ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว "ส.ส.นวัธ" จ้างวานฆ่า ปลัด อบจ.ขอนแก่น ส่งตัวฝากขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษทันที ขณะที่ครอบครัวคนตายพอใจคำตัดสิน พร้อมขอบคุณทุกฝ่าย
เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 24 ก.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากทีมทนายความของ นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ทำการยื่นขอประกันตัว นายนวัธ หลังจากที่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ศาลชั้นต้นของศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาว่า นายนวัธ เป็นผู้ใช้ผู้อื่นฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจริง จึงมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 84 ลงโทษประหารชีวิต และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ตลอดทั้งช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทีมทนายความได้ยื่นขอประกันตัว นายนวัธ เป็นหลักทรัพย์รวม 8 ล้านบาท ต่อศาลจังหวัดขอนแก่น โดยล่าสุดศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว นายนวัธ และมีคำสั่งให้ส่งตัวเข้ารับโทษที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษทันที ทำให้เจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์ได้นำรถยนต์จากเรือนจำกลางขอนแก่นมาทำการควบคุมตัว นายนวัธ จากห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาบริเวณชั้น 1 ของศาลจังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งเข้าคุมขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษทันที ซึ่งในช่วงของการนำตัว นายนวัธ ส่งไปทำการคุมขังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้มาอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยในขั้นตอนของการส่งตัวผู้ต้องขังรายสำคัญ ขณะที่เจ้าหน้าที่ศาลและตำรวจศาลได้กำหนดพื้นที่ให้สื่อมวลชนอยู่บริเวณประตูทางออกของศาลเท่านั้น โดยห้ามไม่ให้มาอยู่ในจุดที่เบิกตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด พร้อมทั้งห้ามบันทึกภาพในเขตอำนาจศาล หรือตัวผู้ต้องหา ทั้งนี้จากการสังเกตุพบว่า นายนวัธ ได้เดินออกจากห้องควบคุมตัวและขึ้นรถเรือนจำกลางขอนแก่นทันที โดยในช่วงของขบวนรถออกจากศาลจังหวัดขอนแก่นนั้น นายนวัธ ได้นั่งก้มลงเพื่อไม่ให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพ และทันทีที่ขบวนรถเดินทางมาถึงทัณฑสถานบำบัดพิเศษ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้เปิดประตูเข้า-ออก ศาลและอนุญาตให้รถเรือนจำกลางขอนแกน ที่นำตัว นายนวัธ มานั้นขับเข้าไปภายในเขตคุมขังเพียงคันเดียว โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ภายหลังจากขบวนรถทำการควบคุมตัว นายนวัธ ไปทำการคุมขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นแล้วเสร็จตามขั้นตอน ยังคงไม่มีคนในครอบครัวของ นายนวัธ รวมทั้งทนายฝ่ายจำเลยให้ข้อมูลหรือให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน
