กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ได้นำทีมกู้ชีพร่วมกับทางตำรวจ โรงพยาบาลอำเภอท่าอุเทน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมลงไปเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากลำห้วยด้วยความลำบาก เนื่องจากมีความสูงมาจากก้นห้วยถึงริมตลิ่งสูงชันนับ 10 เมตร โดยในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตตกลงไปในน้ำได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกจากคอนกรีตทับอย่างแรงทำให้บาดเจ็บสาหัสบวกกับตกลงไปในน้ำ ส่วนหนึ่งอาจจมน้ำเสียชีวิต เนื่องจากหลังชาวบ้านพบ กว่าจะมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ใช้เวลากว่า 30 นาที และในช่วงเกิดเหตุ ชาวบ้านไม่สามารถช่วยได้ทัน
“สอบถามชาวบ้านที่พบเห็น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายไปจอดรถจักรยานยนต์และยืนตกเบ็ดด้านข้างสะพาน จากนั้นเกิดเหตุระทึกสะพานถล่มขาดสะบั้นตรงจุดที่ยืน ผู้ตายพยายามจะวิ่งหนีไปยังจุดที่ไม่พังถล่ม แต่วิ่งหนีไม่ทัน ร่างตกลงไปกับคอนกรีตสะพานเสียชีวิต โดยก่อนนี้ชาวบ้านยังระบุว่า สะพานดังกล่าวเคยมีชาวบ้านแจ้งให้หน่วยงานรับผิดชอบมาตรวจสอบแก้ไข เนื่องจากพบการชำรุดตรงคอสะพาน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข สุดท้ายเกิดเหตุสลดขึ้นจนได้”
ด้าน นายคำปั่น น้อยแสงศรี อายุ 55 ปี พ่อผู้ตาย ออกมาเปิดเผยด้วยอาการร่ำไห้ เรียกร้องผ่านสื่อฝากไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อหาหน่วยงานรับผิดชอบ โดยเปิดเผยถึงความรันทดของชีวิตว่า ครอบครัวยากจน มีลูกทั้งหมด 3 คน ลูกสาวคนโตเป็นผู้หญิง อายุ 25 ปี คนตายเป็นลูกคนที่ 2 และมีลูกชายอีกคน เป็นคนสุดท้อง อายุ 21 ปี ที่สำคัญเสียใจที่สุด คนตายเป็นเสาหลักทำงานช่วยครอบครัว รับจ้างหารายได้มาจุนเจือครอบครัว เพราะยากจน ทำไร่ทำนา ไม่มีที่ดินทำการเกษตร อาศัยเพียงรับจ้างรายวัน ปกติทุกวันลูกชายจะไปทำงาน รับจ้างคัดหินจัดสวนกับนายจ้าง ได้วันละ 300-400 บาท นำมาช่วยเหลือพ่อแม่กับครอบครัว พอประทังชีวิต ซ้ำร้ายเพิ่งแต่งงาน อยู่กินสร้างครอบครัวกับภรรยาได้ประมาณ 1 ปี และภรรยาตั้งท้องได้ 7 เดือน กำลังหาเงินไว้ดูแล คลอดลูก สุดท้ายมาเสียชีวิตไม่คาดคิด กระทบครอบครัวหนัก ขาดเสาหลัก ปกติลูกชายขยัน หาเงินช่วยครอบครัว ไม่เที่ยวเล่น วันหยุดจะไปหาปลามากินในครอบครัว ไม่คิดว่าจะโชคร้ายขนาดนี้
...
“วอนขอความเมตตาไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง ผู้ดูแลรับผิดชอบช่วยดูแล หาทางช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว เพราะลูกชายตนไปหาปลาตามปกติ ไม่คิดว่าสะพานจะพังเสียหาย เพราะปกติมีคนสัญจรไปมา และไม่ได้มีป้ายบอกเตือนหวงห้าม ห้ามเข้า จึงสัญจรผ่านปกติ และเข้าไปยืนตกปลาตามวิถีชีวิตชาวบ้าน สุดท้ายต้องมาโชคร้ายสูญเสียเสาหลักของครอบครัว หนักสุดหลานที่จะคลอดออกมาทั้งที่พ่อเสียชีวิต ใครจะดูแลช่วยเหลือ เพราะแค่จะกินแต่ละวันยังไม่มี” นายคำปั่น กล่าว.