ขณะที่ครอบครัวของ นายสุชาติ โคตรทุม ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ที่บ้านเลขที่ 198/45 หมู่บ้านจอมพล ต.ในเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น โดย นางลำดวน โคตรทุม อายุ 53 ปี พร้อมด้วย น.ส.ฐิติญานี โคตรทุม อายุ 29 ปี ภรรยาและบุตรสาวของ นายสุชาติ โคตรทุม ปลัด อบจ.ขอนแก่น ได้ดีใจทั้งน้ำตา หลังจากที่ศาลชั้นต้นของศาลจังหวัดขอนแก่น มีคำพิพากษาให้ นายนวัธ เป็นผู้ใช้ผู้อื่นฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจริง ท่ามกลางบรรยากาศการร่วมแสดงความยินดีของคนในครอบครัวโคตรทุม รวมไปถึงข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพนับถือ นายสุชาติ ที่เดินทางมาร่วมพูดคุยและให้กำลังใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง
ด้าน น.ส.ฐิติญานี โคตรทุม บุตรสาว นายสุชาติ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันดีอีก 1 วันในรอบ 6 ปี ซึ่งศาลท่านเมตตาให้ผู้ต้องหาได้รับโทษตามที่ท่านตัดสิน ที่ผ่านมาครอบครัวไม่ได้คาดหวัง ไม่ได้คิดไว้ว่าศาลจะตัดสินออกมาอย่างไร ทุกคนทำงานกันเต็มที่และครอบครัวก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะตำรวจและอัยการที่ทุกท่านนั้นทำงานเต็มที่มาตลอดระยะเวลา 6 ปี
"หลังจากได้รับฟังคำตัดสินของศาลเรียบร้อย แม่และตนได้เดินทางไปหาปะป๊าที่วัดเลย โดยได้บอกกับปะป๊าว่า คนที่ทำผิดได้รับโทษตามที่เขาสมควรจะได้รับแล้ว ปะป๊าไม่ต้องกังวลใดๆ แล้ว หลังจากนี้คงปล่อยไปตามกระบวนการยุติธรรมเหมือนเดิม เพราะว่าการพิพากษาในวันนี้เป็นศาลชั้นต้น จากนี้ไปเป็นในส่วนของศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ถ้าเกิดว่ามีอะไรที่จะยื่นอุทธรณ์ ยื่นฎีกา ก็ต้องว่ากันไปตามเรื่องราวของกฎหมาย" น.ส.ฐิติญานี กล่าว
น.ส.ฐิติญานี กล่าวต่อว่า 6 ปีที่ครอบครัวต่อสู้กันมา ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทีมสืบสวนสอบสวน และอัยการ ที่ร่วมกันทำสำนวนคดีอย่างรัดกุม จนนำคนผิดมาลงโทษได้สำเร็จในวันนี้ ขอบคุณพี่ๆ นักข่าวที่ไม่เคยลืม และยังคงถามสารทุกข์สุกดิบกันมาตลอดเวลา และขอขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณทุกๆ อย่างที่ครอบครัวอาจจะกล่าวไม่หมด ขอขอบคุณจริงๆ
"ก่อนฟังคำพิพากษาไม่รู้ว่าจะอยู่ยังไง ทำหน้ายังไงไม่ว่าจะออกมาแบบไหน เราก็อยากให้คนที่ผิดได้รับโทษสูงสุด ไม่มีใครสามารถตัดสินได้ว่าใครจะอยู่หรือใครจะตาย ไม่ใช่ว่าคุณไม่ชอบหน้ากันขัดผลประโยชน์กัน เรื่องอะไรก็แล้วแต่ เพราะว่าเรื่องนี้มันค่อนข้างรุนแรง สำหรับการที่ใครสักคนไม่อยากให้ใครสักคนมีชีวิตอยู่ ก็ทำได้ไม่ว่าใครท้ายที่สุดแล้วฟังว่า กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ" น.ส.ฐิติญานี กล่าว
ขณะที่ นางลำดวน โคตรทุม ภรรยานายสุชาติ กล่าวว่า ทุกคนในครอบครัวและผู้ที่รักท่านปลัดสุชาติ ที่มานั่งฟังคำพิพากษาทุกคนร้องไห้หลังจากจากศาลตัดสิน สำหรับการเรียกร้องเพิ่มเติมใดๆ นั้น ครอบครัวยังไม่ได้มีการพูดคุยกันว่าจะเอาอย่างไรต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงของการเปิดใจของครอบครัวโคตรทุมนั้น บรรยากาศโดยทั่วเป็นไปด้วยความปลื้มปีติทั้งน้ำตา โดยเฉพาะนางลำดวน และ น.ส.ฐิติญานี ที่ต่างร้องไห้ตลอดเวลา ขณะที่คนในครอบครัว เครือญาติ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพนายสุชาติ ต่างยืนน้ำตาคลอตลอดระยะเวลาของการเปิดใจต่อสื่อมวลชน โดยทุกคนต่างให้ความเห็นว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยนั้นศักดิ์สิทธิ์ และสามารถนำตัวคนผิดมาลงโทษจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ครบทุกคน.
...